
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตยอดขาย และส่งออกรถยนต์ของประเทศไทย ว่า ภาพรวมถือว่าดีขึ้นทั้งการส่งออกที่ดีขึ้นจากการคลายล็อกของประเทศคู่ค้า หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในหลายๆประเทศเริ่มลดลง ขณะที่ยอดขายในประเทศได้รับอานิสงส์จากการคลายล็อกของรัฐบาลเช่นกัน
“สำหรับการคลายล็อกของรัฐบาลไทยได้ทำให้ประชาชนมั่นใจอนาคต มีการเข้าไปดูรถยนต์ที่โชว์รูมมากขึ้นในทุกๆค่ายรถยนต์ ขณะเดียวกันสถาบันการเงินก็เริ่มผ่อนคลายความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อให้กับผู้ที่ยื่นขอจัดสินเชื่อรถยนต์ จึงคาดว่าตลอดทั้งปีนี้การผลิตรถยนต์จะอยู่ที่ 1.6 ล้านคัน และมีโอกาสถึง 1.65 ล้านคัน ขึ้นอยู่กับการส่งออกในช่วงที่เหลือจากนี้ไป โดยตัวเลขดังกล่าว แบ่งเป็นผลิตเพื่อการส่งออก 850,000 คัน ที่เหลือเป็นการจำหน่ายในประเทศ 750,000 คัน และในเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ กลุ่มยานยนต์จะติดตามว่าปีนี้จะสามารถส่งออกรถยนต์ได้ 900,000 คันหรือไม่ เพราะถือว่าตัวเลขดังกล่าวมีโอกาสที่อาจสามารถทำได้เช่นกัน สำหรับช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ย.) ประเทศไทยมีกำลังการผลิตรถยนต์รวม 1,211,946 คัน เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยส่งออก 677,481 คัน เพิ่มขึ้น 29%”
นายสุรพงษ์กล่าวว่า การผลิตรถยนต์ของประเทศไทยปีนี้ถือว่ากลับมาสดใสอีกครั้ง ทั้งตลาดส่งออกที่ขยายตัวมาโดยตลอด ขณะที่ตลาดในประเทศ เชื่อว่าผลจากการจัดงานมหกรรมยานยนต์ หรืองานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2021 ช่วงเดือน ธ.ค.นี้จะได้รับความสนใจจากประชาชน เพราะรัฐบาลเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ก็จะช่วยให้ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวมีแรงงานในระบบ 2 ล้านราย มีรายได้เพิ่มขึ้นอาจมาซื้อรถยนต์เพื่อใช้ในธุรกิจท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น.