ลงทุนระบบราง 1.1 ล้านล้าน วงเงินเทียบเท่ายักษ์จีน-ญี่ปุ่น

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ลงทุนระบบราง 1.1 ล้านล้าน วงเงินเทียบเท่ายักษ์จีน-ญี่ปุ่น

Date Time: 6 ม.ค. 2563 08:57 น.

Summary

“ศักดิ์สยาม” โชว์แผนลงทุนระบบรางปี 2563 มูลค่ารวม 1.1 ล้านล้านบาท งบเทียบเคียงกับประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนและญี่ปุ่น มั่นใจกระตุ้นเศรษฐกิจ

Latest

ไทยปิดดีล EFM 2026 สวยหรู ดึง 10 กองถ่ายต่างชาติเข้าไทยลงทุนทะลัก

ปู๊น ปู๊น “ศักดิ์สยาม” โชว์แผนลงทุนระบบรางปี 2563 มูลค่ารวม 1.1 ล้านล้านบาท งบเทียบเคียงกับประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนและญี่ปุ่น มั่นใจกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างอาชีพ โดยเมื่อเสร็จสิ้นจะช่วยลดต้นทุนขนส่งไม่ต่ำกว่า 30% ลดงบซ่อมบำรุงทางบกอีกไม่น้อยกว่า 30%

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคมในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบรางที่จะเริ่มต้นขึ้นในปี งบประมาณ 2563 นั้น ภาพรวมจะพบว่า มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 1.1 ล้านล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือจีดีพี (GDP) ที่ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 16 ล้านล้านบาท มูลค่าการลงทุนในระบบรางจะอยู่ที่ 7% ของจีดีพีประเทศ โดยแบ่งเป็นการลงทุนในรถไฟฟ้า 8 เส้นทาง มูลค่ากว่า 314,601.26 ล้านบาท, รถไฟทางคู่ จำนวน 9 เส้นทาง มูลค่าลงทุน 425,529.47 ล้านบาท, รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน มูลค่าลงทุนรวม 225,000 ล้านบาท และรถไฟความเร็วสูง กทม.-โคราช มูลค่าลงทุนรวม 179,000 ล้านบาท โดยถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่เทียบเท่าการลงทุนในระบบรางของประเทศจีนและญี่ปุ่น

สตาร์ตรถไฟฟ้าเพิ่ม 8 สายทั่วกรุง

สำหรับแผนโครงการลงทุนรถไฟฟ้าในปี 63 ที่จะต้องมีการเปิดประกวดราคาและก่อสร้าง มีทั้งสิ้น 8 เส้นทาง ระยะทางรวม 119 กม.วงเงินงบประมาณรวม 314,601.26 ล้านบาท ประกอบไปด้วย 1.รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ระยะทาง 21.80 กม. 2.รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม เส้นทาง รังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กม.วงเงินงบประมาณรวม 6,570.40 ล้านบาท 3.รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน เส้นทางตลิ่งชัน-ศาลายา ระยะทาง 14.80 กม.วงเงินงบประมาณ 10,202.18 ล้านบาท 4.รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน เส้นทาง ตลิ่งชัน-ศิริราช ระยะทาง 5.70 กม. วงเงินงบประมาณ 6,645.03 ล้านบาท

และ 5.รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม บางซื่อ-หัวลำโพง ระยะทาง 5.75 กม. วงเงินงบประมาณ 44,157.76 ล้านบาท (วงเงินรวมกับบางซื่อ-หัวหมาก) 6.รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน บางซื่อ-มักกะสัน-หัวหมาก ระยะทาง 25.90 กม. วงเงินรวมกับ บางซื่อ-หัวลำโพง 7.รถไฟฟ้าสายสีม่วง เตาปูน- ราษฎร์บูรณะ ระยะทาง 23.60 กม.วงเงินรวม 124,958.62 ล้านบาท และ 8.รถไฟฟ้าสายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางขุนนนท์ ระยะทาง 13.40 กม.วงเงินงบประมาณ 122,067.27 ล้านบาท

ทางคู่ได้ฤกษ์เปิดหวูดประมูล-สร้างทั่วไทย

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า ส่วนแผนดำเนินการในโครงการลงทุนรถไฟทางคู่ในปี 63 ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นั้นจะมีทั้งสิ้น 9 โครงการ ระยะทางรวม 2,161 กม. มูลค่าลงทุนรวม 425,529.47 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นโครงการรถไฟทางคู่ที่อยู่ในขั้นตอนการประกวดราคาและเตรียมก่อสร้าง จำนวน 2 โครงการระยะทาง 678 กม. มูลค่าโครงการ รวม 153,310.33 ล้านบาท คือ 1.เส้นทางรถไฟทางคู่ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323 กม. มูลค่าโครงการรวม 85,345 ล้านบาท 2. เส้นทางรถไฟทางคู่ บ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กม. มูลค่าโครงการรวม 67,965.33 ล้านบาท

นอกจากนั้น จะมีรถไฟทางคู่อีก 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 1,483 กม.วงเงินงบประมาณรวม 272,219.14 ล้านบาท ที่กระทรวงคมนาคมเตรียมขออนุมัติโครงการเพื่อดำเนินการในปี 63 ประกอบไปด้วย 1.เส้นทาง ขอนแก่น-หนองคาย ระยะทาง 167 กม. วงเงิน 26,663.36 ล้านบาท 2.เส้นทางชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กม. วงเงิน 37,527.10 ล้านบาท 3.เส้นทาง ปากน้ำโพ-เด่นชัย ระยะทาง 285 กม. วงเงิน 62,859.74 ล้านบาท 4.เส้นทาง เด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กม. วงเงิน 56,837.78 ล้านบาท 5.เส้นทางชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 24,294.36 ล้านบาท 6.เส้นทาง สุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 57,375.43 ล้านบาท 7.เส้นทาง ชุมทางหาดใหญ่-ปาดัง-เบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 6,661.37 ล้านบาท

สร้างอาชีพในอุตสาหกรรมระบบราง

“เบื้องต้นงบลงทุนจะทำให้เกิดการใช้จ่ายในเรื่องการก่อสร้างมี supply chains ไม่น้อยกว่า 3-5 เท่าของเงินงบประมาณเบิกจ่ายในแต่ ละปี นอกจากนั้น เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะทำให้ต้นทุนการขนส่งลดลงไม่ต่ำกว่า 30% และยังช่วยทำให้งบประมาณที่จะใช้ซ่อมบำรุงทางบก ลดลง ไม่น้อยกว่า 30% ด้วย”

ขณะเดียวกันยังช่วยให้เกิดการจ้างแรงงานในระบบรางและสร้างงาน พัฒนาบุคลากรในอุตสาห- กรรมระบบรางมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันมีการซ่อมบำรุงในอุตสาหกรรมระบบรางกว่า 9,600 ล้านบาท หากมีการลงทุนในอีก 5 ปีข้างหน้าจะเกิดการสร้างงาน ซ่อมบำรุงในระบบอุตสาหกรรมระบบรางอีกกว่า 14,000 ล้านบาท โดยเมื่อมีโครงข่ายระบบรางที่ครอบคลุมในทุกมิติ จะช่วยลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นจากการเดินทางได้

นอกจากนั้น ในส่วนของภาครัฐ เมื่อมีแผนที่จะพัฒนาลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบรางแล้ว สิ่งที่สำคัญคือ ภาครัฐจะต้องเร่งสร้างความเข้าใจกับประชาชนถึงความจำเป็นที่ภาครัฐต้องลงทุน ซึ่งในส่วนนี้อาจจะกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน ทั้งในเรื่องของจุดตัด จุดลักผ่านของรถไฟ หรือการกั้นรั้วของเขตทาง เพื่อลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น ส่วนเรื่องที่ต้องเร่งทำในขั้นต่อไปคือ การบริหารจัดการระบบรางให้มีประสิทธิภาพ ทั้งในเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยี ระบบควบคุม และการกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งกรมการขนส่งทางรางจะเข้ามาทำหน้าที่

ย้อนรอย 7 สายที่เปิดบริการไปแล้ว

สำหรับเส้นทางรถไฟฟ้าที่อยู่ในความรับผิดชอบของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ที่ได้เปิดให้บริการไปแล้วมีทั้งหมด 7 เส้นทางรวมระยะทางทั้งสิ้น 153.80 กม.ประกอบด้วย เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง 1.เส้นทาง บางใหญ่-เตาปูน ระยะทาง 23 กม., รถไฟฟ้า สายสีเขียว 2.เส้นทาง หมอชิต-สมุทรปราการ ระยะทาง 37.10 กม., 3.
เส้นทาง หมอชิต-ม.เกษตรศาสตร์ ระยะทาง 4 กม., 4.เส้นทาง สนามกีฬาแห่งชาติ-บางหว้า ระยะทาง 14 กม., รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน, 5.เส้นทาง เตาปูน-บางซื่อ-หัวลำโพง ระยะทาง 21 กม., 6.เส้นทาง หัวลำโพง-บางแค (หลักสอง) ระยะทาง 14 กม. และ 7.เส้นทาง เตาปูน-ท่าพระ 12 กม. ส่วนรถไฟทางคู่เส้นทางที่เปิดให้บริการแล้วคือ เส้นทาง หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 84 กม.

ทั้งนี้ ปัจจุบันรถไฟไทยมีให้บริการครอบคลุมใน 47 จังหวัด ระยะทางรวมทั้งสิ้น 4,044 กม. โดยเป็นรถไฟที่วิ่งให้บริการไปยังสายเหนือ 781 กม. ไปยังภาคใต้ 1,570 กม., วิ่งให้บริการไปยังสายตะวันออกเฉียงเหนือ 1,094 กม., วิ่งให้บริการไปยังสายตะวันออก 534 กม. และวิ่งให้บริการไปยังสายแม่กลอง 65 กม. ซึ่งจากระยะทางทั้งหมดในประเทศไทยนั้น ได้แบ่งเป็นรถไฟทางเดี่ยวกว่า 83.93% ระยะทาง 3,394 กม., รถไฟทางคู่ มีสัดส่วนที่ 13.43% ระยะทาง 543 กม. และเป็นรถไฟทางสาม สัดส่วนที่ 2.64% ระยะทางรวม 107 กม.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ