
ททท.บุกตลาดใหม่ “ชายรักชาย” ดึงกลุ่มบอยเลิฟเวอร์ชาวเกาหลีใต้ท่องเที่ยวไทย ใช้กลยุทธ์ผ่านซีรีส์วาย สนองนโยบาย นายกรัฐมนตรีสนับสนุนการใช้ซอฟต์เพาเวอร์ พร้อมเร่งเครื่องดันตลาดอินเดีย หลังรัฐบาลปลดล็อกเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ เพื่อนำนักท่องเที่ยวอินเดียให้มาทดแทนนักท่องเที่ยวจีนในปีนี้
นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า การส่งเสริมการตลาดในปี 2565 ได้พยายามเจาะหานักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Boy lovers หรือชายรักชาย ในประเทศเกาหลีใต้ โดยเฉพาะการสร้างซีรีส์วาย ที่มีตัวละครหลักเป็นรักเพศเดียวกันของเกาหลีใต้ ทาง ททท.จะเชิญโปรดิวเซอร์และผู้เขียนบทมาดูโลเกชันในการถ่ายทำที่ประเทศไทย ซึ่งการใช้ภาพยนตร์ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวเคยประสบความสำเร็จมาแล้วในตลาดจีน และเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่สนับสนุนการใช้ซอฟต์เพาเวอร์ ให้เป็นประโยชน์
ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวที่เป็นกลุ่มใหม่จะพุ่งเป้าไปที่นักศึกษาชาวจีนที่มีจำนวนมากสนใจมาเรียนในไทย เช่น ในปัจจุบันนี้แม้ยังไม่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามา แต่ในแต่ละวันมีชาวจีนเดินทางเข้าไทยวันละ 500-700 คน ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและนักธุรกิจชาวจีน ซึ่ง ททท.มีแผนเชิญสถาบันการศึกษาของไทยไปทำตลาดในจีนด้วย พร้อมกันนี้ จะแสวงหากลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพในพื้นที่ศักยภาพใหม่ๆ เช่น มองโกเลีย และเมืองปูซานของเกาหลีใต้ รวมทั้งสร้างพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวใหม่ๆเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการชักชวนสายการบินปูซานแอร์ไลน์ และสายการบินไทย-เวียตเจ็ทบินเข้ามาประเทศไทย นอก จากนี้ จะใช้เส้นทางการคมนาคมใหม่ๆให้เกิดการกระจายนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชน จีน-สปป.ลาว ที่สามารถเชื่อมโยงการเดินทางมายังจังหวัดหนองคายได้
ส่วนตลาดนักท่องเที่ยวอินเดีย ซึ่งที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เห็นชอบการจัดทำความตกลง Air Travel Bubble (ATB) ระหว่างไทย-อินเดีย เพื่อทำให้การเดินทางผ่านสายการบินในรูปแบบพาณิชย์สามารถดำเนินการได้ ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้เมื่อที่ประชุมคณะรัฐ มนตรีเห็นชอบจะช่วยให้สายการบินของไทยรับส่งผู้โดยสารในรูปแบบพาณิชย์ได้ จากที่ตอนนี้มี เพียงสายการบินของอินเดียทำการบิน ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเข้าไทย ซึ่ง ททท.มองว่าในปีนี้จะบุกตลาดอินเดียเต็มที่เพื่อนำมาทดแทนตลาดจีนในช่วงนี้
“ททท.จะมุ่งเน้นส่งเสริมตลาดอินเดียอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น เน้นกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวคุณภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มความสนใจพิเศษที่มีการใช้จ่ายสูง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแต่งงานและฮันนีมูน กลุ่มท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบ และกลุ่มดิจิทัล นอแมด ที่ใช้เทคโนโลยีทำงานจากที่ใดในโลกก็ได้”
นายธเนศวร์กล่าวว่า มีแผนดำเนินกิจกรรมเด่น เริ่มจากการนำคณะบริษัทนำเที่ยวและสื่อมวลชนเดินทางมาสำรวจสินค้าที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายและอัปเดตสถานการณ์ท่องเที่ยวในประเทศไทย ในเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-เกาะสมุย พร้อมจัดทริปสำรวจสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานอินเดียในประเทศไทยในเดือน มี.ค.นี้
จากนั้นในวันที่ 18-22 เม.ย.ททท.รุกตลาดผ่านการเข้าร่วมงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย งาน South Asia Travel and Tourism Exchange (SATTE) ณ กรุงนิวเดลี เพื่อนำเสนอความพร้อมประเทศไทยในการต้อนรับนักท่องเที่ยวให้กับผู้แทนบริษัทนำเที่ยวในเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจของรัฐทางตอนใต้และตะวันตก ได้แก่ มุมไบ ไฮเดอราบัด อะเมดาบัด บังกะลอร์ เชนไน และโคชิ ตลอดจนร่วมกับสายการบินพันธมิตรในพื้นที่กรุงนิวเดลีและกัลกัตตา เพื่อเตรียมส่งเสริมการขายเมื่อเที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างสองประเทศที่ชัดเจนแล้ว.