
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า วันที่ 27 พ.ค.นี้ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคางานจ้างเอกชนปฏิบัติการและซ่อมบำรุงรักษาระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระภายในอาคารผู้โดยสารหลัก และระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระเปลี่ยนเที่ยวบินภายในอาคารปฏิบัติการกระเป๋าสัมภาระเปลี่ยนเที่ยวบิน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.จะพิจารณาผลการประกวดราคางานจ้างดังกล่าว คาดว่า บริษัทที่เข้าร่วมประมูลรายหนึ่ง ซึ่งร่วมทุนกับสิงคโปร์ และเพิ่งจดทะเบียนเมื่อเดือน เม.ย.63 มีทุนจดทะเบียนเพียง 2 ล้านบาท จะชนะการประมูลที่มีมูลค่าสัญญากว่า 1,000 ล้านบาท โดยสัญญานี้จะมีอายุ 4 ปี นับจากปี 63-67 ส่วนสัญญาปัจจุบันกำลังจะหมดอายุสิ้นเดือน พ.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทที่คาดจะชนะการประมูลขาดคุณสมบัติตั้งแต่แรก และไม่ควรได้รับการพิจารณาให้ชนะประมูล เพราะตามเงื่อนไขการเข้าร่วมประมูล (ทีโออาร์) ในข้อ 20.2.1.1. กำหนดให้บุคลากรที่จะเข้าร่วมกับบริษัทเพื่อเสนอราคา ต้องมีหนังสือยินยอมเข้าร่วมงาน แต่เมื่อวันที่ 5 พ.ค.63 บุคลากรรายหนึ่งของบริษัทมีหนังสือแจ้งคณะกรรมการพิจารณาผลว่าไม่ยินยอมร่วมงานกับบริษัทนี้ ซึ่งถ้าบุคลากรรายหนึ่งรายใดไม่ยินยอมเข้าร่วม ย่อมทำให้บริษัทนี้ตกข้อกำหนดและจะไม่ได้รับการพิจารณาต่อไป แต่คณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองงานด้านพัสดุ ทอท. ซึ่งพิจารณาการประกวดราคาเบื้องต้น กลับไม่ถือว่าบริษัทขาดคุณสมบัติ กลับส่งผลการพิจารณาเบื้องต้นให้คณะกรรมการ ทอท.พิจารณาต่อ
แต่ต่อมาบุคลากรดังกล่าวทำหนังสือแจ้ง ทอท.ว่า ยินยอมจะทำงานกับบริษัทแล้ว และขอถอนหนังสือที่ยืนยันว่าไม่ยินยอมทำงานกับบริษัทนี้ ที่เคยส่งให้ ทอท.ก่อนหน้านี้ แต่ ทอท.ลงเลขรับหนังสือนี้เมื่อวันที่ 25 พ.ค.63 หลังการประชุมคณะอนุกรรมการเมื่อวันที่ 18 พ.ค.63 เพื่ออนุมัติให้บริษัทมีสิทธิ์ชนะ จึงเห็นความผิดปกติที่คณะอนุกรรมการอนุมัติเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่หนังสือไม่ยินยอมเข้าร่วมงานนี้ของบุคลากรรายนั้นยังมีผลอยู่.