
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยราชการตั้งเรื่องเพื่อเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2563 ไว้ตั้งแต่ตอนนี้ เพราะพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 จะสามารถเบิกจ่ายได้เดือน เม.ย. จึงต้องเตรียมตัว เพราะจะมีงบลงไปเต็มที่เป็นแสนๆล้านบาท ทั้งในส่วนงบประจำและงบลงทุน เพื่อความไม่ประมาท จึงให้กระทรวงการคลังเตรียมเงินกู้เพื่อการลงทุน ที่อยู่ในวิสัยที่สามารถกู้ได้ เพื่อนำไปลงทุนในท้องถิ่น โดยเฉพาะโครงการบริหารจัดการน้ำ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง
“อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ปี 2562 คงไม่ถึง 2% ขณะที่ไตรมาส 1 ปีนี้อาจหนักกว่า เพราะส่งออกติดขัดยังไม่ฟื้น งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ยังไม่ออกมา ท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา ล่าสุดเกิดความสูญเสียที่กระทบจิตใจคนไทยที่จังหวัดนครราชสีมา รัฐบาลจึงต้องหามาตรการต่างๆเพื่อประคองให้ผ่านพ้น
ช่วงนี้ไปให้ได้ก่อน”
สำหรับการกู้เงินเพื่อการลงทุนของกระทรวงการคลัง จะกู้ผ่านธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อจ่ายผ่านกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศ 70,000 แห่ง เพื่อใช้เป็นเงินตั้งต้นในการพัฒนาโครงการต่างๆตามความความต้องการของหมู่บ้าน ทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำ ทำฝาย การพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชน การแปรรูปผลผลิตการเกษตร โรงสี ซึ่งพยายามให้เม็ดเงินก้อนนี้ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในเดือน มี.ค.นี้ โดยที่รัฐบาลจะจัดงบกลางรายการสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นคืนเงินกู้ก้อนนี้ให้ในภายหลัง
“ผมได้ฝากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไปพิจารณาเติมวันหยุดชดเชยของช่วงครึ่งปีหลังหรือปลายปี เพื่อเพิ่มวันหยุดยาวในไตรมาส 1 และ 2 แทน แล้วปลายปีก็ไม่ต้องมีวันหยุดชดเชยอีก เพื่อส่งเสริมให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศในช่วงครึ่งปีแรก จะได้ประคองเศรษฐกิจให้ผ่านไปให้ได้ และให้โจทย์กระทรวงการคลัง ไปทำรายละเอียดโครงการชิม ช้อป ใช้ ระยะที่ 4 ที่สร้างผลกระทบได้แรงๆ นำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วๆนี้ เพื่อกระตุ้นคนไทยเที่ยวไทยในเดือน เม.ย.นี้”.