
นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า จากนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ ธ.ก.ส.และธนาคารออมสินเพิ่มทุนให้กองทุนหมู่บ้านจำนวน 1 ล้านบาท ทั้งสิ้น 77,000 หมู่บ้าน จำนวน 77,000 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้มีกองทุนหมู่บ้านที่ ธ.ก.ส.ดูแลอยู่จำนวน 34,400 หมู่บ้าน และส่วนที่ธนาคารออมสินดูแลอยู่ 42,600 หมู่บ้าน
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มทุนครั้งนี้เป็นการเพิ่มทุนเพิ่มเติมจากก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส.เพิ่มทุนให้กองทุนหมู่บ้าน จำนวน 160,000 ล้านบาท ทั้งสิ้น 77,000 หมู่บ้าน หรือเพิ่มทุนให้หมู่บ้านละ 200,000 บาท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งกองทุนหมู่บ้านและดูแลเศรษฐกิจฐานราก โดยสัปดาห์หน้า ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ จะหารือร่วมกับกระทรวงการคลังเพื่อสรุปเรื่องการเพิ่มทุนดังกล่าวก่อนจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ช่วงปลายเดือน ก.พ.นี้ โดยการให้เงินทุนนั้น จะดูศักยภาพของหมู่บ้านเป็นหลักว่ามีความสามารถที่จะดำเนินการหรือไม่ และดูถึงวัตถุประสงค์ของโครงการที่เสนอมาด้วยว่าจะนำไปใช้อะไร เพราะไม่ใช่ทุกหมู่บ้านจะได้เงิน 1 ล้านบาท
ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีต้องการให้การเพิ่มทุนครั้งนี้เกิดประโยชน์ต่อคนในชุมชนมากที่สุด โดยเฉพาะให้ชุมชนนำเงินไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพในชุมชน อาทิ การสร้างแหล่งน้ำ ผลิตน้ำดื่ม การสร้างลานตากผลผลิตทางการเกษตร ร้านค้าชุมชน เป็นต้น รวมทั้งส่งเสริมให้แต่ละหมู่บ้านมีการแลกเปลี่ยนความรู้ นวัตกรรม.