
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยในงานสัมมนา “ก้าวต่อไปของไทยหลังปิดดีลอาร์เซ็ป” ว่า แม้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ปิดการเจรจาได้เพียง 15 ประเทศ เหลือเพียงอินเดีย แต่ยังมีกรอบเวลาที่จะเจรจาต่อ เพื่อให้ทุกประเทศร่วมลงนามครบตามเจตนารมณ์เดิมทั้ง 16 ประเทศ
สำหรับผลกระทบ จากการทะลักเข้ามาของสินค้าจากประเทศสมาชิกจะเป็นโอกาสให้ไทยได้พัฒนาสินค้าเพื่อให้แข่งขันได้ เป็นโอกาสนำเข้าวัตถุดิบราคาถูกมาผลิตเพื่อส่งออก ได้อีกทางหนึ่ง สำหรับสินค้าที่ไทยได้ประโยชน์จากการเปิดตลาดของสมาชิก เช่น ญี่ปุ่นตกลงจะเปิดตลาดสินค้าประมง ผักผลไม้แปรรูป เคมีภัณฑ์, จีน เปิดตลาดสับปะรดแปรรูป น้ำมะพร้าว, เกาหลีใต้ เช่น ผักผลไม้ แป้ง ขนมปัง แต่ในทางกลับกันไทยจะต้องเปิดตลาดสินค้าในสมาชิกด้วย โดยญี่ปุ่น ไทยจะเปิดตลาดเครื่องจักรให้จีน ไทยจะเปิดตลาดเครื่องเพชรพลอยเทียมให้ เป็นต้น
นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ที่ปรึกษาการพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาจัดทำความตกลงอาร์เซ็ป กล่าวว่า การขัดเกลาความตกลงและการ เจรจาคงค้าง คาดว่าจะจบได้ในเดือน มี.ค.2563 จากนั้นจะเสนอผลสรุปต่อรัฐมนตรี และเสนอให้ความเห็นชอบการลงนามความตกลง คาดว่าจะลงนามได้ในเดือน พ.ย.2563 เวียดนาม โดยกระทรวงจะดำเนินกระบวนการภายในประเทศ และเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบก่อนเสนอให้รัฐสภาอนุมัติลงนามต่อไป.