
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสวิพากษ์วิจารณ์ร้อนแรงสนั่นเมือง เรื่องวิสัยทัศน์ของ “ศิริกัญญา ตันสกุล” รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเท่าเทียมและเป็นธรรม ทั้งการทลายทุนผูกขาด การจัดเก็บภาษีคนรวย การจัดเก็บภาษีหุ้น การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท การแก้กฎกระทรวงการคลังเพื่อผลักดันนโยบายสุราก้าวหน้า เป็นต้น
นับตั้งแต่พรรคก้าวไกลขึ้นเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เป็นสุญญากาศช่วงเปลี่ยนผ่าน เกิดความไม่แน่นอนตลอดเวลา ทำให้นักลงทุนในตลาดหุ้นกังวล ส่งผลให้ดัชนีหุ้นปรับลดลงเกือบทุกวัน จนเคยหลุด 1,500 จุด ต่างชาติทยอยขายหุ้นมากที่สุด มีบางวันดัชนีกลับมาเคลื่อนไหวในแดนบวกได้บ้าง แต่ขึ้นเพียงเล็กน้อย
พอสังคมกังขา ฝั่งตรงข้ามจึงได้ทีดาหน้าถล่มทัวร์ลงยับ ทั้งในสื่อสังคมออนไลน์ วงสนทนา และอีกหลากหลายเวที วิพากษ์วิจารณ์ไปถึงความอ่อนหัด ประสบการณ์ไม่ถึง มีแต่ทฤษฎี ไม่ประสีประสา ไม่เคยทำงานใหญ่ อายุเพียง 42 ปี ประวัติการทำงานเป็นเพียงนักวิชาการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ริอาจหาญจะเป็นถึง รมว.คลัง นั่งกุมบังเหียนหน่วยงานหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ
บางคนก็ว่าประเทศชาติ ไม่ใช่เป็นที่ทดลองนโยบาย ไม่ได้เป็น Sandbox ของพรรคการเมือง ยังไม่ได้ทำงาน อย่าให้สัมภาษณ์ส่งเดชประเทศ มิได้มีเพียงแต่คนจนกับคนรวย แต่มีคนชนชั้นกลางด้วย อย่ามองข้าม เพราะชนชั้นกลางเป็นกลุ่มคนเล่นหุ้น เป็นมนุษย์เงินเดือนกว่า 10 ล้านคน มีภาระต้องชำระภาษีราว 3-4 ล้านคน
เสียงวิพากษ์ วิจารณ์ “ศิริกัญญา” ยังถาโถมมาจากบุคคลต้นทุนทางสังคมสูง ทั้งผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ นักเศรษฐศาสตร์ คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ รวมถึงนางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการบริหาร บลจ. บัวหลวง จำกัด ผู้คร่ำหวอดในตลาดหุ้น ที่โพสต์ข้อความสั้นๆบนเฟซบุ๊กว่า “ทำอย่างไรหุ้นถึงจะขึ้น ต้องยกเลิกทุกนโยบายของว่าที่รัฐบาล หุ้นจะเขียวทั้งกระดานทันที”
และถึงแม้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศ จะออกมาการันตี “ศิริกัญญา” เป็นผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่ง “รมว.คลัง” เป็นที่สุด เช่นเดียวกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ที่ออกมาตอกย้ำว่า “เธอจะเป็น รมว.คลังที่ดี” ก็ตาม แต่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ ก็ยังไม่แผ่ว
ซึ่งการถูกถล่มยับในครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงการคลัง “ทีมข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ได้โทรศัพท์สัมภาษณ์ น.ส.ศิริกัญญา ถึงประเด็นดังกล่าว เธอดูยังหนักแน่นแต่ออกตัวว่าทางพรรคแนะนำให้สกรีนการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนนับจากนี้ แม้ต้องเพิ่มความระมัดระวัง เธอยังยอมพูดคุยโดยบอกว่า เข้าใจดีถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เมื่อมีแนวคิดใหม่ๆ คนใหม่ๆเข้ามา มักจะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เสมอ
“ยินดีรับทั้งหมดและยอมรับความเห็นต่าง เพราะอยู่คนละความเชื่อและอุดมการณ์ แต่สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไป คือความพยายามที่จะอธิบาย สร้างความเข้าใจ ให้คนที่มีความเชื่อไม่ตรงกัน เข้าใจถึงนโยบายของพรรคก้าวไกล มากยิ่งขึ้น ว่าท้ายที่สุดแล้วนโยบายของพรรคจะดีต่อเศรษฐกิจและประเทศชาติอย่างไร”
“ไม่รู้สึกท้อ พร้อมน้อมรับคำตักเตือนแล้วนำมาปรับปรุง อะไรที่ทำไม่ดีจะแก้ไข เพื่อให้ทำงานดีขึ้น”
น.ส.ศิริกัญญา บอกว่า ขณะนี้อยู่ในภาวะคลุมเครือ ทำให้มีการคาดการณ์ไปต่างๆนานา สิ่งที่พรรคก้าวไกล กำลังดำเนินการอยู่ คือการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าและหอการค้าแห่งประเทศไทย และอีกหลายหน่วยงาน ไม่ได้เป็นการมอบนโยบาย แต่เป็นการทำความเข้าใจและหาข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่า
“ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่ยืนยันได้คือนโยบายพรรคก้าวไกลที่จะทำและต้องสร้างความเข้าใจ แต่สิ่งที่ยืนยันไม่ได้คือนโยบายรัฐบาล เพราะยังอีกหลายขั้นตอนกว่าจะไปถึงจุดนั้น”
ส่วนคำต่อว่าต่อขานว่าไม่เหมาะกับตำแหน่งขุนคลังนั้น น.ส.ศิริกัญญา ยืดอกไม่มีความกังวล และไม่ได้รู้สึกว่าความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และอายุที่หลายคนบอกว่ายังน้อย จะเป็นอุปสรรคในการทำงาน แต่ถ้าถามความชอบและหากเลือกได้ อยากทำงานขับเคลื่อนนโยบายที่ข้ามกระทรวงได้มากกว่า ขณะนี้จึงยังตอบเรื่องตำแหน่งไม่ได้ชัดเจน แต่จะพยายามทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด และขอใช้โอกาสและเวลา เป็นเครื่องพิสูจน์ผลงาน.
ดวงพร อุดมทิพย์