คมนาคม-ผุดอภิมหาโปรเจกต์ จับมือไทยรัฐกรุ๊ป สัมมนา-โครงการขับเคลื่อนอนาคต

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

คมนาคม-ผุดอภิมหาโปรเจกต์ จับมือไทยรัฐกรุ๊ป สัมมนา-โครงการขับเคลื่อนอนาคต

Date Time: 21 ม.ค. 2565 05:14 น.

Summary

“ศักดิ์สยาม” ปาฐกถาพิเศษ เปิดโครงข่ายคมนาคมทั่วประเทศ บก ราง น้ำ อากาศ คนไทยได้ประโยชน์ทั้งความสะดวก สบาย คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ในงานสัมมนา

Latest

10 ล้านแรงงานไทยเสี่ยงตกงาน  AI–EV เร่งดิสรัปชันจี้สร้างเศรษฐกิจชุมชน

“ศักดิ์สยาม” ปาฐกถาพิเศษ เปิดโครงข่ายคมนาคมทั่วประเทศ บก ราง น้ำ อากาศ คนไทยได้ประโยชน์ทั้งความสะดวก สบาย คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ในงานสัมมนา “Thailand Future Smart & Sustainable Mobility ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน” ที่ “กระทรวงคมนาคม” จับมือ “ไทยรัฐกรุ๊ป” จัดขึ้น ระบุปี 65 ทุ่มงบ 1.4 ล้านล้านบาทช่วยคนไทยมีงานกว่า 1.54 แสนคน ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ 2.24 ล้านล้านบาท เพิ่มมูลค่าจีดีพี 2.35% ขณะที่หากแผนแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนองสำเร็จ ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากถึง 1.4 หมื่นล้านเหรียญฯ หรือปีละกว่า 4 แสนล้านบาท

“กระทรวงคมนาคม” จับมือกับ “ไทยรัฐกรุ๊ป” สร้างประวัติศาสตร์ในการพัฒนาประเทศเพื่อขับเคลื่อนให้ก้าวไปข้างหน้าเพื่อประโยชน์และเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ด้วยการจัดงานสัมมนา “Thailand Future Smart & Sustainable Mobility ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน” ที่ห้องอีเทอร์นิตี้ บอลรูม ชั้น G โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ ถนนรางน้ำ เมื่อเช้าวันที่ 20 ม.ค. โดยมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม

นายสุวิทย์ รัตนจินดา ประธานสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารไทยรัฐกรุ๊ป นำโดยนายสราวุธ วัชรพล บรรณา ธิการบริหาร บริษัท วัชรพล จำกัด นายวัชร วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจ บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด เข้าร่วมในการสัมมนาครั้งสำคัญนี้

นำเสนอแนวคิดยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน

การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อนำเสนอแนวคิดและยุทธศาสตร์ในขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ จากการพัฒนาโครงข่ายด้านการคมนาคม ขนส่งทางถนน ทางบก ทางราง ทางน้ำ ทางอากาศ ที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ทั้งหมด โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook Thairath ThairathTV และ YouTube Thairath Online สู่สายตาประชาชนทั่วประเทศ

ฉายภาพให้เห็นคนไทยได้ประโยชน์

นายสราวุธ วัชรพล บรรณาธิการบริหาร บริษัท วัชรพล จำกัด ในนามผู้แทนไทยรัฐกรุ๊ป ได้กล่าวขอบคุณถึงความร่วมมือการจัดงานสัมมนาว่า วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ไทยรัฐกรุ๊ป จับมือกับกระทรวงคมนาคม จัดการสัมมนา Thailand Future Smart & Sustainable Mobility ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน หัวข้อวันนี้มีความสำคัญมาก เพราะหลายคนทราบดีกว่ากระทรวงคมนาคมมีโปรเจกต์มากมาย และในวันนี้ รมว.คมนาคม จะมาฉายภาพให้ทราบว่าคนไทยจะได้รับประโยชน์อะไรจากโปรเจกต์ใหญ่ๆทั้งหมด เพื่อให้ได้รู้สึกดีว่า อนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร รถจะติดหรือไม่ การขนส่งจะดีหรือไม่ และความปลอดภัยเป็นอย่างไรในนามของไทยรัฐกรุ๊ป ขอขอบคุณที่ให้ความไว้วางใจใน “ไทยรัฐกรุ๊ป” ที่จะนำเสนอข่าวนี้ให้กระจายไปทั่วประเทศ

“ศักดิ์สยาม” ปาฐกถาพิเศษ

จากนั้น นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “โอกาสของประเทศไทยกับการได้ใช้ประโยชน์จากการพัฒนาโครงข่ายคมนาคม” ว่า วันนี้ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ผมมักจะเรียกอย่างนี้ ตั้งแต่เป็นเด็ก เวลาพ่อแม่ไปตลาดสมัยก่อนๆ มักจะซื้อหนังสือพิมพ์ไทยรัฐมาให้คนในบ้านได้อ่านเพื่อทราบถึงข่าวสารของประเทศไทย วันนี้ถือเป็นเกียรติอย่างมากได้ร่วมงานกับไทยรัฐ ที่ถือเป็นสื่อมวลชนอันดับหนึ่งของประเทศไทย

โควิดระบาดแต่งานกระทรวงไม่หยุด

รมว.คมนาคมกล่าวอีกว่า สำหรับการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของประเทศได้รับนโยบายจากนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการโครงสร้างพื้นฐาน ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาแม้มีโควิดระบาด แต่งานกระทรวงคมนาคมไม่ได้หยุด เพราะทราบดีว่าเครื่องจักรเศรษฐกิจของประเทศทั้งการท่องเที่ยวการลงทุนของภาคเอกชนได้รับผลกระทบและชะลอตัว จึงเป็นภาระหน้าที่ของภาครัฐที่จะทำงานร่วมกัน กระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานรับผิดชอบเรื่องนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราพยายามดำเนินการทำตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่นายกรัฐมนตรีวางแผนไว้ตั้งแต่ปี 58

มีแผนลงทุนโครงข่ายคมนาคม

“กระทรวงคมนาคมมีแผนการลงทุนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทั้งทางบก ราง น้ำ อากาศ ทั้งระยะสั้น กลาง ยาว เพื่อให้โครงข่ายที่สมบูรณ์เกิดประโยชน์ต่อประเทศ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิดคลี่คลาย เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง ให้ชีวิตและ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย” นายศักดิ์สยามกล่าว

เดินหน้าพัฒนาระบบรางทั่วไทย

นายศักดิ์สยามกล่าวต่อว่า สำหรับโครงการต่างๆ ที่กระทรวงดำเนินการ มิติแรก คือ การพัฒนารถไฟฟ้าในกรุงเทพ และปริมณฑล โดยมีทั้งหมด 14 สาย (สี) ระยะทาง 554 กิโลเมตร (กม.) ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 6 สาย 11 เส้นทาง ยังมีอีก 4 สายที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะเปิดใช้บริการได้ในเร็วๆนี้ คือสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และช่วงสถานีศรีรัช-เมืองทองธานี เปิดบริการเดือน ก.ค.66 สายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง แยกรัชดา-ลาดพร้าว-แยกรัชโยธิน เปิดให้บริการเดือน มิ.ย.65 สายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม แห่งประเทศไทย-มีนบุรี คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือน ธ.ค.68 และแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ช่วงพญาไท-บางซื่อ-ดอนเมือง จะเปิดให้บริการปี 70 อีกทั้งยังมีอีก 4 สายที่อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบลงทุนและเปิดประมูล จะเปิดให้บริการปี 70 เป็นต้นไป

สร้างทางรถไฟคู่เชื่อม ปท.เพื่อนบ้าน

รมว.คมนาคมกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีแผนสร้างรถไฟทางคู่ จากที่ผ่านมาไทยมีระบบรางเป็นรางเดี่ยว ถือเป็นการปฏิรูประบบรางทั้งประเทศไทย เพื่อรองรับการขนส่งสินค้า ลดต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์ของประเทศ โดยเชื่อมโยงตะวันออกสู่ตะวันตก เหนือสู่ใต้ และยังรองรับการเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ได้วางแผนการลงทุนทั้งในส่วนของรางรถไฟเดิม การก่อสร้างเส้นทางใหม่ซึ่งปี 65 ก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะแรก จะแล้วเสร็จ 1,111 กม. รวมทั้งการเดินหน้าก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่ 2 เส้นทาง ระยะทาง 678 กม. เส้นทางเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ (323 กม.) และเส้นทางบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม (355 กม.) ขณะที่ระยะถัดไปจะเสนอขออนุมัติโครงการทางคู่ ระยะที่ 2 อีก 7 โครงการระยะทางรวม 1,483 กม. ทำให้เมื่อรวมกันแล้วจะ มีเส้นทางรถไฟทางคู่มากกว่า 3,200 กม.ทั่วประเทศ

โครงการท่าเรือทางบกช่วยส่งสินค้า

นายศักดิ์สยามกล่าวต่ออีกว่า ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมจะดำเนินโครงการท่าเรือบก (DryPort) เป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้า ตู้คอนเทนเนอร์ เป็นแผนคู่ขนานกับรถไฟรางคู่เพื่อขนส่งทางรถไฟได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ตรงเวลา โดยจัดทำแผนแม่บทพัฒนาท่าเรือบกเสร็จแล้วกำลังดำเนินการศึกษาและจัดทำรายงานแผนการลงทุนร่วมภาครัฐเอกชน (พีพีพี) พร้อมกันนั้นยังมีโครงการรถไฟความเร็วสูง กำลังก่อสร้าง 2 เส้นทาง คือ รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะทาง 2,506 กม. วงเงินลงทุนกว่า 1.62 ล้านล้านบาท โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. อยู่ระหว่างเตรียมก่อสร้าง คาดจะเสร็จปี 71 จะช่วยในด้านการค้า การขนส่ง และช่วยพัฒนาการท่องเที่ยวกระจายรายได้ในชุมชนเพิ่มขึ้นด้วย

โครงข่ายมอเตอร์เวย์เชื่อมอาเซียน

รมว.คมนาคมกล่าวอีกว่า ส่วนทางบกปัจจุบันไทยมีถนนทั่วประเทศเกือบ 900,000 กม. แต่อยู่ในความดูแลของกระทรวง 400,000 กม. กระทรวงกำลังดำเนิน การก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) เชื่อมโยงแต่ละภูมิภาคของไทยให้เดินทางถึงกันได้เร็วขึ้น และยังจะเชื่อมต่อไปยังเพื่อนบ้าน จะช่วยทั้งการกระจายรายได้ ลดต้นทุนการขนส่งทางถนน โดยเส้นที่กำลังเร่งดำเนินการอยู่ เช่น โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง บางปะอิน-โคราช หรือมอเตอร์เวย์ M6 ระยะทาง 196 กม. วงเงินลงทุน 81,121 ล้านบาท จะเริ่มเปิดให้บริการในปี 66, สายบางใหญ่-กาญจนบุรี 96 กม. เปิดใช้ปี 66 เป็นต้น

ขยายศักยภาพสนามบินทั่วประเทศ

นายศักดิ์สยามกล่าวปาฐกถาอีกว่า ขณะเดียวกัน ยังมีการพัฒนาทางอากาศ โดยขยายศักยภาพสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และสนามบินต่างๆทั่วประเทศ เพื่อรองรับคนต่างชาติที่จะเดินทางเข้าไทย ที่คาดว่าในอีก 10 ปี หรือในปี 74 จะมีมากถึง 200 ล้านคน อีกทั้งยังมีแผนงานในอนาคตและพร้อมจะเดินหน้าในครึ่งปีหลังของปีนี้ คือ แผนแม่บท MR-MAP หรือการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองร่วมกับระบบราง ใน 10 เส้นทางทั่วประเทศจากเหนือมาใต้ 3 เส้นทาง ตะวันตกมาตะวันออก 7 เส้นทาง จะเป็นการสร้างโครงข่ายการค้าการลงทุนของประเทศ เชื่อมโยงระบบคมนาคมกับประเทศเพื่อนบ้าน ส่งเสริมการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค โดยมีผลกระทบจากการเวนคืนที่ดินและผลกระทบอื่นต่อประชาชนจากการก่อสร้างน้อยลงมาก

แลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนองร่นเวลาขนส่ง

นายศักดิ์สยามกล่าวด้วยว่า โดยมีโครงการที่สำคัญจะสร้างมูลค่าเศรษฐกิจจำนวนมหาศาลให้กับ ประเทศคือ โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) ชุมพร-ระนอง ลดเวลาการเดินเรือ ผ่านช่องแคบมะละกาลงได้ถึง 4 วัน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ประมาณ 14,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 460,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและจะเริ่มดำเนินโครงการในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ รวมถึงโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ต.เกาะกลาง-ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ลดเวลาข้ามฟาก เหลือเพียง 2 นาที จากเดิมการเดินทางข้ามแพขนานยนต์ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง เป็นต้น และต้องมีสายการเดินเรือแห่งชาติ เพื่อเติมเต็มการพัฒนาศักยภาพทางน้ำ ช่วยขนส่งสินค้าทางน้ำด้วย

ลงทุนปี 65 เพิ่มมูลค่าจีดีพี 2.35%

นายศักดิ์สยามยังกล่าวต่อว่า ในปีนี้กระทรวงคมนาคมมีเม็ดเงินลงทุนโครงข่ายคมนาคมทั้งหมด 1.4 ล้านล้านบาท ประกอบด้วยโครงการที่ลงนามสัญญาแล้ววงเงิน 516,000 ล้านบาท และโครงการลงทุนใหม่ 974,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยจ้างงานได้มากถึง 154,000 คน สร้างมูลค่าเพิ่มในส่วนของการใช้จ่ายด้านวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ 1.24 ล้านล้านบาท ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ 2.24 ล้านล้านบาท ส่วนเฉพาะปี 65 เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 400,000 ล้านบาท หรือ 2.35% ของจีดีพี

รมว.คมนาคมกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ แผนลงทุนของกระทรวงทั้งราง น้ำ บก อากาศ จะช่วยเพิ่มความเร็วในการเดินทาง โดยรถไฟฟ้าเพิ่มความเร็วในการเดินทางช่วงรถติดได้ 35 กม.ต่อ ชม. มอเตอร์เวย์เพิ่มความเร็วได้จาก 80 กม. เป็น 120 กม.ต่อ ชม. รถไฟทางคู่เพิ่มความเร็วจาก 60 กม.เป็น 100 กม.ต่อ ชม. ลดต้นทุนค่าขนส่งได้ 4 เท่า รถไฟความเร็วสูง เพิ่มความเร็วการเดินทางจาก 80 กม.เป็น 160 กม.ต่อ ชม. สนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา เชื่อมต่อการเดินทางภูมิภาคและต่างประเทศเร็วรองรับผู้โดยสารจาก 80 ล้านคนต่อปี เป็น 120 ล้านคนต่อปี

ไม่คิดทุบหัวลำโพงแต่จะปรับปรุงใหม่

“นอกจากนี้ ยังลดความเสียหาย แก้ปัญหาและลดปริมาณอุบัติเหตุบนท้องถนน เกิดความปลอดภัย อีกทั้งยังต้องเกิดความประหยัดกับประชาชน เพราะ กระทรวงได้กำหนดค่าบริการโดยเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ที่ผ่านมาไม่ว่ากัน เป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ปัจจุบัน ค่าบริการต้องเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง แล้วค่อยคิดถึงการแบ่งประโยชน์รัฐ เอกชน เพราะจะต้องมีการพัฒนา ธุรกิจ พัฒนาพื้นที่โครงการเพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เพื่อเอาเงินมาทดแทนค่าบริการที่จะเก็บประชาชน อย่างหัวลำโพง ที่เกิดดราม่า กระทรวงไม่เคยคิดจะทุบทำลาย เพียงแค่ต้องการปรับปรุงใหม่ และนำมาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์” นายศักดิ์สยามกล่าว

ปูทางสร้างคุณภาพชีวิตคนไทยในอนาคต

นายศักดิ์สยามยังกล่าวต่อว่า แผนการลงทุนทุกเรื่องต้องชัดเจนต้องวางแผน สิ่งสำคัญต้องยึดระเบียบ กฎหมาย มติ ครม. หลักธรรมาภิบาล ฟังความเห็นจากประชาชน เชื่อว่าจะทำให้ไทยมีศักยภาพสามารถเสริมสร้างเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน โดยโครงสร้างคมนาคมทั้งประเทศวางแผนไว้ถึง 20 ปี ตนอาจได้ทำอีก 1 ปีกว่าตามวาระ แต่สิ่งเหล่านี้จะเป็นกรอบที่กระทรวงจะแปรไปสู่การปฏิบัติในอนาคต และจะเป็นกรอบเป็นแผน ถ้ามีผู้บริหารฝ่ายการเมืองอื่นๆ มา จะมีโรดแม็ปง่ายในการดำเนินการต่อ อยากเห็นประเทศไทยเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นจากอดีต เชื่อมั่นว่าไทยมีศักยภาพในตัวเอง ความสำเร็จในการพัฒนาประเทศจะเกิดขึ้นได้ไม่เฉพาะการทำงานของคมนาคม แต่ต้องเกิดจากทุกท่าน ประชาชนทุกคนต้องช่วยกัน เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้ไทยมีศักยภาพและมีอนาคต เป็นประเทศที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ