ดิ้นแก้หน้ากากอนามัยขาดแคลน พาณิชย์ตั้งศูนย์บริหารจัดการหวังจัดสรรให้ทั่วถึง

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ดิ้นแก้หน้ากากอนามัยขาดแคลน พาณิชย์ตั้งศูนย์บริหารจัดการหวังจัดสรรให้ทั่วถึง

Date Time: 8 ก.พ. 2563 05:45 น.

Video

วัยสร้างตัว ซื้อบ้านหรือซื้อรถก่อนดี? ให้ชีวิตไม่พัง | Money Issue EP.73

Summary

กรมการค้าภายในถก อย.–องค์การเภสัช วางแนวทางบริหารจัดการ “ศูนย์บริหารจัดการหน้ากากอนามัย” แก้ปัญหาขาดตลาด ราคาแพง

Latest


กรมการค้าภายในถก อย.–องค์การเภสัช วางแนวทางบริหารจัดการ “ศูนย์บริหารจัดการหน้ากากอนามัย” แก้ปัญหาขาดตลาด ราคาแพง หลังพบมีโรงพยาบาลบางแห่งเริ่มหาซื้อยาก ย้ำกรมจะเป็นผู้บริหารพร้อมประสานผู้ผลิต 10 ราย จัดสรรมาให้ ส่วน อย.–องค์การเภสัชจะดูแลเฉพาะหน่วยงานด้านสาธารณสุข พร้อมเตือนผู้ค้าออนไลน์รีบแจ้งปริมาณครอบครอง โก่งราคาล่าสุดจับดำเนินคดีแล้ว 10 ราย

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับองค์การเภสัชกรรม และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ถึงแนวทางการบริหารจัดการ “ศูนย์บริหารจัดการหน้ากากอนามัย” ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้กรม การค้าภายในเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารศูนย์ดังกล่าว เพื่อให้มีหน้ากากอนามัยใช้ได้อย่างเพียงพอ ทั่วถึง และราคาเป็นธรรม

โดยหลังจากนี้กรมจะรวบรวมความต้องการใช้และประสานผู้ผลิตทั้ง 10 ราย ให้จัดสรรหน้ากากอนามัยมาให้ก่อนที่จะนำไปกระจายให้กับหน่วยงาน หรือประชาชนที่มีความต้องการต่อไป สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และหน่วยงานด้านสาธารณสุขนั้น กรมอนามัย และ อย. จะเป็นผู้ดูแล หากไม่พอ ให้ประสานมาที่ศูนย์ได้ทันที

“ขณะนี้พบว่าโรงพยาบาลบางแห่งหาซื้อยากแล้ว และขณะนี้มีหน่วยงานต่างๆแจ้งความต้องการมาแล้วประมาณ 10 ล้านชิ้น เฉพาะหน่วยงานด้านสาธารณสุขมีความต้องการใช้วันละ 200,000 ชิ้น ซึ่งการบริหารจัดการหน้ากากจะพิจารณาตามลำดับความสำคัญของแต่ละหน่วยงานที่มีความจำเป็นเร่งด่วน”

ทั้งนี้ ขณะนี้ความต้องการหน้ากากอนามัยในประเทศเพิ่มสูงขึ้นจากเดือนละ 30 ล้านชิ้น เป็น 50 ล้านชิ้น ซึ่งโรงงานต่างๆได้เพิ่มกำลังการผลิตแล้ว แต่ปัญหาส่วนหนึ่งที่ขาดตลาดพบว่า มีการซื้อเพื่อการส่งออกและเก็งกำไร รวมถึงอ้างการบริจาค ซึ่งกรมได้ขอให้ผู้ส่งออกชะลอการส่งออกเกือบทุกลอตและจะพิจารณาการส่งออกเป็นรายตามความเหมาะสม เพื่อไม่ให้สินค้าขาดแคลน และหากส่งออกเกิน 500 ชิ้นต้องขออนุญาตกรมก่อน ทำให้ผู้ส่งออกนำหน้ากากอนามัยมาขายผ่านออนไลน์จำนวนมาก โดยผู้ค้าทางออนไลน์จะต้องแจ้งปริมาณการครอบครองให้กรมทราบด้วย และกรมได้ประสานกับกองบัญชาการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้ช่วยตรวจสอบการค้าด้วย หากพบมีการทำผิดกฎหมาย เช่น ขายแพงเกิน จะดำเนินคดีทันที

นายวิชัย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ผู้บริโภคร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 แล้ว 1,127 ราย ซึ่งมีทั้งกรณีที่ผู้ค้าหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือกักตุนสินค้า ขายราคาสูงเกินจริง ฯลฯ จนสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งกรมได้ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วออกไป ตรวจสอบตามเบาะแสที่แจ้งเข้ามา โดยระหว่างวันที่ 5-6 ก.พ.63 ออกตรวจสอบในเขต กทม. และปริมณฑลรวม 218 ราย ปรากฏว่ามีผู้กระทำผิดจริง 10 ราย ในเขตพื้นที่ลาดกระบัง ประเวศ ราชเทวี บางรัก พญาไท และสัมพันธวงศ์

“ผู้ค้าที่พบผิดจะมีทั้งขายหน้ากากอนามัยราคาสูงเกินสมควร สร้างความปั่นป่วนในราคา ซื้อขาย และมีบางรายมีสินค้าแต่ปฏิเสธการขาย แต่จะขายให้ในราคาที่ต้องการ คณะตรวจสอบจึงได้จับกุมผู้กระทำความผิดรวมทั้งหมด 10 ราย และได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการแล้ว โดยจะมีความผิดตามมาตรา 29 พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

สำหรับในพื้นที่ต่างจังหวัด กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการเป็นกรณีเร่งด่วนให้พาณิชย์จังหวัด ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ จัดคณะเคลื่อนที่เร็วออกตรวจสอบสถานการณ์ขายด้วยเช่นกัน และจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำความผิดแน่นอนนอกจากนั้น ในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. กระทรวงพาณิชย์จะเปิดจำหน่ายหน้ากากอนามัยราคาถูกที่กระทรวงพาณิชย์ ชิ้นละ 2.50-5 บาท จำกัดคนละไม่เกิน 10 ชิ้น โดยลอตแรกจะจำหน่าย 500,000 ชิ้น ตั้งเป้าภายใน 2 สัปดาห์จะจำหน่ายรวม 2 ล้านชิ้น จากเป้าหมายที่จะนำมาจำหน่ายทั้งหมด 10 ล้านชิ้นทั่วประเทศ.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ