
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงดีอีเอส ได้ยื่นดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 จำนวน 496 ยูอาร์แอล (รายการ) แบ่งเป็น เฟซบุ๊ก 284 ยูอาร์แอล, ยูทูบ 81ยูอาร์แอล, ทวิตเตอร์ 130 ยูอาร์แอล และอื่นๆ 1 ยูอาร์แอล ซึ่งดำเนินการพิสูจน์ทราบตัวตนบุคคลแล้ว 19 บัญชี แบ่งเป็น เฟซบุ๊ก 15 ราย และทวิตเตอร์ 4 ราย
“คดีทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วง 13 ต.ค.-4 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงดีอีเอสได้ส่งข้อมูลผู้กระทำความผิดให้กองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ฟ้องร้องดำเนินคดีแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามจากข้อมูลที่ได้รับแจ้งว่ามีการกระทำความผิดทั้ง 11,914 ยูอาร์แอล เบื้องต้นตรวจสอบพบว่าซ้ำซ้อนและไม่พบยูอาร์แอลนั้นๆ รวมถึงไม่เข้าข่ายผิดข้อกฎหมาย 11,088 ยูอาร์แอล และมีจำนวนที่เข้าข่ายความผิดตามข้อกฎหมาย 826 ยูอาร์แอล แบ่งเป็น เฟซบุ๊ก 357ยูอาร์แอล, ยูทูบ 231 ยูอาร์แอล, ทวิตเตอร์ 160 ยูอาร์แอล, Tiktok 4ยูอาร์แอล และเว็บไซต์/อื่นๆ 74 ยูอาร์แอล โดยศาลมีคำสั่งแล้วจำนวน 765 ยูอาร์แอล และอยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก 61 ยูอาร์แอล”
นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่าภายในสัปดาห์นี้จะทำหนังสือแจ้งเตือนต่อแพลตฟอร์มต่างๆ เป็นชุดที่ 7 จำนวน 607 รายการเพื่อให้ปิดรายการดังกล่าว เนื่องจากกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพ์ ขอให้ประชาชนระมัดระวังในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นบัญชีจริงหรืออวตารหากมีการโพสต์ข้อความที่ผิดกฎหมายและมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบตัวตนบุคคลได้ การโพสต์ใดๆควรเป็นไปอย่างมีวิจารณญาณสร้างสรรค์และเคารพกฎหมาย.