
ใครโชคดีถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือลอตเตอรี่ จะได้รับความสะดวกในการขึ้นเงินรางวัลได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ยกเว้นรางวัลที่ 1 ต้องไปรับโดยตรงที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเท่านั้น เพราะล่าสุดบอร์ดกองสลากฯ ได้เห็นชอบความร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ขยายช่องทางการรับขึ้นเงินรางวัล ผ่านสาขา ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ ทั้ง 77 จังหวัด จำนวน 1,272 สาขา คาดเริ่มต้นปีหน้า
ส่วนความพร้อมของ ธ.ก.ส. ทาง ”ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์” ได้รับการยืนยันจาก นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ว่า ทาง ธ.ก.ส.มีความพร้อมในการรับขึ้นเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลให้กับผู้โชคดี เนื่องจากมีสาขาทั่วประเทศ 1,270 กว่าแห่ง และถือเป็นข้อตกลงเบื้องต้นระหว่าง ธ.ก.ส.และกองสลากฯ ซึ่งยังไม่มีการเซ็นเอ็มโอยูอย่างเป็นทางการ โดยจะเริ่มคิกออฟเดือน ม.ค.ปีหน้า ในการรับขึ้นเงินรางวัลทุกรางวัล ยกเว้นรางวัลที่ 1 ซึ่งจะคิดค่าธรรมเนียมในราคาถูก 1.5-2%
ขณะที่เครื่องมือต่างๆ รวมถึงทักษะความชำนาญของพนักงาน ธ.ก.ส. มีความพร้อมด้วยเช่นกันในการตรวจสอบความถูกต้อง และสามารถทราบได้ว่าสลากฯ ปลอมหรือไม่ คาดว่าจะเริ่มได้ประมาณกลางเดือน ม.ค.ปีหน้า และหากระบบหลังบ้านเสร็จเร็วก็อยากจะเริ่มงวดแรกช่วงต้นเดือน ม.ค. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โชคดี
สำหรับรายได้จากค่าธรรมเนียม ทาง ธ.ก.ส.ไม่ได้มุ่งเน้น แต่จะเน้นเรื่องเงินฝากจากผู้มาขึ้นเงินรางวัล เพื่อเสริมสร้างวินัยการออม ซึ่งโดยปกติแล้วหากลูกค้าเกษตรกรถูกรางวัล ทาง ธ.ก.ส.จะมีรถไปรับถึงบ้าน เพื่อนำเงินรางวัลมาฝากกับสาขาของ ธ.ก.ส.ในพื้นที่นั้นๆ
ในส่วนของสลากออมทรัพย์ ชุดเกษตรยั่งยืน ราคาหน่วยละ 20 บาท ของ ธ.ก.ส. เพื่อให้เกษตรกรรายย่อย และผู้มีรายได้น้อยได้ออมเงิน พร้อมลุ้นรางวัล 2 ล้านบาท ได้เริ่มเปิดจำหน่ายเมื่อ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อสู้กับหวยใต้ดิน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ขายได้ประมาณ 400-500 ล้านบาท เนื่องจากช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากค่าเกี่ยวข้าว โดยทาง ธ.ก.ส.จะเร่งตีปี๊บให้มีการโหลดแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile ซึ่งเป็นอีกช่องทางในการจำหน่าย และช่วยให้คนไทยออมเงินมากขึ้น.