
กระทรวงพาณิชย์ เล็ง เจาะตลาดฮาลาลเพิ่ม หลังไทยส่งออกอาหารฮาลาลอันดับ 11 ของโลก รวมถึงเวชภัณฑ์ฮาลาล เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลฮาลาล และแฟชั่นสำหรับชาวมุสลิม
เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 64 นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จากนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้แผนงานอาหารไทยอาหารโลก โดยเฉพาะสินค้าฮาลาลของไทยที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นโอกาสผู้ประกอบการสินค้าฮาลาล เปิดตลาดไปยังกลุ่มที่มีความต้องการ ทั้งอาหารฮาลาล เวชภัณฑ์ฮาลาล เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลฮาลาล และแฟชั่นสำหรับชาวมุสลิม
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีความพร้อมและข้อได้เปรียบหลายประการ เริ่มตั้งแต่ภาครัฐตระหนักถึงความสำคัญของตลาดฮาลาลและพร้อมให้การสนับสนุน ผู้ประกอบการมีความพร้อม มีศักยภาพในการผลิตสินค้าและส่งออกสินค้าฮาลาลไปยังตลาดมุสลิมและตลาดที่ไม่ใช่มุสลิม รวมทั้งไทยเป็นแหล่งวัตถุดิบขั้นพื้นฐานที่หลากหลาย มีเอกลักษณ์โดดเด่นได้มาตรฐาน จึงเป็นจุดแข็งสำคัญที่ผลักดันให้สินค้าฮาลาลของไทยมีโอกาสเติบโตบนตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไม่เพียงแต่สามารถเจาะตลาดชาวมุสลิมที่เป็นตลาดหลักได้เท่านั้น แต่ยังเป็นที่สนใจและต้องการในประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม (Non-OIC) อีกหลายประเทศด้วย เช่น อินเดีย จีน สิงคโปร์ และไทย เนื่องจากอัตราประชากรมุสลิมมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงควรศึกษาและหันมาให้ความสำคัญกับตลาดสินค้าฮาลาลที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มมากขึ้นในอนาคต และควรให้ความสำคัญกับการขยายตลาดผ่านช่องทางออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวก และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้สามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม
ปัจจุบัน ประชากรมุสลิมคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25 ของประชากรโลกที่มีกว่า 7,871 ล้านคน หรือคิดเป็นกว่า 2,000 ล้านคน ตลาดอาหารฮาลาลจึงเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีกำลังซื้อสูง มีมูลค่าตลาดทั่วโลกประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยประเทศไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารฮาลาลรายใหญ่เป็นอันดับที่ 11 ของโลก ในปี 2562 ก่อนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไทยมีมูลค่าส่งออกถึง 35,037 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็น 2.44 % ของมูลค่าตลาดอาหารฮาลาลโลก
โดยไทยมีความได้เปรียบในด้านโลจิสติกส์ และมีสินค้าที่มีความหลากหลายตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันไทยมีบริษัทที่ได้รับรองมาตรฐานอาหารฮาลาลประมาณ 5,000 บริษัท มีผลิตภัณฑ์ที่ขอรับการรับรองฮาลาลมากกว่า 160,000 รายการ โดย 3 อันดับแรก ได้แก่ สารปรุงแต่งอาหาร อาหาร และเครื่องดื่ม ตามลำดับ (ข้อมูลของคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย).