
เหลือเวลาอีกเพียง 15 วันจะเป็นวันเริ่มต้นการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วเข้า จ.ภูเก็ต โดยไม่ต้องกักตัว เริ่มต้นวันที่ 1 ก.ค.2564 ตามโครงการ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ตามนโยบายของรัฐบาลไทย ซึ่งเป็นที่รับรู้กันไปทั่วโลกแล้ว
แต่จนถึงวันนี้ ขั้นตอนการตัดสินใจตามระบบราชการยังไม่เสร็จสิ้น ต้องรอจนกว่าการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค.ชุดใหญ่ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเห็นชอบในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ และเข้าสู่การตัดสินใจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วที่สุดวันที่ 22 มิ.ย.2564 ประกอบกับต้องประกาศมาตรฐานการปฏิบัติ (SOP) ว่า ผู้ที่เดินทางเข้ามาต้องมีเอกสาร การปฏิบัติตัว และวิธีการป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างไรบ้าง ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
3 ด่านที่ยังเหลือ คงใกล้วันที่ 1 ก.ค. อย่างกระชั้นชิด และก็เป็นไปได้ตลอดเวลาว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปได้อีก ทั้งๆที่การทำการตลาดเพื่อเสาะหานักท่องเที่ยวเข้ามาต้องเดินหน้าไปก่อนแบบทุลักทุเล
อันเนื่องจากทางฝั่งไทยยังไม่สามารถตอบกลับคู่ค้าในต่างประเทศได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าต้องปฏิบัติตัวกันอย่างไรบ้าง ทั้งๆที่สายการบินนานาชาติพร้อมใจตอบรับบินตรงสู่ภูเก็ตมากกว่า 30 สายการบินแล้ว
อีกทั้งล่าสุด หลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2564 ออกมาฟันธงอีกว่า ชาวต่างชาติที่แม้จะฉีดวัคซีนแล้วและเดินทางเข้าสู่จังหวัดภูเก็ต หากจะไปเที่ยวในจังหวัดอื่นของประเทศไทยต่อ จะต้องอยู่ให้ครบ 14 วันก่อน ซึ่งเพิ่มมาจากหลักเกณฑ์เดิมที่ให้อยู่เพียง 7 วัน
ผลของการตัดสินใจดังกล่าว เพื่อความรอบคอบทางด้านการควบคุมโรค ถ้าผู้เดินทางเข้ามาเกิดมีการติดเชื้อ จะได้มั่นใจได้ว่าจะไม่หลุดรอดออกจาก จ.ภูเก็ต หรือนำเชื้อไปแพร่ในพื้นที่ใดของประเทศไทย
รวมทั้งมีข้อปฏิบัติเพิ่มเติมด้วยว่า แม้ผู้ที่เดินทางเข้ามาจะได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 จากประเทศต้นทางมาแล้ว เมื่อมาถึงประเทศไทยจะต้องตรวจเพิ่มอีก 3 รอบ ในวันที่เดินทางมาถึงครั้งที่ 1 และในวันที่ 6 นับเป็นครั้งที่ 2 และในวันที่ 12 อีกเป็นครั้งที่ 3
บรรดาชาวต่างชาติที่เป็นแฟนคลับ คนรักและรอคอยเข้าภูเก็ต ถึงกับผิดหวัง บ้างก็บอยคอต ยกเลิกการเดินทางมา และหันไปประเทศอื่นที่เดินทางเข้าสะดวกกว่าแทน
ทำให้แผนที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วางไว้ว่าช่วงไตรมาส 3 (ก.ค.–ก.ย.) จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา 129,000 คน เป็นอันสะดุด ตามที่ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ประเมินเบื้องต้น เฉพาะเดือน ก.ค.นี้ ที่วางเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ 29,700 คน คงหายไปถึงครึ่งหนึ่ง
แต่ต้องยอมทุกอย่างเพื่อให้เริ่มต้นได้ และรอคอยแฟนพันธุ์แท้ที่แม้จะมีเงื่อนไขอะไรแค่ไหนก็ยังอยากมาภูเก็ต ตอนนี้อาจต้องมองไปในไตรมาส 4 (ต.ค.-ธ.ค.) ซึ่งเป็นช่วงหน้าหนาวทางฝั่งยุโรป ถ้าช่วงไตรมาส 3 ทำได้ดีไม่มีสะดุด ไม่พบการติดเชื้อ หรือหากมีก็ควบคุมดี จนรัฐบาลไทยผ่อนคลายจังหวัดอื่นๆ เพิ่มขึ้นอีก นักท่องเที่ยวอาจทะลักมาในตอนนั้นปลายปีแทน
อย่างไรก็ตาม น่าสงสารชาวภูเก็ตที่อึดอัดหาวเรอกันไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม เพราะข่าวการตัดสินใจของรัฐบาลที่ยังไม่นิ่ง ถึงขนาดทำใจอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
เท่านั้นไม่พอ บรรดาผู้ประกอบการท่องเที่ยวโรงแรม จากพื้นที่ท่องเที่ยวหลักอื่นๆของไทย ไม่ว่าจะเป็นกระบี่ พังงา เกาะสมุย พัทยา หัวหิน ก็ต้องลุ้นตามชาวภูเก็ตไปด้วย เพราะถ้าเปิดภูเก็ตได้สำเร็จ พื้นที่อื่นๆก็จะได้เปิดตามในช่วงเวลาต่อๆไป
อาทิ เกาะพีพี ไร่เล เกาะไหง ของ จ.กระบี่ ที่เดิมขอให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนแล้วมาเที่ยวแบบไม่ต้องกักตัวใน เดือน ก.ค. หรือเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่เสนอให้เที่ยวได้แบบจำกัดพื้นที่และท่องเที่ยวระบบปิด ในเดือน ก.ค. ก็ถูก ศบศ.ให้เลื่อนออกไปก่อน เพื่อดูผลของ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์”
หรือพื้นที่ท่องเที่ยวที่อยากเปิดในเดือน ส.ค. แบบไม่ต้องกักตัวนักท่องเที่ยว ได้แก่ เขาหลัก จ.พังงา, เกาะลันตา อ่าวนาง ทับแขก จ.กระบี่ และ อ.เมือง อ.แม่ริม อ.แม่แตง และดอยเต่า จ.เชียงใหม่ ที่ขอกักตัว 7 วันและเที่ยวแบบจำกัดพื้นที่ อีกทั้งในเดือน ต.ค.จะขยายการเปิดรับนักท่องเที่ยวแบบไม่กักตัวที่พัทยา จ.ชลบุรี กรุงเทพฯ ชะอำ หัวหิน และ จ.บุรีรัมย์ ที่จะมีการจัดการแข่งขันโมโต จีพี
ฉะนี้แล้ว ผู้คนที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย ที่ต้องผจญกับความลำบาก ซบเซา มาตลอดการระบาดของ เชื้อไวรัสโควิด-19 ตอนนี้จึงต้องลุ้นหนัก และชีวิตถูกเดิมพัน ด้วย “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” และรอการตัดสินใจสุดท้ายของภาครัฐ ที่แม้จะช้า และเปลี่ยนแปลงตลอด ก็จำต้องรอ.
อมรรัตน์ จรูญสมิทธิ์