Soft Power ที่แท้จริง

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

Soft Power ที่แท้จริง

Date Time: 26 เม.ย. 2565 05:32 น.

Summary

ลีลาเปิบข้าวเหนียวมะม่วงของแร็ปเปอร์สาว “Milli” บนเวทีงานเทศกาลดนตรีระดับโลก Coachella ทำให้กระแส Soft Power ถูกนำกลับมาพูดถึงหนาหูอีกครั้ง คู่ขนานไปกับอาการตีฆ้องร้องป่าว

Latest

ผ่านปี 68 "งูร้าย" สู่ปี 69 "ม้าเหนื่อย" เฟ้นหา "แสงสว่าง" ท่ามกลางปัจจัยลบ

ลีลาเปิบข้าวเหนียวมะม่วงของแร็ปเปอร์สาว “Milli” บนเวทีงานเทศกาลดนตรีระดับโลก Coachella ทำให้กระแส Soft Power ถูกนำกลับมาพูดถึงหนาหูอีกครั้ง คู่ขนานไปกับอาการตีฆ้องร้องป่าวนโยบายสนับสนุน Soft Power ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อยกระดับสถานะและอิทธิพลของประเทศไทยในเวทีสากล

ณ วันนี้ Soft Power หรือที่แปลตรงตัวว่า “อำนาจอ่อน” คืออาวุธทรงพลานุภาพแห่งโลกยุคใหม่ มันคือเครื่องมือที่ใช้สร้างความเสน่หา แรงดึงดูด อิทธิพลทางความคิดของประเทศใดประเทศหนึ่งต่อพลเมืองโลก แทนการใช้กำลังทหาร ความรุนแรงเพื่อให้เกิดความคิดคล้อยตาม

กระนั้น การสร้างแบรนด์ดิ้งของประเทศผ่าน Soft Power มิได้ครอบคลุมเฉพาะมิติของศิลปะ วัฒนธรรม ผ่านอาหารอย่างข้าวเหนียวมะม่วง มาม่าเกาหลี หรือซูชิญี่ปุ่นเท่านั้น อ้างอิงจาก Brand Finance บริษัทสัญชาติอังกฤษผู้เชี่ยวชาญด้านการวัดมูลค่าแบรนด์ ซึ่งริเริ่มการคำนวณดัชนี Global Soft Power Index ผ่านการสำรวจความคิดเห็นประชากรโลกมากกว่า 100,000 คนใน 120 ประเทศ จากปัจจัยหลากหลาย ได้แก่ ความคุ้นเคยต่อประเทศนั้น (Familiarity) ชื่อเสียง (Reputation) ความมีอิทธิพล (Influence) รวมทั้งการรับมือกับสถานการณ์โควิด โดยพิจารณาภายใต้ขอบเขต 7 หัวข้อ ได้แก่ 1.ธุรกิจ-การค้า (Business&Trade) 2.รัฐบาล (Governance) 3.ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Relations) 4.วัฒนธรรมและมรดก (Culture &Heritage) 5. สื่อและการสื่อสาร (Media & Communication) 6.การศึกษาและวิทยา ศาสตร์ (Education & Science) 7.ผู้คนและคุณค่า (People and Values)

ในการจัดอันดับ Global Soft Power Index 2022 ปีล่าสุด ปรากฏว่าสหรัฐอเมริกา ซึ่งเมื่อปีก่อนหน้าอยู่ในอันดับ 6 ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 1 แทนที่เยอรมนี ซึ่งร่วงลงไปอยู่อันดับ 3 ด้วยคะแนนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 70.7 จาก 55.9 มีน้ำหนักสำคัญอยู่ที่การระดมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ซึ่งทำให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติได้อีกครั้งอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการเข้ามารับตำแหน่งของประธานาธิบดีโจ ไบเดนแทนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีภาพลักษณ์เผด็จการ บ้าอำนาจ อย่างไรก็ตาม สหรัฐอเมริกายังทำคะแนนด้านความปลอดภัย (หมวดรัฐบาล) และความเป็นมิตรของผู้คน (หมวดผู้คนและคุณค่า) ได้ต่ำ เนื่องจากปัญหาความรุนแรงและเหตุการณ์กราดยิงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง

ส่วนอันดับ 2 ปีนี้ตกเป็นของอังกฤษ ขยับจากอันดับ 3 ปีก่อนหน้า ด้วยภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นหลังออกจากประเทศสมาชิกภาพอียู ทำให้การเมืองและเศรษฐกิจมีเสถียรภาพชัดเจน รวมทั้งการบริหารจัดการโควิดที่ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เป็นประเทศแรกๆ ของโลก ส่วนเยอรมนีซึ่งตกจากอันดับ 1 ไป 3 เหตุผลส่วนใหญ่มาจากการก้าวลงจากตำแหน่งของอังเกลา แมร์เคิล อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงเหล็กที่ดำรงตำแหน่งยาวนานถึง 16 ปีและได้รับการยอมรับมากที่สุดคนหนึ่งของโลก ผลงานของเธอมีส่วนสำคัญยิ่ง ที่ทำให้เยอรมนีก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 เมื่อปีที่ผ่านมา

ส่วนอันดับ 4 ปีนี้ ตำแหน่งเป็นของจีนซึ่งสามารถแซงญี่ปุ่นขึ้นมาเป็นปีแรกจากอันดับ 8 เมื่อปีก่อน ทำให้ 4 ประเทศทรงอิทธิพลสูงสุดด้าน Soft Power ของปี 2565 ล้วนเป็นประเทศผู้ผลิตวัคซีนต้านโควิดรายหลักของโลก นับเป็นความสำเร็จที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังมีจุดแข็งเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการประกาศนโยบายโควิดเป็นศูนย์ และการให้ความช่วยเหลือด้านโควิดแก่ประเทศทั่วโลก

ขณะที่ 6 อันดับในท็อป 10 ที่เหลือ ได้แก่ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส แคนาดา สวิตเซอร์แลนด์ รัสเซีย และอิตาลี โดยสำหรับรัสเซียนั้น แม้ขยับขึ้นจากอันดับ 13 ปีก่อนสู่อันดับ 9 ด้วยคะแนนรวมจาก 50.5 เป็น 56.1 แต่คะแนนด้านชื่อเสียง (Reputation) ลดลง 19% หลังทำสงครามกับยูเครนเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเปิดศึก โดยผลสำรวจพบพลเมืองโลกในประเทศส่วนใหญ่ตำหนิรัสเซีย ขณะที่พลเมืองส่วนใหญ่ของ 2 ประเทศคืออินเดียและจีน ตำหนิสหรัฐอเมริกา

สำหรับประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลประกาศให้ความสำคัญกับนโยบายผลักดันการสร้างอิทธิพลด้าน Soft Power สู่เวทีโลกมาระยะหนึ่งแล้ว ทำอันดับลดลงจาก 33 สู่ 35 แต่ได้คะแนนรวมเพิ่มขึ้น 1.5 คะแนนเป็น 40.2 โดยทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อธิบายว่า ตำแหน่งที่ลดลงเนื่องจากมีประเทศเข้าร่วมพิจารณามากขึ้น แต่ได้อันดับ 35 จาก 120 ประเทศถือว่าอยู่ในระดับสูง

ส่วนประเทศในเอเชียอื่นๆ เช่น สิงคโปร์คงที่อยู่ในอันดับที่ 20 สูงสุดในกลุ่มประเทศอาเซียน ขณะที่เกาหลีใต้ ซึ่งขยายอาณานิคม Soft Power ผ่านวัฒนธรรมเคป๊อบ เคมูฟวี่ เคซีรีส์มากว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา หล่นจาก 11 มาอยู่ที่อันดับ 12 ปีนี้ เพราะนอกจากมิติด้านวัฒนธรรมแล้ว อิทธิพลทางความคิดยังสามารถถ่ายทอดผ่านมิติอื่นๆ ที่ประกอบเข้ากันเป็นประเทศมหาอำนาจยุคใหม่ โดยเฉพาะในบริบทของวิสัยทัศน์ผู้นำ.

ศุภิกา ยิ้มละมัย


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ