
ชาวบ้านเริ่มออกมาจับจ่ายในช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีน ข้าวของขึ้นราคาเป็นดอกเห็ด กระเพาะปลา จากเดิมราคา 400 บาทต่อ กก. ปีนี้ขึ้นเป็น 800-1,000 บาท เครื่องเซ่นไหว้ปรับราคาขึ้นไปด้วย ส่วนเกษตรกรเลี้ยงหมูท้อใจตกเป็นจำเลยสังคม ยืนยันขายหมูหน้าฟาร์ม 110 บาทต่อ กก. ขณะที่ “เฉลิมชัย” ปลื้มบุกตรวจห้องเย็นส่งผลหมูลดราคา กก.ละ 6 บาท เหลือ 104 บาท “จุรินทร์” สั่งตรึงราคาหมูและไข่ไก่พร้อมขอความร่วมมือผู้ผลิตอย่าขึ้นราคาในช่วงนี้
ช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีน ชาวบ้านเริ่มไปจับจ่าย ซื้อสินค้ากันอย่างต่อเนื่อง แต่เนื้อหมูและสินค้าอุปโภค บริโภคราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่ารัฐบาลพยายาม ตรึงราคาเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ รวมถึงสินค้าเครื่อง ปรุงชนิดต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อย ที่สุด ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ม.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาการจำหน่ายสินค้าในประเภทต่างๆ ที่ร้านกิมไทย จ.ขอนแก่น ในช่วงรับเทศกาลตรุษจีนพบว่าสินค้าปรับขึ้นราคาจำหน่ายมาตั้งแต่ช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะราคาเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ และอาหารทะเล รวมไปถึงราคาน้ำมันพืช ขณะที่ก่อนช่วง เทศกาลวันจ่ายเนื่องในเทศกาลตรุษจีน ชาวขอนแก่นต่างทยอยกันมาเลือกซื้อของไหว้กันบ้างแล้ว
นายศักรินทร์ ทัศนวัฒน์ อายุ 39 ปี เจ้าของร้านกิมไทย ขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้กระเพาะปลาราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากโรงงานที่ส่งสินค้าแจ้งว่า ชาวประมงหยุดกิจการไปหลายแห่ง ทำให้วัตถุดิบขาดตลาดส่งผลให้กระเพาะปลาราคาขยับขึ้น เป็นราคา จำหน่ายที่สูงมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาต่อเนื่องมาจนถึงช่วงปีใหม่และมาถึงช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ปรับราคาขึ้นอีก ปีที่ผ่านมาร้านขายกระเพาะปลากิโลกรัมละ 400 บาท ปีนี้ราคาปรับขึ้นเป็น 800-1,000 บาท ปรับขึ้นราคา 60-100% ปรับขึ้นตั้งแต่ 200-400 บาท ขณะที่ของไหว้บางอย่างปรับราคาขึ้น จากปีที่ผ่านมาเช่นกัน อย่างกิมฮวยหางนกยูงที่ใช้ปัก ในตี่จู้เอี๊ยจากปีที่ผ่านมาขายชิ้นละ 30-40 บาท ปีนี้ปรับมาเป็น 50-60 บาท เหตุเพราะโรงงานผู้ผลิต ขึ้นราคา ทำให้ทางร้านต้องปรับราคาขึ้นตามไปด้วย
ด้านนายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า เกษตรกรทั่วประเทศให้ความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ยืนราคาจำหน่ายสุกร มีชีวิตหน้าฟาร์มไว้ที่ไม่เกิน 110 บาท ต่อกิโลกรัม ไปจนถึงสิ้นเดือน ก.พ.นี้ หลังจากนั้นจะหารือร่วมกัน อีกครั้ง เพื่อพิจารณาสถานการณ์การผลิตและการบริโภค ให้สอดคล้องกัน มุ่งดูแลค่าครองชีพของคนไทยเป็นอันดับแรก แม้ว่าเกษตรกรจะมีภาระค่าใช้จ่ายและ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น บางฟาร์มสูงถึง 110-120 บาท ต่อกิโลกรัม โดยเฉพาะต้นทุนค่าวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น ค่าบริหารจัดการด้านการป้องกันโรคที่ต้อง เข้มงวดมากขึ้น ตลอดจนค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ที่ปรับเพิ่มต่อเนื่องก็ตาม แต่ทุกคนเห็นถึงความเดือดร้อน ของคนไทยในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ มีมติร่วมกันดูแล ระดับราคาไว้เช่นนี้ต่อไป อย่างไรก็ตาม ราคาดังกล่าว ข้างต้นไม่ได้ตายตัวเสมอไป ตัวอย่างเช่น ในภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ราคาในขณะนี้อ่อนตัวตามความต้องการของตลาดมาอยู่ที่ 104-108 บาทต่อกิโลกรัม
นายสิทธิพันธ์เปิดเผยอีกว่า คนเลี้ยงหมูร่วมกัน รักษาระดับราคาหมูเป็นไว้ที่กิโลกรัมละ 110 บาท ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 และจะดำเนินการต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจภาคครัวเรือนของประชาชน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเกษตรกรกลับ ตกเป็นจำเลยของสังคมว่า เป็นต้นเหตุให้ราคาเนื้อหมู หรือสินค้าอื่นๆ แพงขึ้นตามกัน ทั้งที่เกษตรกรขายหมู หน้าฟาร์มราคาเดิมมาตลอด เป็นการขายขาดให้กับ พ่อค้าคนกลาง โดยไม่ได้มีผลกำไรหรือเกี่ยวข้องกับ ราคาที่ปรับสูงขึ้นก่อนจะถึงมือผู้บริโภค อยากขอความ เข้าใจและความเห็นใจจากผู้บริโภค และขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมองที่กลไกตลาดเป็นสำคัญ พร้อมคัดค้านการนําเข้าหมูจากต่างประเทศ
นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผวจ.กำแพงเพชร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดและเจ้าของตลาดศูนย์การค้า จ.กำแพงเพชร ตรวจสอบราคาสินค้าในตลาดศูนย์การค้า จ.กำแพงเพชร พร้อมแจกคูปองส่วนลดใบละ 40 บาท คนละ 2 ใบ นำไปแลกซื้อเนื้อหมู เหลือกิโลกรัมละ 150-160 บาท จะแจกคูปองไปจนถึง วันที่ 31 ม.ค.นี้ ส่วนราคาเนื้อหมูตามเขียงปรับสูงขึ้น ราคาหมูเนื้อแดงขาย กก.ละ 190 บาท หมูสามชั้น สันนอกสันใน สันคอหมู หมูบด กก.ละ 200 บาท หัวหมูที่คนนิยมซื้อไปแก้บนราคา กก.ละ 120 บาท เมื่อชั่งตามน้ำหนักแล้วตกหัวละประมาณ 700 บาท
ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนราธิวาส ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดนราธิวาส และด่านกักกันสัตว์ ลงพื้นที่ตรวจสอบห้องเย็นที่เก็บเนื้อสุกรและเนื้อไก่ในเขต อ.เมืองนราธิวาส จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ บริษัทมายด์ฟู้ด สาขานราธิวาส ห้องเย็นวาณิช และร้านสันติฟาร์ม เพื่อเป็นการป้องกันการกักตุนสินค้า โดยเฉพาะในช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีน ผลการตรวจสอบและติดตามภาวะการจำหน่ายครั้งนี้ พบว่าผู้ประกอบ การมีเอกสารถูกต้อง ไม่ปรากฏว่ามีการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สั่งการให้กรมปศุสัตว์ ร่วมมือกับตำรวจบก.ปคบ. สนธิกำลังเร่งตรวจสอบห้องเย็นทั่วประเทศ ในกรณีที่อาจมีการกักตุนสินค้าประเภทเนื้อสุกรเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างเข้มงวดมาตั้งแต่วันที่ 20-25 ม.ค. ผลปฏิบัติการเป็นที่น่าพอใจ ตรวจสอบห้องเย็นในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ รวม 773 แห่ง จำนวนซากสุกรสะสมทั้งสิ้น 18,727,824.545 กก. ไม่มีเอกสารเคลื่อนย้ายซากสัตว์ และทางบริษัทยังไม่ได้แจ้งจำนวนกักตุนต่อกรมการค้าภายใน อีกทั้งยังดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด เช่นที่ จ.สมุทรสาคร ดำเนินคดีกับบริษัทที่นำของมาฝากห้องเย็นจำนวน 4 ราย
นายเฉลิมชัยเปิดเผยอีกว่า ผลการปฏิบัติงานอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานการณ์ราคาสุกรขุนหน้าฟาร์มปรับตัวลดลง นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์รายงานว่า ราคาสุกรมีชีวิตประจำวันที่ 25 ม.ค. ปรับลดลงกิโลกรัมละ 6 บาท เหลือ 104 บาท อ้างอิงจากราคาตลาดสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มของสมาคมผู้เลี้ยงสุกร จ.ราชบุรี ประชุมร่วมกับกรมการค้าภายในเมื่อวันที่ 24 ม.ค. และประกาศลดราคาสุกรขุนภายในประเทศ เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีนให้กับผู้บริโภค เปิดราคาสุกรขุนภายในประเทศ 104 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ลูกสุกรขุนน้ำหนัก 16 กิโลกรัม ราคา 3,700+/-106 บาท และแม่สุกรอยู่ที่ 70 บาท
ขณะเดียวกัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงราคาหมูมีชีวิตว่า ตรึงราคาไว้ที่ กก.ละ 100-110 บาท หมูเนื้อแดง กก.ละ 200-210 บาท ส่วนการตรวจสต๊อกหมูทั่วประเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ และต้องรอให้กรมปศุสัตว์สรุปข้อมูลมาก่อนว่ามีการกักตุนหรือไม่ ส่วนไข่ไก่ขอความร่วมมือตรึงราคาไข่คละหน้าฟาร์มที่ฟองละ 2.90 บาท หรือคิดเป็นราคาไข่ไก่เบอร์ 3 ที่ฟองละ 3.50 บาท ส่วนกรณีไก่หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ไก่มีชีวิต และไก่สดเป็นสินค้าควบคุมแล้ว วันที่ 25 ม.ค.จะลงนามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ให้ไก่มีชีวิต และไก่สดเป็นสินค้าควบคุม และเตรียมลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป พร้อมขอความร่วมมือผู้เลี้ยงตรึงราคาขายไว้ที่ไก่มีชีวิต กก.ละ 40 บาท ส่วนไก่ชำแหละขอความร่วมมือห้างแม็คโคร ห้างเทสโก้ โลตัส และห้างบิ๊กซี ตรึงราคาขายดังนี้ ไก่สดทั้งตัว กก.ละ 60-65 บาท น่องติดสะโพก กก.ละ 60-65 บาท น่องและสะโพก กก.ละ 65-70 บาท และเนื้ออก กก.ละ 70-75 บาท
“กระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือผู้ผลิตสินค้าที่จำเป็นหลายรายการให้ตรึงราคาขายในช่วงนี้ไปก่อน ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซอสปรุงรส น้ำอัดลม และยืนยันว่าหากผู้ผลิตสินค้าใดทำเรื่องขอปรับขึ้นราคามาจะไม่อนุญาตให้ปรับขึ้นเด็ดขาด เพื่อลดค่าครองชีพให้ประชาชนในช่วงนี้ แต่รัฐบาลเร่งหาทางลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการอยู่ ครม.หารือกันเรื่องลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบบางชนิด กระทรวงการคลังต้องเป็นต้นเรื่อง กระทรวงพาณิชย์เป็นปลายทางแล้ว” นายจุรินทร์กล่าว
ส่วนนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าหมูสามชั้นต้มราคาสูงถึง กก.ละ 400 บาทว่า สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดขอนแก่นตรวจสอบแล้วพบว่า ร้านดังกล่าวอยู่ที่ตลาดสดเทศบาล 1 ขายหมูสามชั้นต้ม พร้อมนำไปทำเป็นเครื่องเซ่นไหว้ในช่วงตรุษจีน กก.ละ 400 บาทจริง แต่ร้านซื้อหมูสามชั้นสดจากตลาด กก.ละ 220 บาทเป็นราคาปกติ หมูสามชั้นสดเมื่อนำมาต้มน้ำหนักจะหายไป อย่างเช่น หมูสดน้ำหนัก 5 กก. ต้นทุนอยู่ที่ 1,100 บาท แต่เมื่อต้มแล้วน้ำหนักเหลือเพียง 3.5 กก. ขายได้รวม 1,400 บาท ถือว่ามีกำไรน้อยมาก เพราะร้านค้ายังมีต้นทุนจากค่าแรง ค่าแก๊ส ค่าแผง ฯลฯ กำไรของร้านค้าปีนี้ยังน้อยกว่าปีก่อนด้วยซ้ำ ปีก่อนราคาหมูสามชั้นสดอยู่ที่ กก.ละ 180 บาท และร้านดังกล่าวขายเป็นหมูต้ม กก.ละ 380 บาท