“ภูเก็ต” ฮับสวรรค์ฟินเทค-คริปโต “เศรษฐา” แนะรัฐเร่งพัฒนาดึงนักลงทุนรุ่นใหม่

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“ภูเก็ต” ฮับสวรรค์ฟินเทค-คริปโต “เศรษฐา” แนะรัฐเร่งพัฒนาดึงนักลงทุนรุ่นใหม่

Date Time: 20 ม.ค. 2565 06:46 น.

Summary

“เศรษฐา” เสนอปั้นภูเก็ตให้เป็นเมืองธุรกิจเทียบชั้นกับสิงคโปร์ แนะรัฐบาลลุยพัฒนาให้เป็นฮับสวรรค์ของฟินเทคและธุรกิจคริปโตฯ

Latest

ไทยปิดดีล EFM 2026 สวยหรู ดึง 10 กองถ่ายต่างชาติเข้าไทยลงทุนทะลัก

“เศรษฐา” เสนอปั้นภูเก็ตให้เป็นเมืองธุรกิจเทียบชั้นกับสิงคโปร์ แนะรัฐบาลลุยพัฒนาให้เป็นฮับสวรรค์ของฟินเทคและธุรกิจคริปโตฯ มั่นใจจะดึงดูดนักธุรกิจได้ แน่นอน เพราะมีจุดแข็งแบบไฮบริด เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ มีเอกลักษณ์ มีวัฒนธรรม และศักยภาพทางการท่องเที่ยว และเป็นเมืองอัจฉริยะ ที่มีค่าครองชีพที่ถูกกว่า เพื่อรองรับนักธุรกิจรุ่นใหม่

นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกระแสสินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังมาแรงมากในช่วงนี้ว่า เรื่องของการเก็บภาษีคริปโตเคอร์เรนซี เป็นเรื่องร้อนในวงสนทนาเกี่ยวกับการลงทุน ทำให้คนที่ไม่เคยสนใจเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัล ก็ต้องหันมาทำความเข้าใจว่าคริปโตฯ คืออะไร ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ประเด็นนี้ทำให้คนหันมาสนใจการลงทุนรูปแบบใหม่ หรือหาความรู้ให้เท่าทันโลกยุคปัจจุบันมากขึ้น โดยหวังว่าหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้จะพิจารณาอย่างถ้วนถี่และได้ทางออกที่ดีที่สุด สำหรับตลาด คริปโตฯ ซึ่งเป็นช่องทางลงทุนที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้สร้างรายได้ และเรียนรู้เรื่องความเสี่ยงในการลงทุนไปพร้อมๆกัน

โดยเมื่อเรื่องของคริปโตฯ หรือธุรกิจสตาร์ต อัพ จำพวกฟินเทคต่างๆ คือ รูปแบบธุรกิจธุรกรรมการเงินรูปแบบใหม่ที่เริ่มเข้ามาท้าทายธุรกรรมการเงินแบบเดิม และผลักดันเศรษฐกิจยุคใหม่อย่างรวดเร็ว เราจะเห็นว่าทั่วโลกมีเมืองที่เป็นศูนย์กลางของเรื่องพวกนี้กระจายอยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางของธุรกรรมการเงินดั้งเดิมอย่างลอนดอน เมืองที่เคยอยู่ยุโรปตะวันออกอย่างเบอร์ลิน และแถวซิลิคอนวัลเลย์ ในซานฟรานซิสโก ที่เรารู้จักกันดี

ภูเก็ตเมืองทางเลือกธุรกิจแข่งสิงคโปร์

ขณะที่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อพูดถึงเมืองหรือประเทศที่เป็นศูนย์กลางของธุรกิจ ไม่ว่าจะธุรกิจแบบดั้งเดิม ธุรกิจใหม่ๆพวกสตาร์ตอัพ ฟินเทค หรือคริปโตฯ ผมเชื่อว่าสิงคโปร์เข้าวินอันดับหนึ่งแน่นอน เป็นประเทศที่สภาพเศรษฐกิจ สังคมดึงดูดคนทำงานชาติอื่นๆเข้ามาทำงานมากมาย เนื่องด้วยเป็นเมืองที่มีระเบียบ กฎเกณฑ์ที่โปร่งใส มีวัฒนธรรมที่ยอมรับความหลากหลายทางเชื้อชาติ ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ความที่สิงคโปร์มีระเบียบที่เคร่งครัด ชีวิตของต่างชาติที่ไปทำงานที่นั่น ออกจะไม่ค่อยตื่นเต้น ลองถามหลายๆคนที่เคยไปทำงานที่นั่นก็จะรู้ และจะเห็นได้ว่าสิงคโปร์เองก็พยายามเติมเสน่ห์ให้กับตัวเองด้วยการสร้างแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมต่างๆ เช่น ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ หรือการจัดแข่งรถฟอร์มูล่าวัน เป็นต้น

“แต่ถ้าพูดถึงเมืองท่องเที่ยวในฝันของต่างชาติในภูมิภาคนี้ ผมยกให้ภูเก็ตเป็นเมืองที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้มหาศาล เรามีธรรมชาติอันสวยงามของชายหาด 17 แห่งบนเกาะ มีวัฒนธรรมพื้นเมืองที่มีเสน่ห์ไม่แพ้เมืองใดๆ โรงแรมที่พักที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็ก ไปจนถึง ระดับหรู อาหารการกินตั้งแต่รถเข็นจนภัตตาคารห้าดาว แค่นี้ก็กินขาดแล้ว ในเมื่อภูเก็ตเป็นเมือง
ที่มีเสน่ห์เหลือล้นสำหรับชาวต่างชาติ เราจะใช้จุดขายนี้ปั้นภูเก็ตให้สามารถแข่งขันกับสิงคโปร์ เป็นเมืองทางเลือกที่ธุรกิจใหม่ๆอยากเข้ามาตั้งบริษัทในภูมิภาคนี้ได้ไหม”

เร่งพัฒนาครบวงจรสู่เมืองอัจฉริยะ

ในช่วงหลังเราได้ยินคำว่า “Smart City” หรือ “เมืองอัจฉริยะ” กันบ่อยขึ้น สิงคโปร์เองก็เป็นหนึ่งในเมืองต้นแบบของโลก ภูเก็ตที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในเมืองอัจฉริยะต้นแบบของประเทศไทย ก็ได้รับความสำคัญจากภาครัฐและภาคเอกชน เริ่มนำเอาประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาใช้ เพื่อยกระดับด้านต่างๆของเมืองให้ฉลาดมากขึ้น และง่ายต่อการบริหารจัดการมากขึ้น ทั้งปัญญาประดิษฐ์หรือระบบฐานข้อมูลที่ใช้จัดการเรื่องความปลอดภัย การดูแลสิ่งแวดล้อม ความหนาแน่นชุมชน การจราจร และการท่องเที่ยว

“ถ้าให้ดีลองกลับไปดูต้นแบบ จากรายงานเชิงลึกและข้อแนะนำแผนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในภูเก็ตที่บริษัทยักษ์ใหญ่จากจีนอย่าง หัวเว่ย เทคโนโลยี (Huawei) เคยทำเมื่อหลายปีก่อนก็ได้ ซึ่งภาครัฐก็ควรเดินหน้าต่อในการชักชวนบริษัทเอกชนพวกนี้ กลับมาลงทุนนำเอานวัตกรรมต่างๆของตนมาประยุกต์ใช้”

อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องรีบดำเนินการ คือการสร้างโครงข่ายขนส่งมวลชนรอบเกาะภูเก็ต อย่างรถไฟฟ้าที่ยังไม่จบ ทั้งรูปแบบ งบประมาณ ความปลอดภัย ประสิทธิภาพและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้องพิจารณาให้โปร่งใสและถ้วนถี่ จัดเส้นทางให้สอดคล้องกับการวางผังและขยายตัวของเมืองให้สมกับการผลักดันเป็นเมืองอัจฉริยะตัวอย่าง

เมืองสวรรค์นักธุรกิจรุ่นใหม่ “ฟินเทค-คริปโต”

ถ้าโครงการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนต่อเนื่อง เชื่อว่าภูเก็ตจะเป็นเมืองที่น่าสนใจสำหรับคนทำธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจแขนงใหม่ๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยี สตาร์ตอัพ ฟินเทค หรือคริปโตฯ พวกนี้คือกลุ่มธุรกิจที่ค่อนข้างยืดหยุ่นกับระบบการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวลาเข้างานหรือการทำงานที่บ้าน ทำงานนอกสถานที่ ซึ่งรับรองได้ว่าธรรมชาติ ชายหาด สายลม แสงแดด บรรยากาศโดยรวมของภูเก็ตที่ผ่อนคลาย ระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆที่พร้อม รวมทั้งค่าครองชีพที่ต่ำกว่า สิงคโปร์ จะเป็นจุดขายที่ดึงดูดน่าสนใจ สำหรับแรงงานพวกดิจิทัลโนแมด หรือแรงงานรุ่นใหม่ นี่คือสวรรค์ของเขาชัดๆ ผลพลอยได้ที่จะตามมา ก็หนีไม่พ้นเรื่องการจ้างงาน การถ่ายทอดองค์ความรู้ใหม่ๆให้กับแรงงานรุ่นใหม่ เป็นความหวังและแรงบันดาลใจให้พวกเขา

แต่โครงสร้างพื้นฐานและธรรมชาติที่น่าดึงดูดคงไม่เพียงพอ สิ่งที่เราต้องเพิ่มคือการสร้างกฎเกณฑ์ เฉพาะขึ้นมาใหม่ สำหรับภูเก็ตที่ดึงดูดกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นมารองรับ หรือการผ่อนคลายกฎหมายการย้ายถิ่นฐาน สำหรับคนที่อยากมาตั้งธุรกิจ หรือทำงานในภูเก็ตให้เงื่อนไขง่ายขึ้น

ปัจจุบันเมืองตากอากาศที่ไฮบริดตอบโจทย์การเป็นศูนย์กลางธุรกิจด้วยยังไม่เห็นมี ตัวอย่าง บาหลี อิบิซาในสเปน หรือไมโคนอสของกรีซก็มีมูลค่าในเชิงการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่ภูเก็ตมีศักยภาพมากพอที่จะเป็นทั้งสวรรค์ของนักท่องเที่ยวและศูนย์กลางธุรกิจใหม่ๆ ทำให้ภูเก็ตเป็น Work, Live and Play Destination รับรองได้ว่าไทยจะเป็นประเทศแรกที่นำเสนอคอนเซปต์นี้ต่อประชาคมธุรกิจโลก และเกาะเล็กๆ อย่างภูเก็ต จะเป็นจุดหมายที่กลุ่มธุรกิจใหม่ๆ อยากมาปักถิ่นฐาน และจะเป็นต้นแบบเมืองที่หลายๆคนอยากเดินตามอย่างแน่นอน.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ