ต้อนโรงงานเข้านิคมอุตสาหกรรม คือคำตอบ "ความปลอดภัย"

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ต้อนโรงงานเข้านิคมอุตสาหกรรม คือคำตอบ "ความปลอดภัย"

Date Time: 13 ก.ค. 2564 05:06 น.

Summary

การเกิดเพลิงไหม้ของถังเก็บสารเคมี “สไตรีน โมโนเมอร์” ที่เป็นวัตถุดิบผลิตเม็ดโฟมและพลาสติกของบริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ส่งผลให้ต้องมีการอพยพประชาชนอย่างโกลาหล

Latest

ไทยปิดดีล EFM 2026 สวยหรู ดึง 10 กองถ่ายต่างชาติเข้าไทยลงทุนทะลัก

โศกนาฏกรรมการเกิดเพลิงไหม้ของถังเก็บสารเคมี “สไตรีน โมโนเมอร์” ที่เป็นวัตถุดิบผลิตเม็ดโฟมและพลาสติกของบริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่กินเวลากว่า 27 ชั่วโมงที่จะสามารถดับเพลิงได้สำเร็จ ส่งผลให้ต้องมีการอพยพประชาชนในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบโรงงานอย่างโกลาหล ตลอดจนที่พักอาศัยของคนรอบพื้นที่ได้รับความเสียหายคิดเป็นมูลค่ามหาศาล

เหตุการณ์ครั้งนี้ จะไม่ใช่การเกิดเหตุครั้งสุดท้ายในประเทศไทย เพราะหากตราบใดภาครัฐจะยังยืนกรานว่าโรงงานแห่งนี้เปิดกิจการมาตั้งแต่ปี 2532 ก่อนที่กฎหมายผังเมืองจะถูกประกาศใช้ ว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมแห่งใหม่ๆได้อีก โดยเฉพาะโรงงานที่มีความเสี่ยงทั้งอันตรายหรือการก่อให้เกิดมลพิษได้อีก แต่สาเหตุที่โรงงานยังตั้งกิจการอยู่ได้เพราะกฎหมายไม่สามารถมีผลย้อนหลังได้

เรื่องนี้ถือเป็นโจทย์ข้อใหญ่ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ต้องมีคำตอบให้กับคนไทยทั้งประเทศว่า จากนี้ไปจะมีมาตรการดูแลไม่ให้เกิดอุบัติภัยดังกล่าวได้อย่างไร แม้ว่ามีคำสั่งปิดกิจการโรงงานแห่งนี้ไปแล้วก็ตาม รวมทั้งเงื่อนไขที่ว่า หากจะกลับมาเปิดกิจการใหม่ ต้องเข้าไปก่อสร้างโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมเท่านั้น เพราะนิคมอุตสาหกรรมทั้งที่เป็นของภาครัฐและเอกชนในปัจจุบัน ต่างก็มีระบบ บริหารจัดการเรื่องมลพิษที่เข้มงวด

ขณะเดียวกัน กรอ.ยังต้องไปเร่งตรวจสอบโรงงานในลักษณะเดียวกันนี้ทั่วประเทศ โดยเฉพาะกรณีที่ตั้งกิจการอยู่นอกนิคมอุตสาหกรรมว่ามีจำนวนเท่าใด มีการเก็บสารเคมีที่เสี่ยงอันตรายในปริมาณมากน้อยเพียงใดด้วยเช่นกัน

ล่าสุดคำตอบเบื้องต้นปรากฏว่าในแผนงานระยะเร่งด่วนนี้ กรอ.ได้สั่งการให้โรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงไปจัดทำแผนรายงานปริมาณสารเคมี แผนป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะโรงงานเคมีภัณฑ์ที่มีจำนวนรวม 446 แห่งทั่วประเทศ ทั้งที่ตั้งกิจการอยู่นอกนิคมอุตสาหกรรม หรือภายในนิคมอุตสาหกรรม จะต้องรายงานแผนการจัดเก็บสารเคมี และตรวจประเมินเพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้ชัดเจนมากขึ้น

รวมถึงให้ลดปริมาณ (สต๊อก) การจัดเก็บสารเคมีที่ตัวโรงงานให้น้อยที่สุด หรือให้เพียงพอใช้ในระยะ 1-2 สัปดาห์ ในการผลิตแต่ละงวด ส่วนสารเคมีที่เหลือให้ย้ายไปเก็บในสถานที่ที่ปลอดภัยห่างไกลจากชุมชนหรือคลังสินค้าที่มีการจัดเก็บได้มาตรฐานที่กรอ.กำหนดเท่านั้น โดยเรื่องนี้ต้องไปดูเงื่อนไขของพระราชบัญญัติกรมโรงงานอุตสาหกรรมอีกครั้งว่า กรอ.สามารถออกประกาศในเรื่องดังกล่าวได้ทันทีหรือไม่ หรือต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ

สำหรับแผนในระยะยาว กรอ.จะเร่งจัดทำข้อสรุปให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน อาทิ การกำหนดให้โรงงานที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต้องย้ายเข้าไปตั้งกิจการในนิคมอุตสาหกรรมเท่านั้น จึงจะได้รับการต่อใบอนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งอาจกำหนดว่าต้องย้ายกิจการภายในเวลา 5 ปีนับจากนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาเตรียมตัวในเรื่องแหล่งเงินทุนในการย้ายกิจการที่อาจต้องขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน หรือการเพิ่มสิทธิประโยชน์ในการลงทุน เพิ่มเติมจากที่มีอยู่ เพื่อจูงใจ สำหรับโรงงานที่ตั้งอยู่นอกนิคมอุตสาหกรรม อีกหรือไม่ เพื่อให้เกิดการย้ายกิจการ โดยเร็วที่สุดจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

นอกจากนั้น เพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ได้สั่งการให้ กรอ.และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ ไปทำการจัดลำดับโรงงาน ที่มีความเสี่ยงและต้องตรวจสอบอย่างเป็นระบบ

พร้อมกับนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และพัฒนาแอปพลิเคชันที่เรียกว่า Safety Application เพื่อใช้สำหรับโรงงานที่มีความเสี่ยงสูง เช่น มีการใช้สารเคมีอันตราย โดยให้มีการประเมินตัวเองเพื่อให้ทราบว่าโรงงานมีความเสี่ยง เพื่อสามารถกำหนดมาตรการป้องกันการเกิดอันตรายในแต่ละกิจกรรม เช่น การป้องกันการรั่วไหลของสารเคมี วิธีปฏิบัติการดำเนินการต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ที่จะทำให้โรงงานทราบในเบื้องต้นว่าจะต้องจัดทำแผนป้องกันหรือแผนฉุกเฉินอย่างไร ให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้

หากทำได้สำเร็จตามแผนทั้งหมดนี้ ก็เท่ากับว่า กรอ.ช่วยถอดสลักระเบิดเวลา ที่พร้อมจะระเบิดได้ตลอด24 ชั่วโมง ท่ามกลางความอกสั่นขวัญแขวนของคนไทยทั้งประเทศ!!!

เกรียงไกร พันธุ์เพ็ชร


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ