มิชลินติดดาว 4 จังหวัดอีสาน “ปลาร้า” เทคนิคถนอมอาหารโดดเด่น

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

มิชลินติดดาว 4 จังหวัดอีสาน “ปลาร้า” เทคนิคถนอมอาหารโดดเด่น

Date Time: 27 เม.ย. 2565 06:11 น.

Summary

มิชลิน ไกด์บุก 4 จังหวัดอีสาน ยกระดับ “ส้มตำ ลาบ น้ำตก” เผยผู้ตรวจสอบของมิชลินประทับใจอาหารอีสาน ใช้วิธีทำง่าย ยกย่อง “ปลาร้า” เป็นเทคนิคถนอมอาหารสุดโดดเด่น

Latest

ททท.ลดเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติเหลือ 30 ล้านคน

มิชลิน ไกด์บุก 4 จังหวัดอีสาน ได้แก่ นครราชสีมา อุบลราชธานี อุดรธานี และขอนแก่น ยกระดับ “ส้มตำ ลาบ น้ำตก” เผยผู้ตรวจสอบของมิชลินประทับใจอาหารอีสาน ใช้วิธีทำง่าย เช่น ต้ม ย่าง นึ่ง หรือตุ๋น แต่ให้รสชาติลึกซึ้งและซับซ้อน ยกย่อง “ปลาร้า” เป็นเทคนิคถนอมอาหารสุดโดดเด่น

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า คู่มือมิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ประจำปี 2566 ซึ่งเป็นฉบับที่ 6 ของไทย และมีกำหนดเผยแพร่ปลายปี 2565 นี้ ทางมิชลิน ไกด์ได้ร่วมกับ ททท.ขยายขอบเขตคัดสรรร้านอาหารเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน ใน 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา อุบลราชธานี อุดรธานี และ ขอนแก่น โดยพุ่งเป้าให้อาหารอีสานโดยเฉพาะส้มตำที่คนทั่วโลกรู้จักกันอยู่แล้ว ได้ไปอยู่บนคู่มือมิชลิน ไกด์ พร้อมกับลาบ น้ำตก ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมของคนไทย เพื่อให้ชาวต่างชาติได้มาลิ้มลองเพิ่มขึ้นและเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ไปสู่การเดินทางท่องเที่ยวในภาคอีสานของไทย

“ภาคอีสานมีศักยภาพสูง ในแง่วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ด้านอาหารสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่น ตลอดจนเสน่ห์ของวิถีชาวบ้าน นอกจากการเดินทางตามรอยร้านอร่อยในภาคอีสานที่คู่มือมิชลิน ไกด์ ที่จะจัดทำขึ้นในปลายปีนี้ ในภาคอีสานยังมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในจังหวัดนครราชสีมา เป็นหนึ่งในมรดกโลกทางธรรมชาติโดยองค์การยูเนสโก ขณะที่ไปชมแสงแรกของวันที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น”

ทั้งนี้ การจัดทำคู่มือ “มิชลิน ไกด์” ประเทศไทยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุน ททท.ส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยบนเวทีโลกในฐานะแหล่งท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมอาหาร โดยจำนวนร้านอาหารในคู่มือที่เพิ่มขึ้นทุกปี เป็นผลมาจากการรุกดำเนินการสำรวจพื้นที่ใหม่ในภูมิภาคต่างๆของไทยเพื่อค้นหาร้านอาหารที่ดีที่สุด และอีกทางหนึ่งบรรดาร้านอาหารต่างพยายามพัฒนาคุณภาพและบริการเพื่อให้ได้มาตรฐานมิชลิน ไกด์

นายเกว็นดัล ปูลเล็นเนค ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือมิชลิน ไกด์ ทั่วโลก เปิดเผยว่า นับจากการจัดทำคู่มือมิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ฉบับปฐมฤกษ์ ปี 2561 กับคู่มือฉบับล่าสุด ปี 2565 มีจำนวนร้านอาหารทั้งหมดเพิ่มขึ้นจาก 126 ร้าน เป็น 361 ร้าน ในจำนวนนี้เป็นร้านที่ได้รับดาวมิชลินเพิ่มขึ้นจาก 17 ร้าน เป็น 32 ร้าน และร้านที่ได้รับรางวัล บิบ กูร์มองด์ จาก 35 ร้าน เป็น 133 ร้าน ขณะที่ขอบเขตพื้นที่ในการเข้าไปดำเนินการคัดสรรและจัดอันดับร้านอาหารในแต่ละปีก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากที่คู่มือฉบับปี 2561 ครอบคลุมเฉพาะเขตกรุงเทพ มหานคร จนล่าสุดคู่มือฉบับปี 2565 ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพ อยุธยา เชียงใหม่ ภูเก็ต พังงา และต่อไปคือจังหวัดในภาคอีสาน

“ผู้ตรวจสอบของมิชลินประทับใจในอาหารอีสานที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นและรสชาติจัดจ้าน แม้จะใช้วิธีประกอบอาหารที่เรียบง่าย ไม่ว่าจะเป็นการต้ม ย่าง นึ่ง หรือตุ๋นด้วยไฟอ่อน แต่กลับให้รสชาติที่ลึกซึ้งและซับซ้อน ทั้งยังมีเทคนิคการถนอมอาหารที่ถือเป็นจุดเด่นของอาหารอีสานและแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาพื้นบ้านในการหมักดองปลาและผักตามฤดูกาลให้สามารถเก็บไว้ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารได้นานขึ้น โดยมีเครื่องปรุงรสพื้นฐานในครัวอีสานอย่างปลาร้า ที่ทำจากการนำปลาในท้องถิ่นมาหมักกับเกลือและข้าว เป็นวัตถุดิบยอดนิยมที่ใช้ใส่ในอาหารและน้ำจิ้มต่างๆแทบทุกจาน ทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติมาตั้งแต่ปี 2555 และภาคอีสานยังเป็นแหล่งปลูกข้าวคุณภาพสูง ทั้งข้าวหอมมะลิที่โด่งดังไปทั่วโลก”

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า ประเทศไทยได้จัดทำคู่มือมิชลิน ไกด์ มาตั้งแต่ปี 2561 หรือประมาณ 5 ปีแล้ว ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ 800 ล้านบาท และช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของไทยบนเวทีโลกในฐานะแหล่งท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมอาหารได้เป็นอย่างดี โดยคาดว่าหลังจากนี้อีก 5 ปีจะสร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจได้กว่า 1,200 ล้านบาท และหลังจากนี้จะไม่มีมิชลิน ไกด์ที่เป็นจังหวัดแล้ว จะมีมิชลิน ไกด์ของประเทศไทยทั้งหมดแทน.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ