"เอ็กซิม แบงก์" หวั่นคนส่งออกตกงาน ทุ่ม 6 พันล้านกู้ชีพเอสเอ็มอี

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

"เอ็กซิม แบงก์" หวั่นคนส่งออกตกงาน ทุ่ม 6 พันล้านกู้ชีพเอสเอ็มอี

Date Time: 20 ธ.ค. 2562 07:35 น.

Summary

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิม แบงก์) เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจโลกและ การค้าโลกที่ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 10 ปี อยู่ที่ 3.0%

Latest

เจาะลึก 5 เสือ เจ้าตลาดน้ำมันไทย ใครเป็นใคร? ในวันที่ช่องแคบฮอร์มุซระอุ - ราคาน้ำมันขยับ

ลดหนี้-เพิ่มเงินหมุนเวียน

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิม แบงก์) เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจโลกและ การค้าโลกที่ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 10 ปี อยู่ที่ 3.0% และ 1.1% ตามลำดับ ประกอบ กับเงินเฟ้อและดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำทั่วโลก ธนาคารจึงออกมาตรการเอ็กซิม เสริมสภาพคล่องผู้ส่งออกวงเงิน 2,000 ล้านบาท และมาตรการเอ็กซิมลดภาระในการชำระหนี้วงเงิน 4,000 ล้านบาท รวม 6,000 ล้านบาท เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ ช่วยเหลือผู้ส่งออกเอสเอ็มอี (SMEs) ทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบันของธนาคาร

“การออกมาตรการก็เพื่อให้เอสเอ็มอีมีสภาพคล่องมากขึ้นสำหรับนำไปใช้ในกิจการและได้รับการบรรเทาการชำระหนี้ในภาวะที่ได้รับคำสั่งซื้อลดลง แต่ยังมีภาระของต้นทุนที่กิจการต้องจ่ายทุกเดือน หรือเมื่อมีคำสั่งซื้อเข้ามาก็สามารถนำมาเบิกใช้สินเชื่อหมุนเวียนได้ รวมทั้งใช้ในการปรับปรุงสินค้าและบริการให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น และพร้อมแข่งขันท่ามกลางตลาดโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงในปี 2563”

สำหรับมาตรการเอ็กซิมเสริมสภาพคล่องผู้ส่งออก เน้นช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นผู้ส่งออก ผู้นำเข้าเพื่อผู้ผลิตในการส่งออก และผู้ผลิต เพื่อผู้ส่งออก เลือกได้ที่จะใช้วงเงินกู้ระยะยาวหรือวงเงินกู้ระยะสั้น เพื่อนำไป ลดภาระการชำระหนี้และเพิ่มสภาพคล่องกิจการ หรือปรับปรุงเครื่องจักร โรงงาน เป็นต้น วงเงินสูงสุด 20 ล้านบาทต่อราย เวลาชำระคืนสูงสุด 7 ปี ดอกเบี้ย ปีที่ 1-2 เท่ากับ 3.99% ต่อปี โดยใช้หนังสือค้ำประกันของบรรษัท ประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ร่วมกับหลักประกันอื่นๆได้ นอกจากนั้น ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อผ่าน บสย.สูงสุด 4 ปี

ขณะที่มาตรการ EXIM ลดภาระในการชำระหนี้ เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีของธนาคารที่ยังไม่ต้องการวงเงินเพิ่ม แต่ต้องการลดภาระผ่อนชำระหนี้รายงวดที่มีกับธนาคาร โดยลูกค้าที่มีวงเงินกู้ยืม ระยะยาวจะขยายระยะเวลาผ่อนชำระเงินกู้ได้สูงสุด ไม่เกิน 2 ปี กรณีขยายระยะเวลาผ่อนชำระเงินกู้ไม่เกิน 1 ปี จะได้รับอัตราดอกเบี้ยลดลงจากเดิม 0.125% ต่อปี ส่วนลูกค้าที่มีวงเงิน กู้ยืมระยะสั้นจะได้รับการเพิ่มสัดส่วนการเบิกกู้และลดอัตราดอกเบี้ย โดยเบิกกู้ได้เพิ่มสูงสุด 95% ของมูลค่า L/C และ 85% ของมูลค่า P/O และลดอัตรา ดอกเบี้ยลง 0.125% ต่อปี เป็นระยะเวลา 1 ปี มีวงเงินสนับสนุน 4,000 ล้านบาท

“ทั้งสองมาตรการมีระยะเวลาให้บริการตั้งแต่เดือน ธ.ค.2562-31 ธ.ค. 2563 ซึ่งธนาคารคาดว่าจะช่วยอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ราว 15,700 ล้านบาท เกิดการจ้างงานในระบบ 5,200 ราย เพิ่มสภาพคล่องและบรรเทาหนี้ของผู้ส่งออกเอสเอ็มอีกว่า 750 ราย รวมทั้งช่วยลดต้นทุนการดำเนินกิจการ”.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ