ชงตั้งศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจ “บิ๊กตู่” รับข้อเสนอบูรณาการทุกส่วนกู้ประเทศ

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ชงตั้งศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจ “บิ๊กตู่” รับข้อเสนอบูรณาการทุกส่วนกู้ประเทศ

Date Time: 11 ก.ค. 2563 07:01 น.

Summary

นายกฯเปิดเวทีหารือทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจชุดใหญ่ รับข้อเสนอตั้งศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจ รูปแบบเดียวกับ ศบค.พร้อมชงให้นายกฯนั่งเป็นประธาน เพื่อให้บูรณาการระหว่างหน่วยงาน

Latest

“สุขสมรวย” เคาะลดดอกเบี้ย ล็อตแรกช่วยได้ 4.5 หมื่นราย สั่งนำเงิน 3.4 พันล้านเพิ่มทุนหมู่บ้านละล้าน

นายกฯเปิดเวทีหารือทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจชุดใหญ่ รับข้อเสนอตั้งศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจ รูปแบบเดียวกับ ศบค.พร้อมชงให้นายกฯนั่งเป็นประธาน เพื่อให้บูรณาการระหว่างหน่วยงาน พร้อมหามาตรการช่วยเอสเอ็มอีเข้าถึงเงินทุนให้ได้ เอกชนถามกลางที่ประชุมห่วงสถานการณ์การเมือง คลุมเครือ หวั่นข้าราชการเกียร์ว่าง ด้านสภาธุรกิจตลาดทุน ขอนายกฯ เร่งตั้งตลาดหุ้น SME หวังช่วยกลุ่มธุรกิจรายย่อยเข้มแข็ง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการช่วยเหลือและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยมีวาระการหารือเรื่อง 1.รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจ และกรอบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี 63 2. การช่วยเหลือและฟื้นฟูวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองและเลขานุการคณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจเข้าร่วม

โดยนายกอบศักดิ์ เผยภายหลังการประชุมว่า นายกฯแจ้งว่าการประชุมทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจครั้งนี้เป็นรูปแบบใหม่ แบบนิว นอร์มอล ที่มีการหารือกับทุกภาคส่วน และจะนำข้อเสนอแนะไปพิจารณาประกอบดับข้อกฎหมายและงบประมาณ บางเรื่องจะส่งต่อให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือบางเรื่องนำไปเข้า ครม.เศรษฐกิจก่อน โดยมีประเด็นสำคัญในครั้งนี้ ที่ภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาล จัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) มีรูปแบบการปฏิบัติงานเช่นเดียวกันศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)ขึ้นมา เนื่องจากเห็นว่า ศบค.สามารถบริหารจัดการการแพร่ระบาดของโควิดได้ดี เป็นระบบและรวดเร็ว เพราะมีเอกภาพและบูรณาการ จึงควรนำวิธีบริหารจัดการมาใช้กับการฟื้นฟู เศรษฐกิจด้วย โดยให้นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

“ที่ประชุมยังไม่ได้พูดถึงการเพิ่มเงินเยียวยา 5,000 บาท 3 เดือน ซึ่งจะหมดในเดือน ก.ค.นี้ แต่กำลังดูว่าเมื่อไม่มีเงินในกระเป๋าแล้ว รัฐบาลจะช่วยเหลือต่อได้อย่างไร โดยเฉพาะการช่วยธุรกิจเอสเอ็มอีให้มีสภาพคล่องมากขึ้นและยืนได้จนถึงปลายปี และยังเป็นห่วงบัณฑิตที่จบใหม่ในปีนี้ 500,000 รายจะตกงานหลายแสนคน”

ขณะเดียวกัน มีภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาลจัดทำและเปิดเผยข้อมูลทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วทุกเดือน เพราะตอนนี้รอให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แถลงผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ทุก 3 เดือนจะช้าเกินไป จึงขอให้ภาครัฐรวบรวมตัวเลขออกมาเปิดเผยในทุกๆเดือน ส่วนการแก้ปัญหาให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ได้มีข้อเสนอหลายเรื่อง ซึ่งจะต้องนำมาจัดลำดับความสำคัญการแก้ปัญหา อาทิ การขยายเวลาพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย ที่จะสิ้นสุดวันที่ 22 ต.ค.นี้ ออกไปอีกระยะหนึ่ง

การจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเอสเอ็มอีก วงเงิน 50,000 ล้านบาท จากเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม 400,000 ล้านบาท การแก้ปัญหาธนาคาร พาณิชย์ไม่ยอมปล่อยเงินกู้จากวงเงินสินเชื่อผ่อนปรนให้กับเอสเอ็มอี ดังจะเห็นได้จาก ธปท.ตั้งวงเงินไว้ 500,000 ล้านบาท แต่ปล่อยกู้จริง 100,000 ล้านบาท จึงมีข้อเสนอให้กู้ตามหลักเกณฑ์ ธปท.ที่ให้สินเชื่อ ดอกเบี้ย 2% ใน 2 ปีแรก จากนั้นในปีที่ 3-5 ขอให้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) มาช่วยค้ำเงินกู้ในสัดส่วนที่มากขึ้น เพื่อให้ธนาคารกล้าปล่อยกู้ขึ้น ส่วนภาคท่องเที่ยวมีข้อเสนอส่งเสริมท่องเที่ยววันธรรมดา กระตุ้นท่องเที่ยวเมืองรอง การออกมาตรการชิม ช้อป ใช้ และการทำแพลตฟอร์มออนไลน์ของคนไทยสำหรับจองโรงแรม แทนที่จะไปเสียค่าธรรมเนียมสูงๆให้แพลตฟอร์มต่างประเทศ

นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เอกชนเป็นห่วงในเรื่องของสถานการณ์การเมืองที่ไม่แน่นอน ความคลุมเครือโดยเฉพาะการลาออกของ 4 กุมาร ที่แม้จะยังอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ไม่ได้อยู่ในพรรคแล้ว อาจทำให้ข้าราชการเกียร์ว่าง ซึ่งเอกชนก็หารือใน ที่ประชุมโดยทางรองนายกฯสมคิด ก็ยืนยันว่ายังทำงานอยู่ ส่วนเรืองการปรับ ครม.นั้นเป็นเรื่องของนายกฯ ซึ่งเอกชนก็ต้องดูต่อไปว่าปรับออกมาเป็นอย่างไร

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เผยว่า ในส่วนของตลาดทุนได้ชี้แจงให้นายกฯรับทราบว่าขณะนี้ฝ่ายตลาดทุนได้เตรียมจัดตั้งตลาดหุ้น SME และสตาร์ตอัพ เพื่อช่วยเหลือธุรกิจ SME ในประเทศให้เข้มแข็ง จึงขอให้รัฐบาลเร่งให้ตลาดหุ้น SME เกิดขึ้นโดยเร็ว นอกจากนี้ยังได้เสนอและกระตุ้นให้รัฐบาล ยกระดับตลาด ทุนไทยให้เป็นศูนย์กลางตลาดทุนของอาเซียนอย่างจริงจัง เหมือนกับการผลักดันโครงการอีอีซี.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ