กสทช.เรียกทีวี 3 ช่องชี้แจง 18 ก.พ.นี้ “ฐากร” แนะแก้กฎหมายคุมไลฟ์สด

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

กสทช.เรียกทีวี 3 ช่องชี้แจง 18 ก.พ.นี้ “ฐากร” แนะแก้กฎหมายคุมไลฟ์สด

Date Time: 12 ก.พ. 2563 08:25 น.

Summary

“ฐากร”แนะแก้ พ.ร.บ.กสทช.คุมไลฟ์สดบนเฟซบุ๊ก ยูทูบ ทวิตเตอร์ ไลน์ ที่ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานไหนมีอำนาจกำกับดูแลที่ชัดเจน ขณะที่กรรมการ กสทช.เผยวันที่ 18 ก.พ.นี้ เรียก 3 ช่องทีวีมาชี้แจง

Latest

“โรคอ้วน” วิกฤติสุขภาพคนไทย




“ฐากร”แนะแก้ พ.ร.บ.กสทช.คุมไลฟ์สดบนเฟซบุ๊ก ยูทูบ ทวิตเตอร์ ไลน์ ที่ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานไหนมีอำนาจกำกับดูแลที่ชัดเจน ขณะที่กรรมการ กสทช.เผยวันที่ 18 ก.พ.นี้ เรียก 3 ช่องทีวีมาชี้แจงกรณีรายงานเหตุกราดยิงกลางเมืองโคราชที่ไม่เหมาะสม พร้อมเตรียมคลอดคู่มือรายงานข่าวในภาวะวิกฤติ

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า จากการไลฟ์ (live) สด บนแพลตฟอร์ม Over The Top : OTT (โอทีที) อาทิ เฟซบุ๊ก ยูทูบ ทวิตเตอร์ ไลน์ เหตุกราดยิงกลางเมืองโคราช จังหวัดนครราชสีมา นั้น ทำให้มีการถกเถียง ถึงอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแล OTT เนื่องจากไม่มีใครสามารถกำกับดูแลได้ เพราะมีผู้ใช้งานไลฟ์สดกันได้อย่างอิสระเสรี ขณะที่ กสทช.ก็ยัง ไม่มีกฎหมายกำกับดูแล ขณะที่กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ก็ไม่มีอำนาจกำกับดูแล ดังนั้น เมื่อจะมีการแก้ไข พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 เพื่อสรรหากรรมการกสทช.แล้ว ดังนั้น ในคราวเดียวกันนี้ ควรมีการแก้ไขเพิ่มเติมการกำกับดูแลบริการโอทีที ให้เกิดความชัดเจนด้วย

ขณะที่ พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการ กสทช.ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ เปิดเผยหลังการหารือร่วมกับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ว่า วันที่ 18 ก.พ.นี้ จะเชิญทีวีบางช่องมาชี้แจงเกี่ยวกับการรายงานข่าวเหตุกราดยิงกลางเมืองโคราช ที่มีความไม่เหมาะสม แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นช่องใด และภายใน 2 สัปดาห์ กสทช.จะร่างประกาศแนวทางการนำเสนอข่าวในภาวะวิกฤติ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป ซึ่งรวมถึงการไลฟ์ (live) ผ่านเฟซบุ๊กขึ้นบนจอทีวีด้วย

“ที่ผ่านมา กสทช.ได้กำกับดูแลการออกอากาศทีวีดิจิทัลอย่างใกล้ชิด ถ้าทำผิดก็ตักเตือนก่อน ซึ่งการลงโทษต้องเบาไปหาหนัก แต่กรณีเหตุกราดยิงกลางเมืองโคราช ก็ได้ตักเตือนแต่ยังไม่เป็นทางการ ฉะนั้นยังไม่สั่งปรับ และยังไม่ลงโทษอื่นๆ เพราะต้องเรียกมาชี้แจงข้อมูลก่อน ซึ่งการลงโทษช่องทีวีนั้น กสทช.จะต้องพิจารณาตามอำนาจตามมาตรา 37 พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551”

สำหรับมาตรา 37 ของ พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ระบุไว้ว่า ห้ามมิให้ออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือมีการกระทำซึ่งเข้าลักษณะลามกอนาจร หรือมีผลกระทบต่อการเกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง ผู้รับใบอนุญาตจะต้องตรวจสอบและระงับการออกอากาศรายการที่มีลักษณะดังกล่าว หากไม่ดำเนินการให้กรรมการ ซึ่งคณะกรรมการมอบหมาย มีอำนาจสั่งการด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือให้ระงับการออกอากาศนั้นได้ทันที และให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวโดยพลัน เมื่อสอบสวนแล้วเห็นว่า เกิดจากการละเลยของผู้รับใบอนุญาต ให้คณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้แก้ไข หรืออาจ พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตได้

พล.ท.พีรพงษ์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการนำเสนอข่าวผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่ใช่ทีวี และวิทยุหรือบนแพลตฟอร์ม OTT เช่น เฟซบุ๊ก ยูทูบ กูเกิล ทวิตเตอร์ นั้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลและกระทรวงดีอีเอส ต้องไปดำเนินการเอง เพราะ กสทช.ไม่มีอำนาจ ซึ่ง กสทช.จะนำเรื่องนี้ไปหารือในที่ประชุมบอร์ด และนำเข้าหารือกับรัฐบาลต่อไป ซึ่งปัจจุบัน กระทรวงดีอีเอส ก็ทำหน้าที่ในการปราบปรามข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์อยู่แล้ว ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงดีอีเอส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่องทีวีที่ กสทช.จะเรียกให้เข้ามาชี้แจงข้อมูล การรายงานสดข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์กราดยิงมี 3 ช่องคาดว่าจะเป็น ข่าวช่องวัน ไทยรัฐทีวี และอมรินทร์ทีวี.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ