3 มรสุมรุมถล่มตลาดหุ้น! ความเชื่อมั่นนักลงทุนดิ่งสู่เกณฑ์ “ซบเซา”

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

3 มรสุมรุมถล่มตลาดหุ้น! ความเชื่อมั่นนักลงทุนดิ่งสู่เกณฑ์ “ซบเซา”

Date Time: 15 ก.ค. 2565 05:30 น.

Summary

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับลง 23.1% มาอยู่ในเกณฑ์ “ซบเซา” ชี้ 3 ปัจจัยรุมเร้า สหรัฐฯขึ้นดอกเบี้ยแรงสกัดเงินเฟ้อ-สงครามยูเครน-เศรษฐกิจจีน

Latest

กองทุนน้ำมันพลิกฐานะเป็นบวก เร่งร่างแผนรับวิกฤตพลังงานชงรัฐบาลใหม่

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับลง 23.1% มาอยู่ในเกณฑ์ “ซบเซา” ชี้ 3 ปัจจัยรุมเร้า สหรัฐฯขึ้นดอกเบี้ยแรงสกัดเงินเฟ้อ-สงครามยูเครน-เศรษฐกิจจีน ส่วนไทยคาด กนง.ขึ้นดอกเบี้ยปีนี้รวม 2% นักลงทุนหวังภาคท่องเที่ยวและเงินไหลเข้าหนุนความเชื่อมั่น แต่ตลาดช่วงนี้มรสุมเข้า แนะลงทุนด้วยความระมัดระวัง

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน จากผลสำรวจเดือน มิ.ย.65 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 64.57 จุด ปรับตัวลดลง 23.1% จากที่สำรวจเดือนก่อนหน้า มาอยู่ในเกณฑ์ “ซบเซา” เป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือน โดยนักลงทุนมองว่านโยบายการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่อาจนำไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจถดถอย (Recession) เป็นปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด รองลงมาคือภาวะเงินเฟ้อจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก และความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ส่วนการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวจะเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือเงินทุนไหลเข้าและนโยบายการเงินของเฟดในการแก้ปัญหาเงินเฟ้อ

“ขณะนี้เป็นช่วงมรสุมของการลงทุน มีปัจจัยที่เข้ามากดดันหลายเรื่องโดยปัญหาที่กังวลที่สุด 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.ปัญหาในยุโรป สงครามรัสเซีย-ยูเครน ไม่มีใครรู้ว่าผู้นำรัสเซียหรือนาโตจะดำเนินการอย่างไร กับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ซึ่งหากลุกลามจะส่งผลกระทบหลายด้าน 2.ปัญหาเงินเฟ้อสูงและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) 3.ปัญหาเศรษฐกิจจีน”

ทั้งนี้ มุมมองของ FETCO ต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของเฟดนั้น วันที่ 26-27 ก.ค.นี้ จะมีประชุมนัดสำคัญ ที่คาดการณ์ว่าเฟดมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ย 0.75% โดยกรรมการเฟดต้องพิจารณาอย่างหนักว่า หากแรงกดดันของเงินเฟ้อสูงยังไม่จบและอัตราการเร่งตัวของเงินเฟ้อยังมีต่อเนื่อง ทำให้เฟดต้องใส่ยาที่แรงขึ้น ล่าสุด Fed Funds Futures สัดส่วนกว่า 67% คาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยไปที่ระดับ 1.0% แล้ว ซึ่งจะทำให้ตลาดผันผวนมาก แต่คาดว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯจะพีกสุดไตรมาส 3 ปีนี้ และราคาน้ำมันดิบคงไม่สูงไปกว่านี้แล้ว จากความกังวลเศรษฐกิจถดถอยทำให้ดีมานด์ลดลงและจีนที่ยังใช้มาตรการปิดบางเมืองเพื่อสกัดโควิดอยู่ ปลายปีน่าจะเห็นเงินเฟ้อลดและเฟดน่าจะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยที่เบาลงด้วย

นายกอบศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนในไทยประเมินกันว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น่าจะเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ช่วงที่เหลือปีนี้อีก 3 ครั้ง ซึ่งหากโควิด-19 ดีขึ้น และจำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว รวมถึงเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น คาดว่า ธปท.น่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือราว 2% ส่งผลให้ปลายปีดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะขึ้นมาระดับ 2.50% เพื่อให้ดอกเบี้ยไทยเข้าสู่ภาวะสมดุล

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ลงทุนด้วยความระมัดระวัง ถนอมเงินต้นของตนเองไว้ให้ดีที่สุด เพราะจากสถิติทุกครั้งที่เกิดวิกฤติ เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลงภายในช่วง 6 เดือน ดัชนีหุ้นไทยมักเพิ่มขึ้น 30% และระยะเวลา 12 เดือนนับจากนั้น ดัชนีจะปรับตัวขึ้น 50% ดังนั้นช่วงนี้ต้องถนอมตัวไว้ เพราะเมื่อผ่านช่วงวิกฤติไปแล้วมันจะกลับมาฟื้นตัวได้.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ