
นายนราธิป อนันตสุข หัวหน้าสำนักงานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงงานน้ำตาลทรายบางแห่ง ติดป้ายประกาศรับซื้ออ้อยในฤดูการหีบปี 2564/65 หรือในปลายเดือน พ.ย.นี้เป็นต้นไป โดยตั้งราคาล่วงหน้าในราคาตันละ 1,300 บาท เนื่องจากปริมาณฝนที่ทิ้งช่วง ทำให้หลายฝ่ายยังกังวลถึงผลผลิตอ้อยที่อาจลดลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับหากพิจารณาจำนวนโรงงานน้ำตาลทรายของฤดูหีบใหม่ ที่มีการเปิดโรงงานเพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง ทำให้แนวโน้มผลผลิตอ้อยอาจไม่เพียงพอกับความต้องการของโรงงานน้ำตาลทราย
นายนราธิป กล่าวว่า หากมองสถานการณ์ผลผลิตอ้อยในขณะนี้ แม้ว่าภาพรวมมีแนวโน้มจะสูงกว่าฤดูหีบปี 2563/64 ประมาณ 10-13 ล้านตัน แต่โรงงานที่เปิดหีบรวม 57 แห่ง มีกำลังผลิตเพียงพอกับอ้อยเข้าหีบควรอยู่ระดับตั้งแต่ 100 ล้านตันขึ้นไป ขณะที่ล่าสุดปี 2564/65 คาดการณ์จะมีผลผลิตอ้อยเพิ่มขึ้นเป็น 80 ล้านตัน บวกลบ
นอกจากนั้น แม้ว่ามีการปิดกิจการโรงงานบริษัท น้ำตาลกุมภวาปี จำกัด จังหวัดอุดรธานีไป 1 แห่ง แต่อัตรากำลังผลิตอ้อยส่วนนี้ไม่ได้หายไป เพราะมีการนำไปป้อนโรงงานในเครือที่มีกำลังผลิตที่ขยายเพิ่มแทน ประกอบกับฤดูหีบปีนี้จะมีโรงงานเปิดหีบเพิ่มอีก 1 แห่งที่จังหวัดนครราชสีมา ทำให้ความสามารถในการหีบอ้อยมีเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปริมาณอ้อยก็ยังถือว่าต่ำกว่าพอสมควร
ทั้งนี้ ในแง่ผลผลิตชาวไร่อ้อยก็ยังต้องติดตามใกล้ชิด เนื่องจากพบว่าปริมาณฝนเริ่มลดต่ำลงและหากทิ้งช่วงนานจะกระทบต่อตออ้อย ส่งผลให้ผลผลิตอาจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ได้เช่นกัน โดย 80% ของผลผลิตอ้อยในประเทศไทยยังต้องอาศัยน้ำฝน ขณะที่พื้นที่เพาะปลูกอ้อยปีการผลิต 2564/65 ยังคงทรงตัวในระดับ 9.5-10 ล้านไร่ ไม่ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นมากนัก เนื่องจากขณะนี้การปลูกอ้อยมีต้นทุนที่สูงขึ้นและการตัดอ้อยสดทำให้บริหารจัดการยุ่งยากซับซ้อนขึ้น.