เปิดโมเดลฟื้นเศรษฐกิจ “กรณ์” ชูเรนโบว์อีโคโนมี่สร้างรายได้

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เปิดโมเดลฟื้นเศรษฐกิจ “กรณ์” ชูเรนโบว์อีโคโนมี่สร้างรายได้

Date Time: 20 มิ.ย. 2565 06:10 น.

Summary

“กรณ์” แนะใช้โมเดลใหม่สร้างรายได้เข้าประเทศ “เรนโบว์อีโคโนมี่” ดึงรายได้ 1.5 ล้านล้านบาท ทดลองทำ “กาสิโน แซนด์บ็อกซ์” ที่ภูเก็ต ดึงลงทุน 3 แสนล้านบาท พร้อมส่งเสริมท่องเที่ยวสายมู

Latest

10 ล้านแรงงานไทยเสี่ยงตกงาน  AI–EV เร่งดิสรัปชันจี้สร้างเศรษฐกิจชุมชน

“กรณ์” แนะใช้โมเดลใหม่สร้างรายได้เข้าประเทศ “เรนโบว์อีโคโนมี่” ดึงรายได้ 1.5 ล้านล้านบาท ทดลองทำ “กาสิโน แซนด์บ็อกซ์” ที่ภูเก็ต ดึงลงทุน 3 แสนล้านบาท พร้อมส่งเสริมท่องเที่ยวสายมูที่กำลังได้รับความนิยม ชงทำโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มในที่ท่องเที่ยวต่างจังหวัด

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้าและอดีต รมว.คลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายหลายเรื่องที่จะส่งผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ทั้งเรื่องของการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การขาดแคลนแรงงานในหลายอุตสาหกรรม เช่น ก่อสร้าง และการท่องเที่ยว ขณะที่รายจ่ายภาครัฐมีมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องมองหาโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่จะสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับประเทศโดยเป็นการดึงกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงเข้ามาใช้จ่ายในประเทศไทยเพื่อให้มีการกระจายเม็ดเงินรายได้ และเปิดโอกาสให้ภาครัฐสามารถจัดเก็บภาษีทั้งทางตรงและทางอ้อมได้มากขึ้น โดยมีข้อเสนอใน 4 เรื่อง ได้แก่

1.การส่งเสริมเศรษฐกิจ Rainbow Economy กลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) ที่จะเข้ามาแต่งงานในประเทศไทย หรือคู่รักในกลุ่มนี้ที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ทั้งนี้ จากผลการสำรวจในต่างประเทศ ระบุว่ากลุ่ม LGBTQ มีกำลังซื้อสูงมากมีการใช้จ่ายประมาณ 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี

โดยที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยว พบว่ากลุ่มคู่รักที่เป็น LGBTQ ที่เข้ามาท่องเที่ยวในไทยนั้นมีการใช้จ่ายเงินมากกว่าคู่รักชายหญิงประมาณ 50% และมีการซื้อกิจกรรมต่อเนื่อง เช่น ซื้อทัวร์ แพ็กเกจกิจกรรมเพิ่มเติมระหว่างการท่องเที่ยวด้วยเงินที่สูง อาจจะเนื่องจากไม่มีภาระในการใช้จ่ายเงินเลี้ยงดูบุตรทำให้ใช้จ่ายเงินได้มาก ขณะที่ประเทศไทยก็มีข้อดีในเรื่องของการที่คนไทยเปิดรับความหลากหลาย และกำลังจะมีกฎหมายสมรสมเท่าเทียมออกมาที่คู่รักที่เป็นกลุ่ม LGBTQ แต่งงานและจดทะเบียนสมรสกันได้ จุดขายเหล่านี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้าประเทศไทยได้ สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศประมาณ 1.5 ล้านล้านบาทต่อปี

2.การอนุญาตให้มีการลงทุนบ่อนกาสิโนในประเทศไทย ในพื้นที่ปิด หรือเป็นพื้นที่แซนด์บ็อกซ์สำหรับการเปิดบ่อนกาสิโนในประเทศไทย เช่น ภูเก็ต โดยให้ประชาชนในพื้นที่ทำประชามติ และเมื่ออนุมัติให้จัดตั้งได้ก็ให้ออกข้อกำหนดต่างๆให้ชัดเจน เช่น ไม่ให้คนไทยเข้าไปเล่นกาสิโน เป็นต้น

“จากการหารือกับบริษัทกาสิโนที่มีการลงทุนในสิงคโปร์นั้นได้แสดงความต้องการที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยในพื้นที่ภูเก็ตด้วยวงเงินลงทุนถึงประมาณ 300,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อมีการลงทุนแล้วจะมีการจ้างงานในพื้นที่จำนวนมาก และสามารถดึงเงินรายได้เข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้นจากภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ”

3.การส่งเสริมการท่องเที่ยวสายมู ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมมาก และทำให้เศรษฐกิจบางที่คึกคักมาก เช่น เศรษฐกิจของ จ.นครศรีธรรมราช ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปขอโชคลาภจากไอ้ไข่ โดยเรื่องที่เป็นเรื่องคติความเชื่อ เรื่องเล่าในพื้นที่ชุมชนซึ่งชาวต่างชาติก็สนใจเรื่องเหล่านี้ สามารถที่จะดึงการท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่สนใจเรื่องนี้เข้ามาในประเทศไทย และจะช่วยให้เศรษฐกิจชุมชนมีเม็ดเงินหมุนเวียนช่วยเศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากได้อีกมาก

4.การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างจังหวัดให้มีการเดินทางที่สะดวกสบายมากขึ้น เช่น สะพานที่ข้ามจาก อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ไปยังเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี วงเงินค่าก่อสร้างประมาณ 45,000 ล้านบาท ซึ่งสะพานนี้จะช่วยให้มีการข้ามไปท่องเที่ยวยังเกาะสมุยมากขึ้น

“การหารายได้เข้าประเทศเพิ่มเป็นโจทย์ที่รัฐบาลต้องกล้าคิด และใช้จินตนาการให้มากขึ้นว่าจะสร้างรายได้ให้มากขึ้นได้อย่างไร ขณะที่การบริหารงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาล จำเป็นที่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่าย”.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ