
กสทช.นำร่องดำเนินการทางปกครอง ปรับ 5 แสนบาทกับสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม 2 ช่อง พร้อมเตือนอีก 10 ช่อง รวมทั้งสถานีวิทยุ 150 สถานี หลังเอี่ยวโฆษณาผลิตภัณฑ์ถั่งเช่า เข้าข่ายหลอกลวงให้หลงเชื่อโดยไม่สมควร ด้าน อย.-สคบ.งัดข้อกฎหมายเอาผิด รวมทั้งสั่งระงับโฆษณา ขณะที่ “เสี่ยแฮงค์-อนุชา นาคาศัย” เผย สคบ.พร้อมเป็นตัวแทนเรียกร้องค่าเสียหายให้กับผู้ได้รับผลกระทบ
หน่วยงานเกี่ยวข้องงัดกฎหมายเอาผิดโฆษณาถั่งเช่า โดยเมื่อวันที่ 29 ม.ค. นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมาย สคบ.ลงพื้นที่ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ถั่งเช่าที่โฆษณาเกินจริง ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นส่งผลกระทบในวงกว้างและผู้แทนคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระบุผลการวิจัยถั่งเช่าที่ขายในประเทศ ไทย มีผลกระทบต่อระบบไต สคบ.สามารถเป็นตัวแทนเรียกร้องหรือเยียวยาค่าเสียหายได้เท่านั้น อยู่ระหว่างบูรณาการทำงาน หากยังโฆษณาอยู่ต้องถูกดำเนินคดี เพราะการโฆษณาได้ต้องขออนุญาต อย. และ กสทช.
นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ เลขาธิการ สคบ. กล่าวว่า สคบ.จะร่วมกับทุกหน่วยงานตรวจสอบโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพทั้งหมด เบื้องต้น สคบ.มีกฎหมายที่ดูแลคือด้านการโฆษณากำกับไว้แล้ว แต่ในด้านอาหารเสริมหรือยานั้น อย.จะเป็นผู้ที่ตรวจสอบตาม พ.ร.บ.อาหารและยา พ.ศ.2522 เช่นเดียวกับ กสทช. ที่มีกฎหมายดูแล ทั้งอำนาจตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 ส่วนกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อออนไลน์ “กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ” ขอเป็นพรีเซนเตอร์ สคบ. นั้น ไม่เป็นความจริง สคบ.ไม่ได้เสนอหรือทาบทามมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้ “กาละแมร์” เพียงแต่ชี้แจงต่อกรรมาธิการสาธารณสุขว่ายินดีให้ความร่วมมือกับภาครัฐ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคเข้าใจกฎหมายมากขึ้นเท่านั้น
วันเดียวกัน ภญ.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการอย. เปิดเผยว่า ตามที่ อย.ร่วมกับ กสทช. จัดการโฆษณาขายผลิตภัณฑ์ถั่งเช่ารายหนึ่งที่มีดารา นักแสดง นักร้องเป็นพรีเซนเตอร์ อวดอ้างสรรพคุณรักษาโรคทางสื่อต่างๆ ทำให้ประชาชนเสียโอกาสในการรักษาโรคอย่างถูกต้องนั้น อย.ตรวจสอบสื่อโฆษณาดังกล่าว พบการโฆษณาที่ฝ่าฝืน พ.ร.บ.อาหารและยาฯ ดังนี้ 1.การโฆษณาผลิตภัณฑ์ถั่งเช่าผสมมัลติวิตามินบี และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสารสกัดถั่งเช่าผสม ยูซี-ทู (เครื่องหมายการค้า ลีฟเนส) ทางเว็บไซต์บริษัทผู้ผลิต 2.การโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสารสกัดถั่งเช่าผสมยูซี-ทู (เครื่องหมายการค้า ลีฟเนส) ทางช่องโทรทัศน์ที่ กสทช.ตรวจพบ โดยโฆษณาทั้งสองช่องทางเป็นการโฆษณาไม่ได้รับอนุญาตและโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพหรือสรรพคุณอันเป็นเท็จ หลอกลวงให้หลงเชื่อโดยไม่สมควร จึงสั่งระงับการโฆษณา พร้อมดำเนินมาตรการทางปกครองกับบริษัทผู้ผลิตอาหาร ผู้ทำการโฆษณา รวมถึงพรีเซนเตอร์ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด และมีหนังสือถึงตำรวจ บก.ปคบ. ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว
“ในส่วนของ กสทช.ทราบว่ามีมติลงโทษปรับทางปกครองต่อสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม 2 ช่อง รายละ 5 แสนบาท และตรวจสอบพบสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมอีก 1 ช่องที่จะเข้าสู่การพิจารณาลงโทษปรับ 5 แสนบาท พร้อมเตือนสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมกว่า 10 แห่ง และสถานีวิทยุอีกกว่า 150 สถานี ให้ระงับการโฆษณา หากไม่ปฏิบัติตามหรือเปลี่ยนไปโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น หากเข้าลักษณะโอ้อวด หลอกลวง เกินจริง ก็ถือว่าไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง มีสิทธิ์ถูกพิจารณาโทษปรับได้ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ถั่งเช่าที่ อย.อนุญาตมี 2 กลุ่ม คือยาแผนโบราณ และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีถั่งเช่าเป็นส่วนประกอบ สรรพคุณเพื่อบำรุงร่างกายเท่านั้น” ภญ.สุภัทรากล่าว