
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนส่วนใหญ่ของคนไทยเป็นเกษตรกร และหนี้ส่วนใหญ่อยู่ในความรับผิดชอบของ ธ.ก.ส. จึงมอบหมายให้ ธ.ก.ส.เร่งปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกร โดยเกษตรกรรายใดมีหนี้ ต้องมีการเจรจากับ ธ.ก.ส. เพื่อขยายงวดการชำระ โดยมีน้อย-ชำระน้อย และจะต้องทำควบคู่ไปกับการให้ความรู้การบริหารจัดการเงิน “การช่วยเหลือเกษตรกรส่งผลให้ ธ.ก.ส.มีปัญหาหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) จากต้นปี 65 มีสัดส่วนหนี้เสียอยู่ที่ 12% ของสินเชื่อโดยรวม แต่ปัจจุบันลดลงมาเหลือ 7% และปี 66 ตั้งเป้าหมายว่า ธ.ก.ส.จะมีสัดส่วนหนี้เสีย 3-4% โดยมั่นใจว่าหนี้เสียจะลดลงได้อย่างแน่นอน ด้วยการกระตุ้น ให้เจ้าหน้าที่สาขาทั่วประเทศ ติดตามดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด”
นายอาคม กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนต้องทำคู่ไปกับการปรับโครงสร้างหนี้และหารายได้เพิ่ม ซึ่งต้องทำต่อเนื่อง เช่น การปลูกทุเรียน มะม่วง ลำไย กาแฟ กล้วยหอม เป็นต้น แต่สามารถปลูกพืชระยะสั้นได้ เช่น การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งโรงพยาบาลทั่วประเทศต้องการ ซึ่งการปลูกพืชระยะสั้นสร้างรายได้ สามารถกู้สินเชื่อได้ เพราะ ธ.ก.ส.มีโครงการ เติมสินเชื่อให้เกษตรกรรายละ 100,000-200,000 บาท และได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการเงิน หลังมีรายได้จากอาชีพเสริม แบ่งสัดส่วนรายได้ 50% ชำระหนี้ อีก 40% เป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และ 10% สบทบทุนวิสาหกิจชุมชน ที่เป็นตัวแทนช่วยเหลือด้านการตลาดสำหรับจำหน่ายสินค้าเกษตร ซึ่งทำให้เกษตรกรอยู่ได้และลดภาระหนี้สินได้ด้วย.