แห่ขายโรงแรม...จริงหรือ?

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

แห่ขายโรงแรม...จริงหรือ?

Date Time: 9 มิ.ย. 2563 05:01 น.

Summary

เป็นข่าวใหญ่ตามหน้าหนังสือพิมพ์ และเป็นเรื่องโพสต์ส่งต่อกันตามโลกออนไลน์ว่า ธุรกิจโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต กระบี่ เกาะสมุย พัทยา และหลายแห่งในกรุงเทพฯ

Latest

ผ่านปี 68 "งูร้าย" สู่ปี 69 "ม้าเหนื่อย" เฟ้นหา "แสงสว่าง" ท่ามกลางปัจจัยลบ

เป็นข่าวใหญ่ตามหน้าหนังสือพิมพ์ และเป็นเรื่องโพสต์ส่งต่อกันตามโลกออนไลน์ว่า ธุรกิจโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต กระบี่ เกาะสมุย พัทยา และหลายแห่งในกรุงเทพฯ อยู่กันไม่ไหวแล้ว ถึงกับต้องประกาศเร่ขายโรงแรมทุกระดับ ตั้งแต่ 2 ดาวยัน 5 ดาว สนนราคาก็เป็นที่น่าช้ำใจ เพราะถูกทุนใหญ่ต่างชาติเข้ามาทุบราคาลง 30-50%

ทั้งหมดเป็นผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมต้องล้มคะมำชนิดที่ยังไม่สามารถเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

แต่พอสืบข่าวลงไปลึกๆ ไล่สอบถามเจ้าของและผู้บริหารธุรกิจโรงแรมทุกพื้นที่ที่เป็นข่าว ปรากฏข้อเท็จจริงที่อยากขายมีจริง แต่เป็นโรงแรมขนาด 2-3 ดาวที่สถานการณ์ไม่ดีมาตั้งแต่ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่วนใหญ่กระโดดลงมาในธุรกิจนี้เพียงคิดว่า ประเทศไทยเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่คนทั่วทั้งโลกอยากมา

แต่เมื่อไม่เชี่ยวชาญขาดการทำการตลาด จึงไม่ประสบความสำเร็จ จึงเห็นประกาศขายกันทั่วเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ ยิ่งมาเจอวิกฤติโควิด-19 เข้าไปอีกยิ่งอยู่ไม่ได้

ส่วนตัวจริง เสียงจริง ทั้งเจ้าของและผู้บริหารในธุรกิจโรงแรมระบุว่า ไม่มีใครอยากขาย ตราบใดที่สายป่านยังมีอยู่ ยิ่งเป็นพื้นที่อย่างเกาะสมุยที่เจ้าของโรงแรมส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ ไม่มีใครอยากขายที่ดินบรรพบุรุษ แต่ต้องการให้รัฐบาลหันมามองว่าธุรกิจโรงแรมอยู่ในช่วงลำบากมากที่สุด

มาตรการเงินกู้ซอฟต์โลนเพื่อมาเสริมสภาพคล่องที่รัฐบาลอนุมัติ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะส่งต่อวงเงิน 500,000 ล้านบาทไปยังธนาคารพาณิชย์เพื่อให้ผู้ประกอบการกู้นั้นไม่เคยตกมาถึงมือธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม จึงต้องการให้รัฐบาลและธนาคารพาณิชย์ออกแรงช่วยกันให้มากกว่านี้

นอกจากนั้น ในช่วงโรงแรมปิดกิจการชั่วคราว ทางประกันสังคมช่วยจ่ายค่าจ้างให้พนักงานโรงแรม 90 วัน ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 30 มิ.ย.2563 หลังจากนี้เจ้าของโรงแรมจะรับภาระหนักขึ้นอีก เพราะลูกค้าก็ยังไม่มีเข้าพัก

จุดวิกฤติแบบนี้ที่ไม่อยากขาย สายป่านที่มีอยู่ขาดปึ๋งเมื่อไหร่ ก็หนีไม่พ้นต้องขายที่ดินของบรรพบุรุษเพื่อเอาชีวิตรอด ส่วนเรื่องราคาที่นายทุนต่างชาติคิดจะมาทุบลง 30-50% เป็นไปไม่ได้ เพราะเมื่อถึงจุดต้องขายเมื่อใด ทุกที่ก็ต้องการขายแบบมีกำไร

เช่นเดียวกับเจ้าของโรงแรมที่เมืองพัทยาบอกว่า “ตั้งแต่มีข่าวการขายโรงแรม มีคนโทร.หาเต็มไปหมด แต่ไม่เห็นมีโรงแรมไหนประกาศขาย ส่วนโรงแรมที่นายทุนอยากได้ เป็นโรงแรมดีๆติดชายหาด แต่จะซื้อแค่ 30% ของมูลค่า ใครจะไปขาย?”

สำหรับ จ.ภูเก็ตที่มีข่าว “แห่ขายยกเกาะ” ผู้คว่ำหวอดในธุรกิจโรงแรมในพื้นที่ออกมาระบุชัดเลยว่า “ตั้งราคากันแบบเทวดายังซื้อไม่ได้” และ ส่วนใหญ่เป็นการปั่นราคาของบรรดาโบรกเกอร์อสังหาริมทรัพย์

อีกทั้งมีเจ้าของโรงแรมบางแห่งเข้าไปผสมโรงลองปั่นราคา อาทิ โรงแรมแห่งหนึ่งอยู่ติดหาดป่าตอง จากราคาตลาด 800 ล้านบาท ก็ตั้งราคาขายถึง 5,000 ล้านบาท จึงเป็นที่มาของคำว่า “ขายไม่จริง” เพียงแต่ต้องการลองเชิงตลาดและอัปราคาโรงแรมตัวเองขึ้น

ดังนั้น เรื่องการแห่ขายโรงแรมจึงกลายเป็นการพูดรวมๆ ไม่ได้ และขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคน

แต่ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย สิ่งหนึ่งที่อาจได้เห็นกันเยอะก็คือ การเปลี่ยนเชน (Chain) หรือเครือโรงแรม ซึ่งก็เป็นคนละเรื่องกับการขายโรงแรม เพราะเจ้าของยังเป็นคนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนการจ้างผู้บริหารโรงแรม เหมือนตอนหลังวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 ก็ได้เห็นภาพโรงแรมมีการเปลี่ยนเชนกันมากมาย

เมื่อมีโอกาสสอบถามเจ้าของโรงแรมหลายๆ แห่ง ก็ฝากส่งสารถึงรัฐบาล ทั้งกรณีที่ 12 องค์กรท่องเที่ยวจากจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ และสุราษฎร์ธานี รวบรวมรายชื่อโรงแรมกว่าร้อยราย ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ช่วยเจรจากับรัฐบาลเยอรมนี เพื่อให้ TUI Group ผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายใหญ่จากภูมิภาคยุโรป ที่มีสำนักงานใหญ่ในเยอรมนีชำระหนี้ที่มีอยู่กว่า 2,000 ล้านบาทให้กับโรงแรมของไทยตามสัญญาด้วย นี่ก็เป็นอีกวิกฤติใหญ่ที่โรงแรมได้รับ ที่เอเย่นต์ยักษ์ใหญ่พานักท่องเที่ยวมาตั้งแต่ต้นปี จนถึงตอนนี้ยังไม่ยอมจ่ายเงิน

ส่วนที่มีการทำภาพกราฟิกเปิดรายชื่อโรงแรมดังประกาศขายกิจการ ถามไปถามมา ผู้คร่ำหวอดในธุรกิจโรงแรมแจ้งว่า หลายโรงแรมที่มีชื่อปรากฏออกมาเตรียมทำเรื่องฟ้องร้องอยู่ เพราะทำให้เสียชื่อเสียง

ฉะนั้น ใครได้รับข้อความ ขอให้เตือนกันไว้ว่าโปรดพิจารณา...อย่าส่งต่อ รอให้ขายจริงก่อนค่อยมาว่ากัน!!

อมรรัตน์ จรูญสมิทธิ์


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ