
นายนราธิป อนันตสุข หัวหน้าสำนักงานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ชาวไร่อ้อยยังคงติดตามภาวะภัยแล้งปีนี้อย่างใกล้ชิดเนื่องจากจะมีผลกระทบโดยตรง ต่อผลผลิตอ้อยในฤดูการผลิตปี 2566/67 ที่จะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตในเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ โดยยอมรับว่ามีความวิตกเพราะปริมาณฝนปีนี้เฉลี่ยนับตั้งแต่สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยวมาจนถึงเดือน พ.ค.ปริมาณฝนเฉลี่ยน้อยกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 60% “ทำให้คาดการณ์เบื้องต้นว่าผลผลิตอ้อยปี 2566/67 จะอยู่ที่ 80 ล้านตัน แต่หากฝนทิ้งช่วงในเดือน มิ.ย.นี้ปริมาณก็จะลดต่ำกว่า 80 ล้านตัน”
ทั้งนี้ ประเทศไทยเผชิญกับวิกฤติภัยแล้งในฤดูการผลิตอ้อยและน้ำตาลทรายเมื่อปี 2563/64 มาแล้วและทำให้ปีดังกล่าวปริมาณอ้อยเหลือเพียง 66 ล้านตันเท่านั้นและนับเป็นปริมาณอ้อยลดต่ำสุดในรอบ 10 ปี ขณะที่ในฤดูการผลิตปี 2566/67 แม้ว่าขณะนี้จะมีปริมาณฝนลงมาบ้างในระยะนี้แต่ก็ยังไม่ครอบคลุม พื้นที่ปลูกอ้อยทั้งหมด และหากฝนไม่ทิ้งช่วงก็หวังว่าผลผลิตอ้อยจะลดลงไม่มากนักจากฤดูผลิตปี 2565/66 ที่ผลิตอ้อยได้ 93ล้านตัน
“ชาวไร่อ้อยยังคงต้องติดตามนโยบายรัฐบาลใหม่ที่สำคัญ 3 ด้าน 1.ค่าแรงขั้นต่ำจะปรับเพิ่มระดับ 450 บาทต่อวันหรือไม่อย่างไร เพราะยอมรับว่าจะกระทบต่อต้นทุนค่อนข้างมาก เนื่องจากปัจจุบันแรงงานตัดอ้อยขาดแคลนต้องอาศัยแรงงานประเทศเพื่อนบ้านเป็นหลัก 2.ระบบการขนส่งอ้อย โดยเฉพาะน้ำหนักบรรทุกที่ผ่านมาที่รัฐบาลจะผ่อนผันให้ในช่วงเก็บเกี่ยว และ 3.ปัจจัยการผลิตต่างๆ ทั้งเรื่องการส่งเสริมการตัดอ้อยสดที่รัฐจะสนับสนุนเงินช่วยเหลือ 120 บาทต่อตัน และรวมไปถึงการรับมือกับภาวะภัยแล้งที่ต้องเตรียมรองรับไว้ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าด้วย
นายวีระศักดิ์ ขวัญเมือง ผู้แทนชาวไร่อ้อยในคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) กล่าวว่า ฤดูการผลิตปี 2566/67 ขณะนี้ภัยแล้งเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายกำลังวิตกเพราะจะกระทบต่อปริมาณการผลิตอ้อยให้ลดลงได้และทำให้เป็นอีกปีหนึ่งที่ไม่อาจจะขยับไปสู่ระดับ 100 ล้านตันได้ แม้ว่าในแง่ของราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 2566/67 มีแนวโน้มที่ดีโดยมีโอกาสจะสูงถึง 1,300 บาทต่อตัน