DITP เตรียมปั้นนักส่งออกท้องถิ่นรุ่นใหม่ รองรับภาคส่งออกไทยฟื้นตัว

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

DITP เตรียมปั้นนักส่งออกท้องถิ่นรุ่นใหม่ รองรับภาคส่งออกไทยฟื้นตัว

Date Time: 9 มิ.ย. 2564 12:17 น.

Video

 ทำไมหาเงินได้มากขึ้นแต่ชีวิตไม่มั่นคง? ถกปัญหาแรงงานโลกใหม่ | Digital Frontiers EP.55 Special Talk

Summary

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เตรียมปั้นนักส่งออกท้องถิ่นรุ่นใหม่กว่า 450 ราย ผ่านโครงการ YELG หวังช่วยเสริมทัพการค้าระหว่างประเทศ

Latest


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เตรียมปั้นนักส่งออกท้องถิ่นรุ่นใหม่กว่า 450 ราย ผ่านโครงการ YELG หวังช่วยเสริมทัพการค้าระหว่างประเทศ

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลัง มิ.ย. 64 - ธ.ค. 64 ภาพรวมการส่งออกของไทยจะฟื้นตัว และสร้างมูลค่าได้มากกว่าช่วงครึ่งปีแรก โดยมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ในหลายประเทศเริ่มส่อแววสดใส รวมทั้งการกระจายวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้ความเชื่อมั่นและอุปสงค์ของสินค้าต่างๆ เริ่มมีแนวโน้มในทางบวก

อย่างไรก็ตาม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความเข้มแข็งให้กับการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น ในช่วงครึ่งปีหลัง 2564 กรมฯ จึงมียุทธศาสตร์สำคัญคือการผลักดันให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้มีโอกาสก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ เนื่องจากเล็งเห็นว่ายังมีสินค้าที่ผลิตโดยคนไทยในระดับภูมิภาคเป็นจำนวนมากที่มีศักยภาพสามารถส่งออกได้ ตลอดจนต้องการตอบโจทย์นโยบาย Local to Global ของกระทรวงพาณิชย์

โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้ประกอบการในระดับท้องถิ่นหรือภูมิภาคให้ได้ก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ ไม่เพียงแต่จะทำให้มูลค่าการส่งออกในภาพรวมเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับฐานราก ช่วยรักษาเสถียรภาพในการจ้างงาน รวมทั้งยังช่วยเปิดตลาดให้สินค้าอีกหลายประเภทได้มีโอกาสสร้างชื่อในเวทีสากลได้อีกด้วย

นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของกรมฯ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาผู้ส่งออกรุ่นใหม่ Young Exporter from Local to Global (YELG) ปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด Global Export Connect สินค้าไทย บินไกล ไร้พรมแดน

โดยโครงการนี้ถือเป็นอีกโครงการที่สำคัญ ซึ่งได้เคยแจ้งเกิดผู้ประกอบการส่งออกมาแล้ว 900 ราย สำหรับรูปแบบของโครงการเป็นการเสริมความรู้และฝึกอบรมในรูปแบบออนไลน์ (Zoom Meeting) ให้กับผู้ประกอบการใน 3 ส่วนภูมิภาค ผ่านการจัดอบรมหลากหลายรูปแบบ

อาทิ การรับฟังการเสวนาจากผู้ที่มีประสบการณ์โดยตรงทางด้านการส่งออกระหว่างประเทศ การรับฟังการบรรยายในหัวข้อที่เป็นประโยชน์โดยตรงต่อการส่งออก ตลอดจนการทำกิจกรรมสร้างเครือข่ายระหว่างผู้เข้าอบรมเพื่อให้สามารถเข้าสู่ตลาดต่างประเทศในรูปแบบกลุ่ม หรือคลัสเตอร์ พร้อมสร้างความร่วมมือซึ่งกันและกันบนพื้นฐานของการแข่งขัน ตลอดจนร่วมกันวางแผน กำหนดทิศทางกลยุทธ์ รวมทั้งการแบ่งปันทรัพยากรต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับธุรกิจส่งออกระหว่างกันได้

นางอารดา เฟื่องทอง ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ กล่าวเสริมว่า สำหรับการปั้นนักส่งออกรุ่นใหม่ในโครงการนี้ ระยะที่ 1 สถาบันฯ จะรับสมัครผู้ประกอบการไทยทุกกลุ่มที่ต้องการก้าวสู่ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และบุคคลทั่วไปรวมจำนวน 450 ราย

ระยะที่ 2 คัดเลือกผู้ประกอบการจากระยะที่ 1 ที่มีคุณสมบัติเป็นนิติบุคคล ผู้จดทะเบียนพาณิชย์ หัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือผู้ที่มีความพร้อมในการต่อยอดสู่การส่งออก รวมจำนวน 120 ราย ให้ได้มีโอกาสก้าวสู่การค้าระหว่างประเทศ

ขณะเดียวกัน ผู้ที่เข้ารับการอบรมในโครงการฯ จะได้รับการพัฒนาและรับคำปรึกษาโดยตรงจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งออกระหว่างประเทศโอกาสในการเป็นตัวแทนเข้าร่วมจัดทำ VDO Storytelling ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการทำการตลาดเพื่อสร้างอัตลักษณ์ทางสินค้าและธุรกิจ พร้อมประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ตลอดจนยังได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs Pro-active ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็ก ให้สามารถขยายตลาดในต่างประเทศได้อย่างมืออาชีพ

ทั้งนี้ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) มีวิสัยทัศน์สำคัญในการสร้างนักธุรกิจระหว่างประเทศที่มีความเข้มแข็ง และพร้อมที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ทัดเทียมกับระดับนานาชาติ ผ่านยุทธศาสตร์ Sharing Knowledge ซึ่งเป็นการแบ่งปันองค์ความรู้ใหม่ ที่สามารถเสริมภูมิคุ้มกันให้ผู้ประกอบการปรับตัวได้ทันกับบริบทโลก และยุทธศาสตร์ดังกล่าวยังเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน หรือ Sharing Economy โมเดลธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตที่สูงและทำให้ผู้ประกอบการหลายรายอยู่รอดมากที่สุดในปัจจุบัน

นอกจากนี้ NEA ยังเชื่อมั่นว่าคนไทยทุกคนคือทรัพยากรที่ทรงคุณค่า จึงเร่งจัดทำหลักสูตรที่จะช่วยเสริมความรู้ทางด้านการค้าเพื่อนำไปประกอบธุรกิจ รวมถึงเพื่อเป็นกลยุทธ์ในการสร้างมูลค่าในช่องทางต่างๆ ในอนาคต ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเรียนรู้หลักสูตรได้ทั้งช่องทางออฟไลน์ และ E-learning รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ ของสถาบันได้ทุกโอกาสอีกด้วย สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร. 1169


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ