Business on my way : แนะทริก...รีโนเวทบ้านอย่างไรให้จบสวย

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

Business on my way : แนะทริก...รีโนเวทบ้านอย่างไรให้จบสวย

Date Time: 30 พ.ค. 2563 05:01 น.

Summary

ปัจจุบันการดำเนินชีวิตของผู้คนได้เริ่มก้าวสู่สังคมยุคดิจิทัล ดูได้จากเรื่องใกล้ตัวอย่างเรื่องที่อยู่อาศัย ตัวเจ้าของบ้านส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับการค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ซื้อบ้าน

Latest

เคาะ FTA เอฟตาและภูฏาน

(ภาพ : คุณเจือ คุปติทัฬหิ สถาปนิกอาวุโส บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด หรือ เอสซีจี)

ปัจจุบันการดำเนินชีวิตของผู้คนได้เริ่มก้าวสู่สังคมยุคดิจิทัล ดูได้จากเรื่องใกล้ตัวอย่างเรื่องที่อยู่อาศัย ตัวเจ้าของบ้านส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับการค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ซื้อบ้าน รวมถึงปรับปรุงบ้านซึ่งจากสถิติการค้นหาใน Google trends พบว่าในปี พ.ศ.2563 คำว่า “รีโนเวทบ้าน” มีการค้นหาสูงที่สุดในรอบ 5 ปี

สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจในการรีโนเวทบ้านที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับปัจจุบันเศรษฐกิจที่ยังทรงตัว ทำให้ผู้บริโภคอาจลังเลที่จะซื้อบ้านหลังใหม่

ส่งผลให้การรีโนเวทบ้านจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องการปรับปรุงพื้นที่ให้มีฟังก์ชันการใช้งานที่เหมาะกับสมาชิกในครอบครัว การปรับดีไซน์บ้านหลังเก่าให้มีชีวิตชีวา รวมถึงต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้านให้มีสภาพที่ดี

Business On My Way สัปดาห์นี้ขอพาไปไขข้อสงสัยของกลุ่มคนที่รักบ้านว่า หากต้องการรีโนเวทบ้านควรจะเริ่มต้นหรือทำอย่างไรดี กับ “เอสซีจี” ในฐานะผู้นำนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างครบวงจร ที่ได้รวบรวม 5 ข้อสงสัย พร้อมแนะนำทริกดีๆ ที่จะทำให้การรีโนเวทบ้านไม่วุ่นวาย และไม่มีปัญหากวนใจภายหลัง

คุณเจือ คุปติทัฬหิ Consult and Design Solution Business Lead บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด หรือ เอสซีจี เล่าว่า หลายคนอาจคิดว่าการรีโนเวทบ้านเป็นเรื่องง่าย และใช้งบประมาณน้อยกว่าซื้อบ้านหลังใหม่ แต่จริงๆแล้ว หากเจ้าของบ้านขาดการวางแผนที่ดี อาจต้องเจอปัญหามากมาย ซึ่งจากประสบการณ์ในการให้บริการลูกค้า ทางเอสซีจีจึงได้รวบรวม 5 คำถามที่เจ้าของบ้านที่ต้องการรีโนเวทบ้านนำมาปรึกษามากที่สุด

เริ่มที่ข้อ 1.จะรีโนเวทบ้าน ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี โดยสิ่งแรกที่เจ้าของบ้านควรคำนึงเสมอเมื่อต้องการรีโนเวทบ้านคือ กำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน ว่าต้องการจะปรับปรุงบ้านทั้งหลัง จัดสรรพื้นที่บ้านใหม่ หรือซ่อมแซม จากนั้นจึงหาข้อมูลเพิ่มเติม และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพควบคู่ไปด้วย เนื่องจากการปรับพื้นที่บ้านเดิมมีข้อจำกัดมากกว่า การสร้างและต่อเติมใหม่จึงมีรายละเอียดงานที่ต้องคำนึงถึงมากมาย เช่น โครงสร้างเดิมของบ้าน การกำหนดรูปแบบการรีโนเวท การเลือกและหาซื้อวัสดุก่อสร้าง

รวมถึงการคำนวณวัสดุที่ต้องใช้เพื่อวางแผนงบประมาณที่เหมาะสม นอกจากนี้ก่อนเข้าไปปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญอย่าลืมเตรียมข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญ เช่น ผังพื้นบ้านเดิม รูปถ่ายบ้านและพื้นที่โดยรอบ รวมถึงวัตถุประสงค์ที่ต้องการปรับปรุง เพื่อให้การวางแผนรีโนเวทบ้านมีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด

2.ประเด็นหาช่างยาก จะหาอย่างไรให้ได้ช่างที่ดี มีคุณภาพ ไม่ทิ้งงาน เป็นอีกหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อย และสร้างความกังวลให้เจ้าของบ้านมาก ไม่ว่าจะเป็นหาช่างไม่ได้ ได้ช่างหรือผู้รับเหมาที่ทำงานไม่เรียบร้อย ทิ้งงานกลางคัน ทำงานเสร็จไม่ตรงตามกำหนด เป็นต้น สำหรับองค์ประกอบที่ควรพิจารณาเลือกช่าง ควรเลือกบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ หากเป็นช่างอิสระให้ดูผลงานที่ผ่านมา ราคาสมเหตุสมผล

หากเป็นการซ่อมแซม หรือปรับปรุงเฉพาะส่วนควรเลือกใช้ช่างที่มีความชำนาญแต่ละประเภทของงานซ่อม เช่น ช่างหลังคา ช่างปูน ช่างไม้ หรือเรียกใช้บริการช่างแบบครบวงจรจากผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างที่มีบริการติดตั้งให้สำเร็จ

คุณเจือ เล่าต่อว่า 3. มีงบประมาณอย่างจำกัด จะรีโนเวทได้ไหม และจะจัดสรรงบอย่างไร ซึ่งก็อยากบอกว่าการรีโนเวทบ้านสามารถทำได้ภายในงบประมาณที่จำกัด โดยเลือกรีโนเวทเฉพาะส่วนที่จำเป็นก่อน หากมีงบประมาณเหลือก็สามารถนำไปทำในส่วนอื่นๆ โดยสิ่งสำคัญคือเจ้าของบ้านควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและวางแผนงบประมาณอย่างรอบคอบ เพื่อจัดสรรและควบคุมงบให้เป็นไปตามแผน

ทั้งนี้สิ่งที่ต้องนำมาคำนวณ อาทิ ค่าออกแบบของสถาปนิก มัณฑนากร หรือวิศวกร, ค่าก่อสร้างหรือรีโนเวท ซึ่งประกอบด้วยค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าแรงงาน ค่าดำเนินการของผู้รับเหมา ค่าน้ำ และค่าไฟฟ้า รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ และค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดจากงบบานปลาย เช่น ค่าเช่าบ้านชั่วคราวขณะต้องปรับปรุงพื้นที่ในบ้าน ค่าซ่อมแซมเพิ่มเติมที่เกิดจากอุบัติเหตุในการรื้อถอน หรือช่างทิ้งงานกลางคัน เป็นต้น

4.เลือกวัสดุก่อสร้างอย่างไรให้ได้คุณภาพดี ในส่วนนี้เจ้าของบ้านควรร่วมกันเลือกวัสดุกับผู้เชี่ยวชาญ โดยหัวใจสำคัญในการเลือกคือ คุณภาพและความทนทาน นอกจากนี้เจ้าของบ้านควรเลือกวัสดุให้ตอบโจทย์ด้านต่างๆ เพื่อให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพในการใช้งานสูงสุด อาทิ เหมาะกับงบประมาณที่ตั้งไว้ มีดีไซน์ที่สวยงามถูกใจ มีฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผู้อยู่อาศัย มีฉลากรับรองที่ได้มาตรฐานต่างๆ

และข้อที่ 5.วัสดุก่อสร้างควรเลือกแบบมีรับประกัน หรือบริการหลังการขายด้วยไหม ในส่วนการรับประกัน และบริการหลังการขาย เป็นสิ่งที่หลายๆคนมักมองข้าม เนื่องจากคิดว่าซื้อของใหม่จะไม่มีปัญหา แต่อย่าลืมว่าบ้านเป็นสิ่งที่ใช้ในระยะยาว วัสดุก่อสร้างที่ใช้ก็ควรมีอายุการใช้งานที่ยาวนานเช่นกัน รวมถึงงานรีโนเวทและสร้างบ้าน อาจมีปัญหาที่ไม่คาดคิดตามมาได้ทุกเมื่อ การรับประกันจึงเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่เจ้าของบ้านได้มาก

โดยสิ่งที่ต้องคำนึงเรื่องบริการหลังการขายคือ เจ้าของแบรนด์ควรมีช่องทางการติดต่อที่สามารถให้คำปรึกษาได้ทันที มีทีมตรวจสอบคุณภาพสินค้าหลังการติดตั้ง รวมถึงมีทีมงานที่พร้อมจะลงพื้นที่ไปแก้ไขปัญหา ส่วนการรับประกันสินค้า ควรพิจารณาระยะเวลาในการรับประกัน และการคืนสินค้าเมื่อพบปัญหา

ท้ายที่สุดนี้หากเจ้าของบ้านไหน มีความสนใจอยากปรับพื้นที่ เพิ่มความสุขภายในบ้าน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.scgbuildingmaterials.com หรือเฟซบุ๊ก เพจ : SCG Brand


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ