
ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการไตรภาคีแรงงานเห็นชอบปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.65 ว่า กรมติดตามดูผลกระทบการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ที่มีต่อต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าจำเป็นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้นทุนค่าแรง ถือเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนผลิตสินค้าเท่านั้น เพราะต้นทุนสินค้ามีอีกหลายส่วนที่สำคัญ เช่น วัตถุดิบ พลังงาน
“การขึ้นค่าแรงมีผลกระทบต่อสินค้าแต่ละประเภทมากน้อยต่างกัน เพราะสินค้าแต่ละประเภทมีการผลิตที่ต่างกัน บางประเภทใช้เครื่องจักรเป็นหลัก ขณะที่บางประเภทใช้แรงงานคนเป็นหลัก ซึ่งกลุ่มนี้หากปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอาจทำให้ผู้ผลิตมีภาระต้นทุนที่สูงขึ้นได้ แต่กรมจะติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ให้มีการเอาเปรียบผู้บริโภค ขณะเดียวกัน ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจสถานการณ์ราคาสินค้าทุกวัน รวมถึงรับเรื่องร้องเรียนทางสายด่วน 1569 และตรวจสอบให้ความเป็นธรรมกับผู้บริโภค”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่าแรงที่จะปรับขึ้นวันที่ 1 ต.ค.65 โดยเฉลี่ยปรับขึ้น 5.02% ต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ ที่ล่าสุดเดือน ก.ค.65 สูงขึ้น 7.61% คาดว่าการขึ้นค่าแรงครั้งนี้จะไม่มีผลกระทบต่อเงินเฟ้อ หรืออาจมีผลกระทบไม่มากนัก.