22 แบรนด์ไทย “IDEA LAB FESTIVAL 2021” เติบโตจากฐานทรัพยากรไทย เข้าใจตลาดโลก

Economics

Thai Economics

Content Partnership

Content Partnership

Tag

22 แบรนด์ไทย “IDEA LAB FESTIVAL 2021” เติบโตจากฐานทรัพยากรไทย เข้าใจตลาดโลก

Date Time: 8 ก.ย. 2564 17:47 น.
Content Partnership

Summary

22 แบรนด์ไทย “IDEA LAB FESTIVAL 2021” เติบโตจากฐานทรัพยากรไทย เข้าใจตลาดโลก พร้อมก้าวสู่ความเป็นหนึ่งในตลาดการค้ายุค New Normal

22 แบรนด์ไทย “IDEA LAB FESTIVAL 2021” เติบโตจากฐานทรัพยากรไทย เข้าใจตลาดโลก พร้อมก้าวสู่ความเป็นหนึ่งในตลาดการค้ายุค New Normal

หากมีโอกาสติดตามข่าวสารมาอย่างต่อเนื่อง จะทราบว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะผลักดันผู้ประกอบการไทยให้เติบโตขึ้นในเวทีการค้าออนไลน์โลก พร้อมติดปีกเป็นองค์ความรู้รอบด้านเพื่อบ่มเพาะผู้ประกอบการอย่างมีทิศทางในหลายโครงการ จนมาถึงโครงการล่าสุดภายใต้ชื่อ ‘IDEA LAB FESTIVAL 2021’ โดยต่อยอดมาจากโครงการ ‘IDEA LAB’ ที่ได้เรียนรู้เรื่องการสร้างแบรนด์ จนมาถึงการเปิด ‘ห้องเรียนการค้า’ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ฝึกปฏิบัติจริง ก่อนจะเดินเข้าสู่เวทีการค้าจริงในกิจกรรม ‘IDEA LAB FESTIVAL 2021’ ระหว่างวันที่ ระหว่างวันที่ 10 - 12 กันยายน 2564 ที่จะถึงนี้ รวมถึงการเจรจาการค้าผ่านช่องทางออนไลน์กับผู้นำเข้าจากต่างประเทศ (Online Business Matching) ในวันที่ 14 – 16 กันยายน 2564 แต่ก่อนเดินไปถึงวันนั้น วันนี้มีผู้ประกอบการ จำนวน 22 แบรนด์ ภายใต้โครงการนี้ได้เผยศักยภาพอันน่าทึ่งของตัวเองมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้ได้พบคำตอบที่ชัดเจนขึ้นด้วยว่า ในวันที่แบรนด์ไทยค้นพบตัวตนของตัวเองมากขึ้น พร้อมกับที่เข้าใจตลาดโลก ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล ต่อไปนี้เป็นแนวทางที่น่าสนใจจากการเดินทางของสุดยอดแบรนด์ไทยสู่ตลาดที่พร้อมเติบโตอย่างมีทิศทาง

1) ผลิตภัณฑ์เพื่อตลาดคนรักสุขภาพ

ตลาดสุขภาพเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตามโจทย์ความต้องการของยุคสมัย การเข้าใจตลาดและมองเห็นโอกาสก็มีส่วนสำคัญต่อการเติบโต อย่างผลิตภัณฑ์ไส้กรอก ‘MADAM NURSE’ ที่เข้าร่วมในโครงการ ‘IDEA LAB FESTIVAL 2021’ ก็เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าผู้ริเริ่มผลิตภัณฑ์มองเห็นโอกาส ความที่มีอาชีพเป็นพยาบาลทำงานสายสุขภาพและต้องการคิดค้นผลิตภัณฑ์ไส้กรอกโภชนาการครบถ้วนที่ปลอดภัยจากสารเคมี นำไปสู่จุดเริ่มต้นของการสร้างความต่างและเพิ่มตัวเลือกใหม่ในตลาด เช่นเดียวกับแบรนด์ ‘MANTRA FOOD’ ที่พบว่าอาหารที่ผลิตจาก Plant Base มักสวนทางกับรสชาติ ด้วยเหตุนี้ตัวเลือกของอาหารสุขภาพรสชาติอร่อย โปรตีนสูง จึงกำเนิดขึ้น เพราะมันตราต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่ขอส่งต่อความห่วงใย อยากให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีในทุกมื้ออาหาร แต่ในตลาดสุขภาพก็ยังเป็นตลาดที่แบรนด์ต่างๆ ต้องชัดเจนในตัวตนของตัวเอง และสื่อสารชัดเจน เพื่อนำเสนอความต่างและเปิดทางให้โลกมองเห็น ‘JASBERRY’ หรือ ข้าวแจสเบอร์รี่ ชูตัวเองชัดถึงความเป็น Superfood Rice มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าข้าวกล้องทั่วไปถึง 40 เท่า มากกว่า quinoa 4 เท่า หุงง่าย รสชาตินุ่มอร่อย การันตีคุณภาพด้วยมาตรฐาน organic USDA และ EU NON-GMO Project verified และ Food and Beverage Award จาก National Restaurant Association จากสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ ‘SUNFOOD’ คือข้าวไรซ์เบอร์รี่พันธุ์ดีจากเกษตรศาสตร์ มีความหอมนุ่ม เหมาะกับเด็ก และผู้สูงอายุ รวมถึงคนที่รักสุขภาพที่กำเนิดผ่านคุณค่าของการสนับสนุนชุมชนวิสาหกิจในจังหวัดลำพูน และเชียงใหม่ ตลาดสุขภาพยังต้องการรูปลักษณ์ที่โดนใจ บรรจุภัณฑ์ของ ‘SOOKKHO’ ลูกประคบแบบไทยๆ ก็ได้คะแนนผู้ซื้อได้ตั้งแต่แรกเห็น และพร้อมจะหลงรักความมหัศจรรย์ของสมุนไพรไทย และความสุขที่มากโขแบบฉบับสุขโขเมื่อได้ใช้

2) ตลาดงานคราฟต์ โอกาสแห่งการเติบโต

ตลาดงานคราฟต์เติบโตขึ้นพร้อมกับคุณค่าของงานศิลป์ งานทำมือจากทั่วทุกโลกจึงถูกนำมาเล่าใหม่เพื่อการค้า แน่นอนว่าไทยก็ไม่ควรตกขบวน หลายแบรนด์ที่เข้ามาบ่มเพาะองค์ความรู้กับโครงการ ‘IDEA LAB FESTIVAL 2021’ เดินตามตลาดนี้ได้ไม่ยาก อย่าง ‘STORIES OF SILVER&SILK’ เครื่องประดับเนื้อเงินบริสุทธิ์ 95-99% ผลงานของช่างในชุมชนกะเหรี่ยงพระบาทห้วยต้ม อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ด้วยวิถี handmade ใช้เครื่องมือน้อยชิ้น ในการตี ทุบ ตอก ขัด สร้างสรรค์ texture ลวดลายบนเนื้อเงิน ก็นับเป็นการ ‘เล่าเรื่องใหม่’ ที่น่าสนใจ เช่นเดียวกันกับ ‘MARON JEWELRY’ เครื่องประดับสินค้านพเก้าที่เล่าเรื่องผ่านภาพลักษณ์ใหม่ ที่พร้อมเข้ามาแต่งเติมสีสันและให้ความโชคดีแบบทวีคูณแก่ผู้สวมใส่ ในขณะเดียวกันก็เป็นศิลป์ที่มีเสน่ห์ หรือแม้แต่ ‘PIM COLLECTION’ ผู้หวังจะยกระดับหัตถกรรมผ้าเขียนเทียน ก็ได้กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ในตลาดคราฟต์ที่โดดเด่น งานฝีมือในชุมชนหลายแห่งเป็นแหล่งงานคราฟต์ชั้นยอดที่รอการเผยตัวในตลาด อย่าง Stoneware ที่ทำจากดินดำเชียงใหม่ และน้ำเคลือบเปลือกไม้ธรรมชาติ โดย ‘SIAM CELADON POTTERY’ ก็นับเป็นอีกงานทำมือจากชาวสันกำแพงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ

3) เติมสีสันในตลาด จากกรรมวิธีและเทคโนโลยีการผลิตที่น่าสนใจ

การนำเทคโนโลยีเข้าไปต่อยอดผลิตผลทางการเกษตร ได้กำเนิดผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจและทำให้ตลาดมีสีสันด้วย อย่าง ‘YORICE AMAZAKE’ เครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ที่เกิดจากใช้ข้าวโคจิจากญี่ปุ่นหมักกับข้าวหอมมะลิอินทรีย์ กลายเป็นเครื่องดื่มสีขาว หอมหวานกลิ่นข้าว ไร้น้ำตาล ถือเป็นตัวอย่างของการต่อยอดผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรผ่านนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ เช่นเดียวกับที่ ‘DIAMOND FRESH’ ได้ผสานนวัตกรรมการผลิตรูปแบบใหม่เข้าไปจนเกิดเป็นน้ำนมข้าวยาคูออร์แกนิก เทคโนโลยีการผลิตที่ลงตัวยังให้กำเนิดผลิตที่โดดเด่นได้อีก อย่าง ‘PAKA’ แบรนด์ไซรัปดอกไม้พื้นบ้านเข้มข้นสไตล์โฮมเมดที่นำดอกบัว ดอกกุหลาบ ดอกดาหลา ดอกเข็ม ดอกอัญชัน ดอกหอมหมื่นลี้ เข้าสู่กระบวนการและเทคโนโลยีการผลิตทันสมัย เกิดเป็นไซรัปดอกไม้ที่น่าทึ่ง หรือแม้แต่แชมพูอาบน้ำสุนัข ออร์แกนิก สูตรสับปะรด แบรนด์ ‘ORGA’ ที่ความน่าสนใจอยู่ที่นำเทคโนโลยีการผลิตเข้าไปใช้เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อสุนัขอย่างมากในแบบที่มั่นใจได้ว่า สุนัขเลียขนได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ช็อกโกแลต ‘ONE MORE THAI CRAFT CHOCOLATES’ จากนครศรีธรรมราช ที่นิยมตัวเองว่า Thai Craft Chocolate จากกรรมวิธีการผลิตที่ละเมียดละไมก่อนจะมาเป็นช็อกโกแลต ก็นับเป็นสร้างสีสันให้ตลาดด้วยเทคโนโลยีการผลิตได้เช่นกัน

4) ตอบโจทย์ตลาดด้วยนวัตกรรมและวิทยาศาสตร์

นวัตกรรม และวิทยาศาสตร์ นับได้ว่าเป็น ‘หัวใจใหม่’ ของการนำพาผลิตภัณฑ์ไปสู่ความโดดเด่น โดนใจ และตอบโจทย์ของผู้บริโภคตลาด ‘THAI NUM CHOKE TEXTILE’ เป็นตัวอยากของแบรนด์ที่ดำเนินในแนวทางนี้ได้น่าสนใจ โดยการนำเอาของเหลือภาคเกษตร อาทิ ใบสับปะรด เปลือกกัญชง จนถึงวัสดุอย่างกาบหมาก มาผลิตเป็นเส้นใย ปั่นด้าย และทอผ้า ตอบโจทย์ตลาดรักษ์โลกในยุคนี้ได้ เช่นเดียวกับ ‘KHUN MATTRESS’ ผลิตภัณฑ์เครื่องนอนจากน้ำยางพาราบริสุทธิ์ นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการผลิตเพื่อปรับมุมไปสู่ตลาดรักษ์โลกด้วย เทคโนโลยียังช่วยกำเนิดผลิตภัณฑ์น่าทึ่งอย่าง ‘DECYCLE RUBBER’ แผ่นปูพื้นที่ผลิตจากยางรถยนต์ใช้แล้วผสมหิน ที่มีความแข็งแรงทนทาน ยึดหยุ่น ไม่แตกหักง่าย รับน้ำหนักได้ถึง 4 ตัน ‘RUKBATIK’ ที่ไม่เพียงเพิ่มคุณค่าภูมิปัญญาผ้าบาติก แต่ยังผสานนวัตกรรมป้องกันแบคทีเรียและไวรัส โดยใช้สารอินทรีย์และไม่มีเคมีในผลิตภัณฑ์

5) ตลาดใหม่ๆ เกิดขึ้นผ่านการเผยภาพลักษณ์ใหม่

หลายผู้ประกอบการ หลายแบรนด์ จากโครงการ ‘IDEA LAB FESTIVAL 2021’ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความสำเร็จจากการได้บ่มเพาะองค์ความรู้ด้านการสร้างแบรนด์ ขณะเดียวกันก็ต่อยอดจนกลายเป็นรูปธรรมได้ หลายผลิตภัณฑ์ที่อยู่ท้องตลาดมายาวนานอย่าง ‘ปลากระป๋อง PP’ ถูกนำมาปรับภาพลักษณ์ใหม่และนำเสนอให้น่าสนใจขึ้น เช่นเดียวกันกับ ‘FIRST FOOD BISCUIT’ ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวในหีบห่อแบบโบราณที่รู้จักในชื่อหงษ์คู่ถูกปรับรูปโฉมและปรับแบรนด์ใหม่กลายเป็น ‘ชิคชิค’ หรือแม้แต่ ‘ร้านแก้ว’ ของฝากจากกาญจนบุรี ที่ ‘เล่าเรื่องใหม่’ ผ่านภาพลักษณ์ใหม่ ซึ่งการเผยตัวในมุมใหม่ๆ ก็ไม่ต่างจากการเปิดประตูบานใหม่สู่ตลาดใหม่ด้วยเช่นกัน

6) ตลาดไอเดียเป็นของคนที่มองเห็นไอเดีย

แม้ความคิดสร้างสรรค์จะเป็นส่วนหนึ่งของทุกผลิตภัณฑ์ แต่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เน้นไอเดีย ก็เป็นเรื่องของคนเปี่ยมไอเดียใหม่ที่จะเดินไปให้ถึงด้วย ‘Clampit’ แบรนด์ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็กที่โดดเด่นด้วยไอเดีย อย่างการเข้ามาทลายขีดจำกัดของม้าโยก ให้กลายเป็นของเล่นสำหรับการขับขี่ และเล่นได้หลายแบบ ทั้งขี่เล่น ต่อประกอบหลายรูปแบบ แถมยังใช้ชอล์กไร้ฝุ่นวาดรูปตามจินตนาการลงบนแผ่นไม้เสริมจินตนาการเด็กเล็ก ไอเดียในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จึงสำคัญและขายได้ในกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบไอเดีย แนวทางลักษณะเดียวกันนี้ก็สามารถนำไปใช้สร้างการเติบโตของผลิตภัณฑ์ในหมวดหมู่อื่นในตลาดนี้ได้ด้วยเช่นกัน

วันนี้ความสำเร็จของผู้ประกอบการ แบรนด์ไทย ในตลาดโลก จึงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม โดยเฉพาะเมื่อได้พบความโดดเด่นในสิ่งตัวเองมี พร้อมกับที่เข้าใจตลาดมากขึ้น การเข้ามาส่งเสริม บ่มเพาะ และผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงของ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ก็จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเห็นแนวทางก้าวเดินไปอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

โดยทั้ง 22 แบรนด์เหล่านี้ยังมีภารกิจสำคัญผ่านกิจกรรม ‘IDEA LAB FESTIVAL 2021’ บนเวทีการค้าจริงในรูปแบบต่างๆ ที่จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 10 - 12 กันยายน 2564 รวมถึงการเจรจาการค้าผ่านช่องทางออนไลน์กับผู้นำเข้าจากต่างประเทศ (Online Business Matching) ในวันที่ 14 – 16 กันยายน 2564 นี้ด้วย ทั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ร่วมรับชมกิจกรรมในรูปแบบออนไลน์ร้อยเปอร์เซ็นต์ต่างๆ เหล่านี้ ได้ผ่านทาง Facebook Fanpage : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, DitpDesignDitp และ YouTube Channel : DitpDesign


Author

Content Partnership

Content Partnership