
นายสุรพจน์ วงศ์ใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญสมุนไพรของสหประชาชาติ และอาจารย์ประจำวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยหลังร่วมประชุมเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชง สู่การผลิตในระบบอุตสาหกรรมกับคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการใช้กัญชงอย่างเป็นระบบ สภาผู้แทนราษฎร ที่กระทรวง อุตสาหกรรมว่า จากการติดตามแผนการพัฒนากัญชงของประเทศไทยเพื่อผลักดันให้เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ พบว่ายังเป็นทิศทางที่ไม่ถูกต้อง เพราะแผนดังกล่าวมุ่งเน้นการศึกษาเส้นใยจากลำต้น พัฒนาด้านเครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอมากเกินไป ทั้งๆที่สัดส่วนผลิตในส่วนนี้ของกัญชงในตลาดโลกมีสัดส่วนเพียง 13% เท่านั้น จากมูลค่าตลาดรวมเมื่อปี 2562 สูงถึง 4,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 140,000 ล้านบาท ส่วนกลุ่มอาหารเสริม สินค้าเพื่อสุขภาพ และเครื่องสำอาง ซึ่งผลิตจากดอก ใบ เมล็ดกัญชง ซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมีสัดส่วนมากถึง 67%
ดังนั้นประเทศไทยจึงควรมุ่งตลาดนี้มากกว่า เพราะมีศักยภาพด้านอาหารเสริมและความงามอยู่แล้ว นอกจากนี้ ไทยจะต้องปลดล็อกข้อกฎหมายต่างๆเพื่อผลักดันกัญชงออกสู่ตลาดทั้งไทย และส่งออกต่างประเทศ โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ควรออกกฎหมายลูกกำหนดปริมาณสารซีบีดีที่ได้จากกัญชง ซึ่งมีฤทธิ์ด้านการหลับสบาย รักษาบาดแผล และบำรุงผิวพรรณให้ผลิตจำหน่ายทั่วไปในกลุ่มอาหารเสริม เครื่องสำอาง.