
“ระบอบสังคมนิยมเท่านั้นที่สามารถช่วยประเทศจีน และระบอบสังคมนิยมที่ใส่ความเป็นตัวตนของชาวจีนเข้าไปเท่านั้น ที่จะช่วยพัฒนาประเทศจีนให้เจริญรุ่งเรือง”
ถือเป็นคำประกาศอย่างหนักแน่นจากผู้นำ “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีจีน แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่จีนกำลังจะมุ่งไป ตามเป้าหมาย “รอบ 100 ปี 2 ประการ” นั่นคือ 1.ครบรอบศตวรรษการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ (พ.ศ.2464-2564) 2.ครบรอบศตวรรษการก่อตั้งประเทศจีนใหม่ (พ.ศ.2492-2592)
สำหรับเป้าหมายประการแรก “การสร้างสังคมมีกินมีใช้” รัฐบาลจีนประกาศบรรลุภารกิจเรียบร้อยตามเป้าหมาย นั่นคือรายได้เฉลี่ยของชาวเมืองเฉลี่ยต่อคนต่อปี ไม่น้อยกว่า 18,000 หยวน หรือเกือบ 90,000 บาท รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีของครัวเรือนในชนบทจีน ต้องไม่น้อยกว่า 8,000 หยวน หรือเกือบ 40,000 บาท และสัดส่วนของรายจ่ายที่ใช้ไปกับอาหาร ต้องต่ำกว่า 40%
ไปจนถึงเป้าหมาย เนื้อที่ก่อสร้างก่อสร้างบ้านอยู่อาศัยของชาวเมืองเฉลี่ยต่อคนไม่น้อยกว่า 30 ตารางเมตร อัตราความเป็นเมืองไม่น้อยกว่า 50% อัตราการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยของเด็กที่จบการศึกษาระดับมัธยมปลายไม่น้อยกว่า 20% อัตราการมีหลักประกันด้านการดำรงชีวิตตามมาตรฐานขั้นต่ำสุดของชาวเมืองมากกว่า 95% และมีแพทย์เฉลี่ย 2.8 คน ต่อประชากร 1,000 คน
จีนกลายเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรผู้มีรายได้ปานกลางมากที่สุดในโลก การเข้าสู่ “สังคมมีกินมีใช้” นั้น ประชาชนไม่เพียงแต่มีรายได้เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความรู้สึกได้รับประโยชน์ มีความสุขและมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งที่จะตามมาคือ พลังทางเศรษฐกิจ พลังทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พลังรวมแห่งชาติ ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนได้รับการพัฒนาถึงระดับใหม่
สำหรับเป้าหมายประการสอง หรือการครบรอบการก่อตั้งประเทศจีนใหม่ จีนมีเป้าหมาย “การสร้างความทันสมัยในภาพรวม” หวังพัฒนาเป็นประเทศสังคมนิยมที่มั่งคั่ง แข็งแกร่ง เป็นประชาธิปไตยและมีอารยธรรม
ปฏิเสธไม่ได้ว่าจีนมีระบบการเมืองการปกครองที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ จะเห็นได้ว่ากรอบการเมืองโดยทั่วไป นโยบายจะเปลี่ยนแปลงไปตามรัฐบาล น้อยครั้งที่จะมีการสานงานต่อ แต่สำหรับจีนนั้น สิ่งที่เรียกว่า “การต่อสู้” ทุกประการของประชาชนจีน จะอยู่ภายใต้การนำของ “พรรคคอมมิวนิสต์จีน” เพียงหนึ่งเดียว
และแม้จะมีการประชุม “สมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน” ทุกๆ 5 ปี ซึ่งบางครั้งอาจปรับ หรือเปลี่ยนถ่ายอำนาจ แต่ในการประชุมครั้งที่ 20 เมื่อปีที่ผ่านมา ยิ่งเป็นการสร้างความชัดเจนว่า จีนจะมุ่งสู่ทิศทางนี้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง และไม่หยุดยั้ง ตามที่ผู้นำสี จิ้นผิงกล่าวสุนทรพจน์ไว้ว่า เป็นการประชุมด้วยชัยชนะ เราวางแผนการสร้างประเทศสังคมนิยมแบบทันสมัยอย่างรอบด้าน ผลักดันพิมพ์เขียวอันยิ่งใหญ่แห่งการฟื้นฟูประชาชาติจีนด้วยความทันสมัยแบบจีน เป่าแตรยุคสมัยแห่งการต่อสู้ในศักราชใหม่
ในเมื่อการเมืองนิ่ง การเดินทางของรัฐนาวาย่อมมั่นคง “ความฝันจีน” คือการเป็นประเทศสังคมนิยมที่ทันสมัยและแข็งแกร่ง ตลอดจนบรรลุการฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรืองของประชาชาติจีน และการที่จีนก้าวไปสู่ประเทศทันสมัยและแข็งแกร่งอย่างมั่นคงนั้น ย่อมเป็นคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อความก้าวหน้าของมวลมนุษยชาติ ทั้งยังสะท้อนให้เห็นอย่างลึกซึ้งว่า “ในโลกนี้ใช่ว่ามีรูปแบบการพัฒนาความทันสมัยเพียงแบบเดียว” ซึ่งถือเป็นการเสนอภูมิปัญญาและแนวทางการพัฒนาของจีนแก่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก
สำหรับ “จีนในอนาคต” จะเป็นสมัยที่สร้างสิ่งมหัศจรรย์ด้วยความขยันขันแข็ง ใช้ความพยายามแก้ไขปัญหายากที่สุด แสวงหาเป้าหมายยิ่งใหญ่สุด แม้ว่าระยะทางไกลแต่ก็สามารถเดินไปถึง แม้ว่ามีปัญหาใหญ่แต่ถ้ามุ่งมั่นทำก็สามารถแก้ไขได้ ถ้าเรามีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาอย่างไม่ลดละ ใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่อง ก้มหน้าก้มตาในการทำงานที่มุ่งจริง ความก้าวหน้าเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวันก็จะกลายเป็นระยะทางนับพันกิโลเมตร ก็ย่อมจะสามารถทำให้เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กลายเป็นความจริงที่ดีงาม
“จีนในอนาคต” มีพลังเพราะมีความสามัคคี จีนกว้างใหญ่ไพศาลมาก แต่ละคนมีความต้องการที่ต่างกัน มีความคิดเห็นที่ต่างกันแต่เรื่องราวต่างๆ เป็นสิ่งที่ธรรมดา เราควรแลกเปลี่ยนหารือกันเพื่อบรรลุความเห็นพ้องต้องกัน ชาวจีนจำนวนกว่า 1,400 ล้านคน คิดไปในทิศทางเดียว ใช้แรงในทางเดียว ร่วมใจร่วมแรง มีความมุ่งมั่นร่วมกันเหมือนกำแพงสูง ก็จะไม่มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้ ไม่มีปัญหาใดๆ ที่แก้ไขไม่ได้
และ “จีนในอนาคต” จะฝากความหวังให้กับเยาวชน เยาวชนฉลาดประเทศชาติก็จะเจริญพัฒนา การพัฒนาของจีนจะอาศัยความรับผิดชอบกล้าหาญของเยาวชนทั้งหลาย คนวัยรุ่นมีพลังคึกคักและมีความหวัง เหล่าเยาวชนควรปลุกระดมเจตนารมณ์รักชาติ ฝึกฝนบุคลิกที่มุ่งความก้าวหน้า ฟันฝ่าต่อสู้เพื่อโชว์ให้เห็นพลังแห่งคนรุ่นใหม่ เพื่อไม่ผิดต่อปัจจุบันและชีวิตของตน
บนพื้นฐานการสร้างปาฏิหาริย์มากมายในรอบศตวรรษที่ผ่านมา ไม่ว่าการพัฒนาเศรษฐกิจ รักษาความมั่นคงภายในประเทศ ขจัดความยากจนสุดขีด ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ประชาชน ตลอดจนพรรคคอมมิวนิสต์จีนสามารถครองอัตราการสนับสนุนจากประชาชนเกิน 90% ปัจจัยทั้งหมดนี้ พรรคคอมมิวนิสต์จีนจึงเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นว่า จะนำพาประเทศจีนและประชาชนจีนบรรลุเป้าหมายศตวรรษประการที่สองได้ตามกำหนดเวลา พ.ศ. 2592 อย่างแน่นอน