
“สุรางค์ อยู่แย้ม” ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นเหยื่อรายล่าสุด ที่ถูกแก๊งมิจฉาชีพออนไลน์สวมรอยเป็นเพื่อนในแอปพลิเคชัน “ไลน์” (LINE) ติดต่อขอให้โอนเงินให้ เพราะต้องการใช้เงินด่วน เมื่อมีการส่งข้อความคุยกันจนรู้สึกว่าเพื่อนเดือดร้อนจริง จึงโอนเงินผ่านมือถือหรือโมบายแบงกิ้งทันที โดยไม่ได้ฉุกคิดว่าชื่อบัญชีธนาคารที่ให้โอนเงินนั้นไม่ใช่ชื่อเพื่อนตัวเอง
“เผอิญว่าเพื่อนกำลังอยู่ระหว่างเดินทาง เราก็คิดว่าเขามีปัญหาโอนเงินไม่ได้เพราะอยู่เมืองนอก เลยจัดการโอนไปให้เราเองก็ไม่มีสติด้วย” สุรางค์กล่าว
เมื่อโอนเงินเสร็จ อาชญากรซึ่งเข้าไปแฮ็กไลน์และปลอมเป็นเพื่อน บอกให้สุรางค์ส่งหลักฐานการโอนเงิน(สลิป) ไปให้ พอส่งปั๊บมิจฉาชีพก็ลบตัวเองออกจากแชตไลน์ทันที ซึ่งตอนนั้นสุรางค์ก็ยังไม่รู้ตัวว่าถูกหลอกเข้าให้แล้ว เพียงแต่ประหลาดใจว่าทำไมอยู่ๆเพื่อนลบตัวเองออกไป มารู้ตัวอีกทีก็เพราะมีการกระจายข่าวผ่านไลน์กรุ๊ปอื่นๆ ว่าเพื่อนที่เพิ่งขอยืมเงินถูกแฮ็กไลน์ จนต้องไปแจ้งความไว้ที่ สน.นางเลิ้ง เพื่อให้ตำรวจช่วยดำเนินคดี ตามล่าหามิจฉาชีพรายนี้ต่อไป
ขณะที่ “อมรรัตน์ จรูญสมิทธิ์” ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐเช่นกัน ในฐานะเจ้าของไลน์ที่ถูกแฮกเกอร์ยึด เล่าว่า ถูกแฮ็กเพราะกดเข้าไปในลิงก์ที่ชี้ชวนว่า “ช่วยกดลิงก์โหวตให้หลานหน่อยค่ะ” โดยลิงก์ดังกล่าวถูกส่งมาจากเพื่อนอีกที ซึ่งปรากฏว่าเพื่อนคนนั้นก็ถูกแฮ็กไลน์เช่นกัน “ตอนแรกกดเข้าไปในลิงก์ ปรากฏว่าเข้าไม่ได้ จึงไลน์ตอบไปว่าเข้าไม่ได้ ทางนั้น (แฮกเกอร์) จึงส่งลิงก์ใหม่มาให้กดโหวต แล้วให้กรอกข้อมูลชื่อ อีเมล พาสเวิร์ด หลังจากนั้นก็มีข้อมูลเตือนว่าไลน์ของคุณถูกใช้งานผ่านอุปกรณ์อื่น” จากนั้นอมรรัตน์ก็ไม่สามารถใช้ไลน์ของตัวเองได้อีกต่อไป เพราะถูกคนอื่นเอาไปใช้แทน!!
กรณีของ “สุรางค์ และอมรรัตน์” ไม่ใช่กรณีแรกและคงไม่ใช่กรณีสุดท้าย ที่ต้องเดือดร้อนเพราะกลโกงในรูปแบบใหม่ๆ ที่เหนือชั้นขึ้นไปทุกวัน
“ในปี 2561-2562 มีสถิติผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์เกี่ยวกับการกระทำความผิดในลักษณะถูกแฮ็กไลน์ ถูกหลอกให้โอนเงินราว 5,918 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 1,100 ล้านบาท และได้จับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายแล้ว 446 ราย” พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าว
วิธีการ “แฮ็กไลน์” ของมิจฉาชีพนั้น มีรูปแบบแตกต่างกันไป แต่ที่เจ้าทุกข์มาแจ้งความมักจะถูกแฮ็กไลน์ หลังจากเข้าไปกดลิงก์ที่เพื่อนไม่ว่าจะเป็นตัวจริงหรือตัวปลอมส่งมาให้ช่วยโหวตกิจกรรมต่างๆ เช่น โหวตผลงานของลูกหลาน โหวตรับของรางวัลฟรี ที่จะต้องกรอกข้อมูลชื่อผู้ใช้ อีเมล รหัสผ่าน โดยลิงก์ที่ส่งมานั้นจะเป็นเว็บไซต์ปลอม ที่มิจฉาชีพสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวง ล้วงเอาข้อมูล เพื่อนำไปแฮ็กไลน์นั่นเอง
ลักษณะการส่งลิงก์เว็บไซต์กิจกรรมต่างๆ มาให้โหวตนั้น จะถูกส่งกันไปเป็นทอดๆอย่างง่ายดายและไม่รู้ตัว เพราะบางคนใช้ไลน์ในอุปกรณ์หลากหลาย ผ่านคอมพิวเตอร์ ไอเแพด ไปพร้อมๆกับมือถือ กลายเป็นช่องว่างให้มิจฉาชีพเข้ามาแฮ็กข้อมูล และส่งลิงก์ไปได้ทุกทิศทุกทาง จนกว่าจะมีเพื่อนคนใดคนหนึ่งผิดสังเกต ย้อนถามไปยังเจ้าของไลน์ตัวจริงถึงจะรู้คำตอบว่าถูกแฮ็กเข้าให้แล้ว
ขณะที่ข้อความล่อลวงผ่านไลน์ส่วนใหญ่ จะเป็นข้อความเดิมๆ อาทิ กระเป๋าเงินหายช่วยโอนเงินมาให้หน่อย, ติดประชุม ไม่สะดวกจะโอนเงิน ฝากหน่อย, ไปต่างประเทศ โอนเงินให้ที่บ้านไม่ได้ฝากเป็นธุระให้ด้วย เป็นต้น
อย่าง กรณี ของอมรรัตน์ ถูกแฮ็กไลน์ขณะอยู่ในต่างประเทศ ปัญหาคือจะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ เพราะไลน์ที่ใช้นั้นผูกติดกับเบอร์มือถือเดิม พอไปต่างประเทศใช้ซิมใหม่เบอร์ใหม่สำหรับการเดินทาง ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนรหัสผ่านได้ เพราะรหัสผ่านใหม่จะถูกส่งไปยังเบอร์มือถือเดิมที่ได้ลงทะเบียนไว้กับไลน์ จึงแก้ไขอะไรไม่ได้ ต้องตั้งบัญชีใหม่เท่านั้น
นอกจากกลโกงหลอกโอนเงินแล้ว ไลน์ยังเป็นแพลตฟอร์มที่มีการเชิญชวนทำกิจกรรมหลากหลาย เช่น พนันบอลออนไลน์ 24 ชั่วโมง หมอดูแม่น โหลดสติกเกอร์ฟรี รวมทั้งเชิญชวนให้เข้ากลุ่มขอเพิ่มเพื่อน ทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ซึ่งจำเป็นต้องระมัดระวังให้มาก
บางคนไม่คิดอะไรมาก กดเข้ากลุ่มรับเป็นเพื่อน เปิดโอกาสให้มิจฉาชีพเข้ามาใกล้ตัว สุ่มเสี่ยงที่ตกเป็นเหยื่อของโจรในไลน์
อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกประกาศย้ำเตือนเป็นระยะๆ ให้ระมัดระวังพวกมิจฉาชีพ ต้มตุ๋มผ่านแอปพลิเคชัน “ไลน์” ที่หลอกเหยื่อด้วยกลอุบายหลากหลายรูปแบบ ขอให้พึงระวังอย่ากรอกข้อมูลส่วนตัว อีเมล รหัสผ่าน (พาสเวิร์ด) โดยเด็ดขาด
โดยหากประชาชนมีข้อมูล เบาะแส หรือ การกระทำความผิด แจ้งได้ที่สายด่วนศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) โทร.1155, และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) โทร.02-142-2556-7 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.
ดวงพร อุดมทิพย์