“บิ๊กตู่” ดีใจคนละครึ่ง-เราชนะช่วยประชาชน เตือน ทุจริตเท่ากับโกงเงินหลวง

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

“บิ๊กตู่” ดีใจคนละครึ่ง-เราชนะช่วยประชาชน เตือน ทุจริตเท่ากับโกงเงินหลวง

Date Time: 6 มี.ค. 2564 16:24 น.

Video

จัดพอร์ตให้รอดทุกสภาวะตลาด งัดวิชา 5 กูรูชั้นนำ | SET x Thairath Money

Summary

“พล.อ.ประยุทธ์” เผย ดีใจประชาชนได้ประโยชน์จากโครงการ “คนละครึ่ง-เราชนะ” รับไม่ได้คนทุจริตรับซื้อสิทธิคนอยากได้เงินสด เท่ากับโกงเงินหลวง

Latest


“พล.อ.ประยุทธ์” เผย ดีใจประชาชนได้ประโยชน์จากโครงการ “คนละครึ่ง-เราชนะ” รับไม่ได้คนทุจริตรับซื้อสิทธิคนอยากได้เงินสด เท่ากับโกงเงินหลวง

วันที่ 6 มี.ค. 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก โดยรับรายงานจากกระทรวงการคลังว่า ได้ขยายเวลาการลงทะเบียนรับสิทธิโครงการ “เราชนะ” สำหรับประชาชนกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ ได้แก่ ผู้พิการ คนป่วยติดเตียง และคนชรา จากวันที่ 5 มี.ค. ออกไปจนถึงวันที่ 26 มี.ค. 2564 ผู้ที่อยู่ในกลุ่มนี้ขอให้ติดต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ปกครองท้องถิ่น เพื่อประสานงานกับหน่วยรับลงทะเบียนเคลื่อนที่ของธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารออมสิน

ข้อมูลล่าสุดจนถึงวันที่ 5 มี.ค. 2564 มีผู้รับสิทธิ์โครงการเราชนะ ไปแล้ว 30.7 ล้านคน ใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการ แอปพลิเคชันเป๋าตัง และบัตรประชาชน รวมกัน 77,579 ล้านบาท เม็ดเงินจำนวนมากนี้กระจายไปสู่ร้านค้าในชุมชน ร้านธงฟ้า แผงลอยในตลาดสด รถเข็นขายผลไม้ ร้านอาหาร คนขับแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ ร้านตัดผม และอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการมากกว่า 1.2 ล้านราย ทั้งหมดนี้จะถูกกระจายต่อไปอีกหลายทอด หมุนเวียนอยู่ในเศรษฐกิจระดับฐานราก นี่คือวัตถุประสงค์ของเราชนะ ที่ให้เป็นสิทธิใช้จ่ายผ่านแอปฯ เพื่อให้เม็ดเงินลงไปถึงประชาชนทั่วไปในระบบเศรษฐกิจ ถ้าให้เป็นเงินสดผู้ที่ได้รับสิทธิอาจจะสะดวก แต่เชื่อว่าเม็ดเงินส่วนใหญ่จะไหลเข้าร้านสะดวกซื้อ หรือเอาไปใช้หนี้บัตรเครดิต ไม่ตรงเป้าที่เราอยากได้

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ขอบคุณเจ้าของร้านค้าที่ขายสินค้าในราคาปกติ เพราะตอนนี้มีร้านค้าบางรายฉวยโอกาสขึ้นราคา ซึ่งได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบอย่างเร่งด่วน และขออย่าทำกันเลย โครงการนี้สร้างโอกาสให้ได้ขายสินค้าได้มากขึ้น ไม่อยากให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือเอารัดเอาเปรียบพี่น้องประชาชน

“สิ่งที่ผมรับไม่ได้ก็คือ มีผู้ทุจริตรับซื้อสิทธิจากคนที่อยากได้เงินสด แล้วไปใช้สิทธิผ่านร้านค้าที่จัดตั้งกันขึ้นมา โดยไม่มีการซื้อขายจริง เพื่อเอาเงินที่รัฐบาลจ่ายให้ออกมาจากกระเป๋าถุงเงินของร้าน ผมขอเตือนว่าอย่าทำ มันคือการโกงเงินหลวง และสามารถตรวจสอบได้จากระบบที่จะเตือนเมื่อมีธุรกรรมที่ผิดปกติ การซื้อขาย โอนเงินทุกครั้งจะถูกบันทึกไว้ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ มีหลักฐานว่าใครซื้อ ใครขาย ใครเอาเงินออกที่ร้านไหน และโอนเงินไปอยู่กับใคร

ที่ผ่านมาโครงการ “คนละครึ่ง” จับคนทุจริตได้ 700 ราย มีร้านค้าถูกยกเลิกไปแล้ว 200 ราย โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” จับคนทุจริตทั้งโรงแรม คนที่ขายสิทธิรวมกัน 9,000 กว่าราย ตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินคดีฉ้อโกง อายุความ 10 ปี ผิดทั้งคนซื้อสิทธิ คนขายสิทธิ และร้านค้า ซึ่งทุกคนจะถูกบันทึกประวัติไว้ในฐานข้อมูล เพราะฉะนั้น ผมย้ำอีกครั้งนะครับว่าอย่าทำเลย”

พล.อ.ประยุทธ์ ระบุทิ้งท้าย ทราบจากสื่อว่ามีร้านค้าจำนวนมากมียอดขายเพิ่มขึ้นตั้งแต่มีโครงการคนละครึ่ง ต่อเนื่องมาจนถึงโครงการเราชนะ และอยากให้ขยายเวลาออกไปจนถึงสิ้นปี รู้สึกดีใจที่ประชาชนได้ประโยชน์ตามเป้าหมายของโครงการ และขอให้ช่วยกันออกไปใช้สิทธิ เพราะการใช้สิทธิคือการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินไปข้างหน้า เป็นโครงการที่เราชนะไปด้วยกัน.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ