วิชั่น "กีรติ กิจมานะวัฒน์" ปั้นสนามบินสุวรรณภูมิสู่เวิลด์คลาส

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

วิชั่น "กีรติ กิจมานะวัฒน์" ปั้นสนามบินสุวรรณภูมิสู่เวิลด์คลาส

Date Time: 24 เม.ย. 2566 05:43 น.

Summary

การกลับมาของนักเดินทางทำให้สนามบินทั่วโลกกลับมาคึกคักอีกครั้ง ธุรกิจเกี่ยวเนื่องต่างรีบปรับตัวรับโอกาสทำเงินระลอกใหม่ และประเทศไทยก็เป็น 1 ในหลายๆประเทศทั่วโลก

Latest

ใจดี!ลดราคาดีเซล-เบนซินลงอีก 50 สต.

การกลับมาของนักเดินทางทำให้สนามบินทั่วโลกกลับมาคึกคักอีกครั้ง ธุรกิจเกี่ยวเนื่องต่างรีบปรับตัวรับโอกาสทำเงินระลอกใหม่ และประเทศไทยก็เป็น 1 ในหลายๆประเทศทั่วโลก ในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่ต้องปรับองคาพยพเพื่อเปิดรับนักเดินทางอีกครั้ง

“บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)” (ทอท.) หรือ AOT รัฐวิสาหกิจที่กำกับดูแลท่าอากาศยานในความรับผิดชอบ 6 แห่ง ประกอบด้วย สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สนามบินภูเก็ต สนามบินเชียงใหม่ สนามบินเชียงราย และสนามบินหาดใหญ่ ภายใต้การกำกับของกระทรวงคมนาคม ถือเป็นอีกหนึ่งประตูสำคัญในฐานะหน้าด่านต้อนรับนักท่องเที่ยว

ในโอกาสเดียวกันนี้ ทอท.ยังมีวาระในการปรับเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ โดย “ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์” ได้เข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.2566 แทน ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ ซึ่งดำรงตำแหน่งเต็มครบ 2 วาระ 8 ปี

เหตุนี้ทำให้ “ทีมเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ได้ขอเข้าสัมภาษณ์พิเศษ ดร.กีรติ เพื่อฉายภาพให้เห็นถึงทิศทางการบริหารสนามบินพาณิชย์ 6 แห่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะ “สนามบินสุวรรณภูมิ” ซึ่งถือเป็นประตูเปิดรับนักท่องเที่ยวบานแรก และโอกาสที่จะกลับมาเป็นสนามบินระดับเวิลด์คลาสอีกครั้ง

อะไรเป็นแรงดึงดูดให้สมัครเข้าชิงตำแหน่ง

การบริหารสนามบินมีผลเกี่ยวเนื่องมากกับการพัฒนาประเทศ ช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศ เพราะรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นรายได้อันดับ 1 ของประเทศ สนามบินเป็นประตูด่านแรกสำหรับคนที่เดินทางมาประเทศไทย สิ่งที่จะสร้างความประทับใจหรือไม่ประทับใจ อยู่ที่ประสบการณ์ของการเดินทางตั้งแต่ด่านแรก

ผมเป็นวิศวกร ที่ไม่ได้เป็นลูกหม้อหรือคนในมาตั้งแต่ต้น เข้ามาทำงานเมื่อ 3 ปีก่อนผ่านการสรรหาเช่นเดียวกับการเข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการในครั้งนี้ ก่อนหน้าเคยเป็นที่ปรึกษาด้านคมนาคมในบริษัทที่ปรึกษา วางแผนออกแบบขนส่งมวลชน ดูรถไฟฟ้า ทางหลวง ทางด่วน การคมนาคมขนส่ง จึงมั่นใจว่าจะสามารถเอาความรู้ความสามารถมาช่วยพัฒนาองค์กรให้ดีขึ้นได้

เป้าหมายที่จะทำทันทีหลังรับตำแหน่งคืออะไร

เป้าหมายหลักคือการเป็นผู้บริหารท่าอากาศยานที่ดี ฟังดูอาจสั้นแต่เป็นเป้าหมายที่ต้องอาศัยการทำงานอีกเยอะ หลังอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้ร่วมอุตสาหกรรมการบินต่างบอบช้ำ มีการลดขนาดองค์กร ลดจำนวนพนักงานในภาคของสายการบิน ทั้งการให้บริการภาคพื้นดิน การเช็กอิน การขนกระเป๋า แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายอุตสาหกรรมการบินใกล้กลับคืนสู่ปกติ ขณะนี้ผู้โดยสารในประเทศกลับมาเดินทางแบบ 100% ส่วนผู้โดยสารระหว่างประเทศอยู่ที่ 70% จึงเกิดความแออัดบริการล่าช้า

นอกจากนั้นเทรนด์ใหม่ของผู้โดยสารที่กลับมาเดินทาง ยังกังวลกลัวไม่ทันขึ้นเครื่อง ทุกคนจึงมาสนามบินก่อนเวลา เช่น เที่ยวบินเดินทางเวลา 01.00 น. แต่มารอตั้งแต่ 19.00 น. อาจจะเป็นเพราะทัวร์นัด กลายเป็นต้องมารอ 6-7 ชั่วโมง พอเคาน์เตอร์เริ่มให้เช็กอินจึงได้เห็นภาพผู้โดยสารยืนรออยู่หน้าเคาน์เตอร์ยาวเหยียด

ช่วงนี้ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ ทอท.จะต้องเร่งแก้ปัญหาระยะสั้นและระยะยาวควบคู่กันไป โดยระยะสั้น จะเน้นการลดการแออัดของบริการภาคพื้นและพัฒนาคุณภาพการบริการควบคู่กันไป

สิ่งแรกที่ง่ายที่สุดคือการใช้เทคโนโลยีมาช่วยจัดการ เพื่อให้ขั้นตอนกระบวนการเช็กอิน, โหลดกระเป๋า, ตรวจค้น, ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)ให้เร็วที่สุด เพื่อให้ผู้โดยสารได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ Concourse Area หรือพื้นที่พักคอยผู้โดยสารหลัง ตม.

เทคโนโลยีที่จะเร่งเสริมเข้ามาและโปรโมตการใช้งานให้มากขึ้น ได้แก่ การติดตั้งตู้ระบบ Self Check-in (เช็กอินด้วยตนเอง) กว่า 200 เครื่องทั่วทั้งเทอร์มินอล ซึ่งมีแผนเพิ่ม “น้องสวัสดี By AOT” ทูตสนามบินคอยให้คำแนะนำมากขึ้น ขั้นตอนนี้ช่วยลดเวลาการเช็กอินเหลือแค่ 5 นาที ปัจจุบันรองรับได้ 18 สายการบิน เช่น การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ส นอกจาก Self Check-in แล้ว เพื่อให้ครบวงจร ผู้โดยสารสามารถ Self Bag-Drop หย่อนกระเป๋าได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องใช้เคาน์เตอร์ ซึ่งมีทั้งหมด 30 จุด รองรับ 18 สายการบินเช่นกัน

สำหรับขั้นตอนการตรวจค้นเป็นหน้าที่ของ ทอท.100% จะเพิ่มความคล่องตัวในขั้นตอนการตรวจค้น มีแผนใช้เครื่องเอกซเรย์รุ่นใหม่ในระยะต่อไป ทำให้ไม่จำเป็นต้องเอาอุปกรณ์แล็ปท็อปหรือน้ำออกมาจากกระเป๋า รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพิ่มจำนวนบุคลากร จนปัจจุบันทำเวลากระบวนการตรวจคนเข้าเมืองเบ็ดเสร็จสำหรับนักเดินทางต่างชาติเหลือแค่ 30-45 นาที

ส่วนระยะถัดไป ทอท.จะนำเครื่อง Auto Gate มาช่วยลดความหนาแน่นผู้โดยสารเพิ่มเติม ด้วยการนำมาให้บริการกับผู้โดยสารต่างประเทศที่เป็นขาออกซึ่งกำลังจะเดินทางออกนอกประเทศ จากปกติใช้กับผู้โดยสารขาออกที่เป็นคนไทย หากนำเครื่องมาใช้จะทำให้สามารถย้ายกำลัง ตม.ที่อยู่ขาออกไปเพิ่มตรงตรวจขาเข้าแทน

เรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ เมื่อรวมกันจะเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับผู้โดยสาร ซึ่งจะเห็นภาพภายใน 1 ปีสนามบินต้องดีขึ้นแน่นอน โดยเริ่มจากโมเดลที่สนามบินสุวรรณภูมิ จากนั้นจะขยายต่อไปยัง 6 สนามบิน

นอกจากนั้น สนามบินสุวรรณภูมิยังได้มีแผนที่จะเปิดให้บริการอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (Satellite 1 : SAT–1) ที่คาดว่าจะเปิดในเดือน ก.ย. 2566 ซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่ Concourse หรือพื้นที่พักคอยผู้โดยสารหลัง ตม. ได้อีก 50% หรือคิดเป็นพื้นที่เพิ่ม 200,000 ตารางเมตร ขณะเดียวกันก็จะมีสะพานเทียบ เครื่องบินเพิ่มอีก 28 สะพานเทียบ หรือเพิ่มอีก 60% ผู้โดยสารจะได้ไม่ต้องนั่งรถบัสไปขึ้นเครื่อง

รวมถึงการสร้างรันเวย์ที่ 3 ที่จะเปิดให้บริการต้นปี 2567 ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพในเรื่องของเที่ยวบิน (ไฟลท์บิน) ขึ้นและลง จากเดิมมี 64 ไฟลท์ต่อชั่วโมง เป็น 92 ไฟลท์ต่อชั่วโมง หรือ 1 ชั่วโมง รองรับได้ประมาณ 1 ล้านคนต่อปี เพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารจากประมาณ 60 ล้านคน เป็น 90 ล้านคน ซึ่งตรงนี้จะทำให้คะแนนการให้บริการของสนามบินสุวรรณภูมิดีขึ้นแน่นอน

จะกอบกู้ “สุวรรณภูมิ” ให้กลับสู่ระดับ “เวิลด์คลาส” อย่างไร

สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 2549 เคยติดอันดับ 1 ใน 10 สนามบินที่ดีที่สุดมาแล้วในปี 2553 ไม่กี่ปีหลังเปิด

แต่ล่าสุดจากการจัดอันดับของ Skytrax ปี 2566 สนามบินสุวรรณภูมิอยู่ในลำดับที่ 68 ขยับขึ้นดีกว่าปี 2565 ซึ่งอยู่ที่ลำดับ 77

เมื่อย้อนกลับไปดูสาเหตุที่ทำให้คะแนนสนามบินลดลง พบว่าเกิดจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีท้ายๆ ที่อันดับร่วงลงมามาก เพราะมาตรการตรวจสอบ ตรวจเข้มต่างๆ ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกไม่ได้รับความสะดวกสบาย คะแนนก็ลดลง แต่ต้องเข้าใจว่ามาตรการต่างๆ มาพร้อมกับความจำเป็นทางสาธารณสุข ซึ่งแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ประเทศยุโรปอาจจะเปิด แต่ของไทยคือจำกัดการเดินทาง ทำให้คะแนนลดลง แต่ปัจจุบันในเมื่อไม่มีมาตรการแล้ว ก็มองว่าเป็นจุดที่ต้องผลักดัน ลำดับของสนามบินสุวรรณภูมิให้กลับมาให้ได้

ผมมีเป้าหมายโดยเฉพาะ “สนามบินสุวรรณภูมิ” ต้องกลับมาเป็นสนามบินที่ดีที่สุดของโลกสำหรับนักเดินทางอีกครั้ง ภายใน 2 ปี ต้องกลับมาเป็น 1 ใน 50 สนามบินที่ดีที่สุดของโลก และภายใน 4 ปี จะต้องกลับมาติด 1 ใน 30 สนามบินที่ดีที่สุดของโลกให้ได้

ซึ่งจากมาตรการต่างๆ ที่กำหนดเป็นยุทธศาสตร์ของเรา ผมเชื่อว่าเราจะทำได้

แผนพัฒนาสนามบินระยะยาวเป็นอย่างไร

การลงทุนขยายขีดความสามารถของสนามบินในสังกัด ทอท.ในสมัยของผม เป็นเรื่องที่จะเร่งผลักดันจริงจัง ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง รวมถึงสนามบินภูมิภาคอีก 2 แห่ง คือ สนามบินภูเก็ตและสนามบินเชียงใหม่

ปัจจุบันสิ่งที่ยังไม่ได้พัฒนาคือการสร้างเทอร์มินอล (อาคารผู้โดยสาร) หลังใหม่ นโยบายคือต้องเร่งขยายเทอร์มินอลให้เร็วที่สุด ซึ่งตอนนี้เทอร์มินอลที่จะทำได้เร็วที่สุดและมีความพร้อม คือส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลักหลังเดิมด้านทิศตะวันออก (East Expansion) เนื่องจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติแล้ว คาดว่าเมื่อปรับแบบเสร็จสิ้น น่าจะเปิดประมูลต้นปี 2567 เมื่อขยายอาคารทิศตะวันออกแล้ว ก็จะผลักดันให้มีการก่อสร้างขยายอาคารทางทิศตะวันตก (West Expansion) ต่อ

ส่วนแผนการก่อสร้างอาคารด้านทิศเหนือ (North Expansion) ก็มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งผลักดัน เนื่องจากหากมีก่อสร้างขยายอาคารด้านทิศตะวันตกและอาคารด้านทิศตะวันออกแล้ว แม้จะทำให้พื้นที่เทอร์มินอลใหญ่ขึ้น แต่ถนนหน้าสนามบินสุวรรณภูมิยังเท่าเดิม ซึ่งจะทำให้การจราจรแออัดขึ้น เพราะไม่สามารถขยายถนนเพิ่มได้ ขณะที่การสร้างส่วนต่อขยายอาคารด้านทิศเหนือ นอกจากจะรองรับผู้โดยสารที่อาจแยกสำหรับผู้โดยสารในประเทศเพื่อให้เป็นสัดส่วนแล้ว ยังมีพื้นที่พอในการเพิ่มพื้นที่จราจรเพื่อแก้ปัญหารถแออัดด้วย

ในส่วนของสนามบินดอนเมืองนั้น มีแผนที่จะสร้างอาคารที่พักผู้โดยสาร 3 หลังใหม่ ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่รองรับปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเท่าตัว จากเดิมมีพื้นที่รองรับที่ประมาณ 150,000 ตารางเมตร เมื่อปรับปรุงสร้างใหม่จะมีพื้นที่ถึง 300,000 ตารางเมตร รองรับปริมาณผู้โดยสารที่มาใช้บริการที่สนามบินดอนเมืองถึง 50 ล้านคนต่อปี อย่างไรก็ตามขั้นตอนการพัฒนาสนามบินดอนเมืองนั้น ครม.ได้อนุมัติงบประมาณกว่า 36,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนอยู่ในช่วงของการออกแบบ ซึ่งน่าจะเริ่มได้ปลายปี 2567

ส่วนสนามบินต่างจังหวัดอีก 2 ท่าอากาศยานที่ต้องแก้ปัญหาความแออัดอย่างเร่งด่วน คือ สนามบินภูเก็ตและสนามบินเชียงใหม่ โดยสนามบินภูเก็ตตามแผนจะมีการสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศซึ่งจะทำให้สามารถรองรับผู้โดยสารสูงสุดที่ 18 ล้านคนต่อปี ส่วนสนามบินเชียงใหม่ จะสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่เพิ่มขึ้นมาและปรับอาคารหลังเดิมทั้งหมดให้เป็นภายในประเทศ

อีกเรื่องที่ต้องดำเนินการคือประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมหรือ Sustainable airport ภายใน 4 ปีจะมีการเปลี่ยนการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในท่าอากาศยานทั้งหมดของ ทอท. ให้เป็นพลังงานแสงอาทิตย์ หากพิจารณาทางกายภาพจะพบว่าสนามบินมีพื้นที่มากพอ ทั้งพื้นที่ข้างรันเวย์ บ่อน้ำ ซึ่งสามารถสร้างโซลาร์เซลส์ได้ นอกจากรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังจะทำให้รายจ่ายของค่าไฟฟ้าในสนามบินลดลงกว่า 15-20% และมีแผนเปลี่ยนรถที่ให้บริการทั้งหมดในสนามบินให้เป็นรถไฟฟ้าด้วย

ส่วนเรื่องผลการดำเนินงานนั้น อย่างน้อยภายใน 4 ปี รายได้ต้องกลับไปสู่จุดเดิมที่เคยสูงสุด หรือประมาณ ปีละ 60,000 ล้านบาท กำไร 25,000 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการลงทุน เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารที่มากขึ้น เมื่อผู้โดยสารมาก รายได้จะมากขึ้นตาม โดยปัจจุบัน ทอท.มีรายได้จากผู้โดยสารไทยหัวละ 100 บาท และผู้โดยสารต่างประเทศหัวละ 700 บาท

กังวลไหมรับตำแหน่งในช่วงเปลี่ยนผ่านการเมือง

ไม่กังวล เพราะมองตัวเองเป็นนักบริหารมืออาชีพ ต้องทำงานกับทุกคน ทุกฝ่ายที่เข้ามากำกับดูแล

ผมผ่านการสรรหาเข้ามาได้เพราะวิสัยทัศน์ที่นำเสนอ ก็จะยึดเป็นหลักในการทำงาน จะทำให้ดีขึ้นและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรเอาผู้โดยสารนำหน้าเพื่อที่จะผลักดัน ทอท. ให้ก้าวต่อไป.

ทีมเศรษฐกิจ


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ