
ท่ามกลางการรอลุ้นว่านายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทยจะเป็นใคร? เศรษฐกิจไทย และ เศรษฐกิจโลก กำลังเจอกับปัญหารุมเร้าหลายๆ ด้าน ซึ่งความไม่แน่นอนเหล่านี้ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้จ่ายของประชาชน โดยเฉพาะการจะเก็บเงินซื้อบ้าน ผ่อนของชิ้นใหญ่ ที่เป็นภาระหนี้ยาวนานยืดเยื้อ 30 ปี กับดอกเบี้ยที่พุ่งพอกพูน ทำให้ สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วงครึ่งปีแรกปีนี้ที่ผ่านมาค่อนข้างทรงตัว
เพราะทั้งปัจจัยหลักเรื่องเศรษฐกิจ และปัจจัยเอื้อ อย่างมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯของรัฐ ไม่สนับสนุนเท่าที่ควร เนื่องจากภาครัฐได้ยกเลิกมาตรการผ่อนปรนอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน หรือมาตรการ LTV ไปตั้งแต่ช่วงสิ้นปี 2565 ทำให้การ “ซื้อบ้าน” บางส่วนต้องมีการวางเงินดาวน์ตามเงื่อนไขด้วย (รอลุ้นนโยบายของรัฐบาลใหม่)
ที่อยู่อาศัยค้างสต๊อก คาด 2 ปีกว่า ถึงขายหมด
ขณะที่ข้อมูลจาก REIC (ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์) เผยว่า ณ ช่วงไตรมาส 1/66 ในพื้นที่ กทม. และ 5 จังหวัดปริมณฑล มีหน่วยที่อยู่อาศัย บ้าน และคอนโดมิเนียม เสนอขายรวมกันอยู่ที่ 204,226 หน่วย (+2.3%) มูลค่า 989,251 ล้านบาท (+4.9)
แต่เมื่อมาเจาะยอดขายใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงเดียวกันกลับลดลงถึง 29.1% หรือ ขายได้ใหม่ 21,291 หน่วย มูลค่า 105,768 ล้านบาท ภายใต้ภาพประเมินว่าสต๊อกที่อยู่อาศัยที่ค้างอยู่ในตลาดตอนนี้อาจต้องใช้ระยะเวลาขายให้หมดประมาณ 26 เดือน หรือ 2 ปีกว่าๆ โดยเงื่อนไขต้องไม่มีของใหม่เข้ามาเติมอีก
อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่ด้วยกลยุทธ์การขาย และการเจาะตลาดที่ค่อนข้างแม่นยำของนักพัฒนาที่ดินรายใหญ่ๆ ที่เก๋าเกม ยังคงเดินหน้าสร้างยอดขายได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะ 5 รายระดับชั้นแนวหน้า ดังต่อไปนี้...
บมจ.เอพี พีก ยอดขาย 6 เดือน ทะลุ 3.9 หมื่นล้าน
เริ่มที่ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กับเจ้าของตำแหน่ง นักพัฒนาอสังหาฯ ที่มีแผนเปิดโครงการใหม่มากที่สุดในอุตสาหกรรม ที่ 58 โครงการ มูลค่ากว่า 77,000 ล้านบาท
เมื่อเร็วๆนี้ เอพี เพิ่งออกมาเผยว่า ครึ่งปีแรก (ม.ค. - มิ.ย.2566) บริษัทสร้างยอดขายได้มากถึง 39,501 ล้านบาท โดยมาจากยอดขายโครงการแนวราบมูลค่า 29,307 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมที่เริ่มกลับมาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ มูลค่า 10,194 ล้านบาท
พร้อมเชื่อมั่นว่าอย่างไรเสียสถานการณ์ตลาดที่ช่วงครึ่งปีหลังจะผลักดันให้ตลาดอสังหาฯ มีการเติบโต โดยความเชื่อมั่นดังกล่าวยังมาจากแผนที่เตรียมทยอยเปิดโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง รวม 40 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 55,940 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้ตลอดครึ่งปีหลังเอพีจะมีโครงการพร้อมขายทั้ง กทม. และต่างจังหวัดมากกว่า 178 โครงการ มูลค่ากว่า 143,367 ล้านบาท
ออริจิ้น ตุนยอดขายในมือ 2.4 หมื่นล้าน
ขณะ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กับตำแหน่งแชมป์เจ้าตลาดคอนโดฯ เปิดใหม่ มีผลต่อยอดขายของเครือออริจิ้นทั้งหมด ให้ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมๆ กับการขยายอาณาจักรโครงการบ้านจัดสรร ทำให้อสังหาฯ รายนี้สามารถกระจายโอกาสสู่ทำเลศักยภาพใหม่ๆ โดยเฉพาะคอนโดฯ แนวรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นเจาะตลาดกำลังซื้อใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
โดย 6 เดือนแรกปีนี้ ออริจิ้น สามารถโกยยอดขายสะสมทะลุ 24,000 ล้าน เติบโตขึ้น 38% และคิดเป็น 54% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปี ที่ 45,000 ล้านบาท
สำหรับภาพรวมครึ่งปีหลังของปีนี้ “พีระพงศ์ จรูญเอก” CEO ออริจิ้น ชี้ว่า ภาคการท่องเที่ยวจะยังคงเป็นเซ็กเตอร์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หากมีรัฐบาลใหม่เข้ามาภายในเดือน ส.ค.นี้ ตามกำหนดการ น่าจะมีส่วนสำคัญช่วยกระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยครึ่งปีหลังให้เดินหน้าต่อไปได้
ขณะเกมสำคัญที่น่าสนใจของออริจิ้นยังมาจากความเคลื่อนไหวล่าสุด หลังประกาศเปลี่ยนชื่อ “ออริจิ้น อีอีซี” เป็น “ออริจิ้น เนชั่นวายด์” เพื่อเปิดทางบุกพัฒนาคอนโดทั่วประเทศ ตั้งเป้าสิ้นปีนี้ ออริจิ้น จะมีการพัฒนาคอนโดฯ สะสมทะลุ 13,000 ยูนิต มูลค่า 26,000 ล้านบาท
แสนสิริ (SIRI) ลุ้นกำไรสุทธิทั้งปีโตพุ่ง 40-50%
ส่วนบริษัทอสังหาฯ ที่ร้อนแรง ภายใต้การเมืองเดือดของบ้านเรา อย่าง บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ดูเหมือนว่ายอดขายที่มาจากลูกค้าระดับ VIP แถวหน้าของเมืองไทย จากการเปิดขายโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรี่หลายแห่ง จะช่วยสนับสนุนผลดำเนินงานของบริษัทนี้ได้อย่างดีเยี่ยม
โดยข้อมูลล่าสุดในรอบ 5 เดือน ปีนี้ (ม.ค.-พ.ค.) แสนสิริมียอดขายอยู่ที่ 17,000 ล้านบาท ซึ่งผู้บริหารอย่าง “อุทัย อุทัยแสงสุข” ชี้ว่าจะเป็นส่วนสนับสนุนให้กำไรสุทธิปี 2566 ของแสนสิริ เติบโตไปถึงระดับ 40-50% จากปีก่อน (กำไรสุทธิ ปี 2565 : 4,280 ล้านบาท)
สิ่งที่น่าจับตา คือ ในช่วงครึ่งปีหลัง แสนสิริ ยังมีเตรียมยอดโอนกรรมสิทธิ์ต่อเนื่องจากโครงการระดับลักซ์ชัวรีที่มีกำไรสูง เช่น นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา, คอนโดมิเนียม XT พญาไท, นาราสิริ พหล-วัชรพล, บูก้าน 3 โครงการใหม่ และยอดโอนจากบ้านเดี่ยวแบรนด์เศรษฐสิริต่างๆ
ศุภาลัย ครึ่งปีโกย 17,285 ล้านบาท
ด้านรายใหญ่อีกรายอย่าง บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ดาวเด่นโครงการในภูมิภาค โดย CEO “ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม” สรุปผลดำเนินงานของบริษัท ว่า บริษัทฯ ยังคงรักษาการเติบโตที่มั่นคงอย่างต่อเนื่อง โดยดีมานด์ตอบรับดีทั้งโครงการบ้าน และคอนโดมิเนียมศุภาลัย สามารถสร้างยอดขายรวมได้แล้วถึง 17,285 ล้านบาท คิดเป็น 48% จากเป้าหมายยอดขาย 36,000 ล้านบาท
โดยมาจากการตอบรับที่ดีของลูกค้าในทุกทำเลของกลุ่มโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ รวมถึงโครงการที่เปิดตัวใหม่ ขณะเดียวกัน ศุภาลัย ยังเผยว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้นมาจากโครงการภูมิภาคของบริษัทยังคงได้รับความสนใจและเติบโตโดดเด่นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
ทั้งนี้ ปี 2566 ศุภาลัย ตั้งเป้ายอดขายรวมทั้งปีไว้ที่ 36,000 ล้านบาท ด้วยกลยุทธ์สำคัญ การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแล้วครอบคลุม 28 จังหวัด
ASW เดินหน้าเก็บยอดขายตามเป้า 1.5 หมื่นล้าน
ปิดท้ายที่ผู้พัฒนาอสังหาฯ ดาวรุ่ง มาแรง กับกลยุทธ์หลากหลาย ภายใต้การบริหารของ “กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์” CEO บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW หลังจากลุยเปิดโครงการกลุ่ม แคมปัสคอนโดฯ (ที่อยู่อาศัยรอบสถานศึกษา) ดึงกระแสความต้องการของกลุ่มลูกค้า GEN Z และนักลงทุน เก็บยอดขายถล่มทลายทุกโครงการ ทั้งใน กทม. ปทุมธานี และชลบุรี
ล่าสุด ASW ยังขยายฐานตลาดสู่หัวเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง ยึดหัวหาดจังหวัดภูเก็ต จากการเข้าซื้อหุ้นบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ขณะเร็วๆ นี้ ASW เตรียมขยายพอร์ตโครงการไปยังแนวราบ เตรียมเปิดตัวโครงการ “ดิ อาเบอร์ ดอนเมือง-แจ้งวัฒนะ” บ้านเดี่ยวสไตล์ครีเอทีฟโมเดิร์น ในราคาเริ่ม 12-20 ล้านบาท อีกด้วย
ส่วนยอดขายช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ASW เผยว่า สามารถทำยอดขายได้แล้ว 7,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน ภายใต้เป้าหมายยอดขายทั้งปีที่ 15,000 ล้านบาท
เรียกได้ว่าเป็น 5 บิ๊กแบรนด์อสังหาฯ ที่ยังคงขยับเคลื่อนไหว และทำผลดำเนินการงาน ในแง่การขายโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมเติบโตได้ดี แม้ปัจจัยแวดล้อม กำลังซื้อ ในยามนี้ ไม่ได้สนับสนุนมากนัก
อย่างไรก็ตาม ยอดขายก็เป็นเพียงแค่ตัวชี้วัดความสำเร็จของสินค้า สิ่งที่ต้องลุ้นกันต่อ ก็คือจะสามารถแปลงยอดขายดังกล่าวเป็นรายได้ได้มากน้อยแค่ไหน ท่ามกลางปัญหา ธนาคารปฏิเสธสินเชื่อใหม่ยังสูง.