
ธปท. ยอมรับห่วงส่งออกรายเล็ก สายป่านสั้นได้รับผลกระทบแรงจากบาทแข็ง ส่งผลต่อการจ้างงาน และธุรกิจ ซ้ำเติมการฟื้นตัวที่ยังเปราะบาง ชี้บาทแข็งจากการคาดการณ์ล่วงหน้า ยืนยันที่ผ่านมาแทรกแซงดูแลบาทต่อเนื่อง จ่อออกมาตรการดูแลเงินบาทเพิ่มเติมเร็วๆนี้
นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีความกังวลต่อเงินบาทแข็งค่าขึ้นเร็ว ซึ่งเป็นผลจากนักลงทุนต่างชาติที่กลับมาลงทุนในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ และการคาดการณ์ว่าจะมีวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดยได้ให้ ธปท.ติดตามสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยนและเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิด รวมทั้งพิจารณาความจำเป็นในการดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะออกมาในเร็วๆนี้
“สาเหตุที่ กนง.เป็นห่วงค่าเงินบาทแข็ง เนื่องจากขณะนี้เป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เนื่องจากเป็นช่วงที่ผู้ส่งออกได้รับผลกระทบจากคำสั่งซื้อที่ลดลงจากตลาดโลก จากโควิด-19 อยู่แล้ว เมื่อค่าเงินบาทแข็งค่ายิ่งจะกระทบกับกำไรจากการส่งออก โดยเฉพาะเมื่อแปลงเป็นเงินบาท โดยเฉพาะผู้ส่งออกรายกลาง รายเล็กที่สายป่านสั้น อาจจะทำให้สายป่านสั้นลงไปอีก และจะกระทบต่อเนื่องถึงการจ้างงาน สภาพคล่อง และเงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจได้”
ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น ค่าเงินบาทในขณะนี้ยังแข็งค่าเร็วกว่าเหตุการณ์จริง เพราะส่วนหนึ่งที่ค่าเงินบาทแข็งขึ้น เพราะตลาดคาดว่า จะมีนักท่องเที่ยวกลับมาหลังวัคซีนมีความคืบหน้า ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่า วัคซีนจะเริ่มใช้ได้เมื่อไร ต่างชาติจะนิยมใช้วัคซีนหรือไม่ และการท่องเที่ยวจะกลับมาประเทศไทยเร็วช้า หรือมากน้อยอย่างไร แต่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นล่วงหน้าไปแล้ว ซึ่งอาจจะซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยที่การฟื้นตัวในขณะนี้ยังคงเปราะบางได้
ทั้งนี้ ธปท.อยู่ระหว่างพิจารณามาตรการเหมาะสมมาดูแลค่าเงินบาทที่แข็งค่าเร็วและคาดว่าจะออกมาชี้แจงในเร็วๆนี้ แต่อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมา ไม่ใช่ว่า ธปท.ไม่ได้ทำอะไร ธปท.เข้าไปดูแลเงินบาทอย่างต่อเนื่องด้วยมาตรการต่างๆ และเครื่องมือต่างๆ ตามความเหมาะสม เช่น การตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับที่ต่ำมาก และต่ำสุดในภูมิภาคก็เป็นแนวทางหนึ่งที่เห็นได้ ขณะที่เราได้มีการเข้าไปแทรกแซงค่าเงินบาทเป็นระยะๆ เพื่อลดความผันผวนของค่าเงินบาท และชะลอการแข็งค่าที่เร็วเกินไป โดยจะเห็นได้จากช่วง 5 ปีที่ผ่านมาทุนสำรองทางการระหว่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นถึง 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
“การเข้าไปแทรกแซงค่าเงินบาท จริงๆ แล้วมีผลต่อฐานะการเงินของ ธปท. เวลาที่ ธปท.ต้อง ตีราคาสินทรัพย์ต่างประเทศของเราเป็นเงินบาท ส่งผลให้งบการเงินของ ธปท.เป็นผลขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจริงๆแล้วก็ดูไม่ดี และไม่ได้อยากขาดทุน แต่ต้องดำเนินการเพื่อช่วยดูแลเสถียรภาพของค่าเงินบาท ดังนั้น ไม่ได้แปลว่า ธปท.ไม่ทำอะไร และในขณะนี้ฐานะของ ธปท.เองไม่ได้มีปัญหา ยังคงมีความมั่นคง” ผู้ว่าการ ธปท.กล่าว
วันเดียวกัน นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบ-การเอสเอ็มอีเดือน ก.ย.ที่ผ่านมาว่า ดัชนีความเชื่อมั่นปรับเพิ่มขึ้นจาก เดือน ส.ค. ที่ระดับ 51.2 มาอยู่ที่ระดับ 52 เนื่องจากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จากภาครัฐ โดยเฉพาะกลุ่มการท่องเที่ยว ทั้งบริษัทจำหน่ายตั๋วเดินทาง โรงแรมและที่พัก ร้านอาหาร และบริการรถเพื่อท่องเที่ยว ทำให้ธุรกิจปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศกำลังฟื้นตัวจากการขยายตัวของกำลังซื้อในทุกภูมิภาค หลังจากประชาชนปรับตัวและดำเนินชีวิตได้เป็นปกติมากขึ้น และลดลงของความกังวลเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต.