
ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT ชวนคนไทย เยาวชนคนรุ่นใหม่และผู้มีใจรักการท่องเที่ยว เดินทางเยือนชุมชนหัตถกรรม 37 แห่งทั่วประเทศ สัมผัสมนต์เสน่ห์ชุมชนสร้างประสบการณ์ตรงลงมือทำหัตถศิลป์ เศรษฐกิจแบ่งปันช่วยชาวบ้านที่กำลังเผชิญสถานการณ์ภัยแล้ง
นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT มีภารกิจสำคัญคือการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดภูมิปัญญางานศิลปหัตกรรมไทย โดย SACICT ได้เข้าไปส่งเสริมพัฒนาผู้ทำงานหัตถศิลป์ที่มีองค์ความรู้ภูมิปัญญา เชิดชูขึ้นเป็นครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม เปิดมุมมองโลกทัศน์ให้มาสัมผัสใกล้ชิดกับผู้บริโภคเกิดการพัฒนาตนเองและผลิตภัณฑ์ และส่งเสริมให้ชุมชนในพื้นที่รอบข้างเกิดการรวมกลุ่ม ขยายเครือข่ายเข้ามาทำงานศิลปหัตถกรรมเป็นอาชีพ กลายเป็น “ชุมชนหัตถกรรม” ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพ ลดความเหลื่อมล้ำยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความอยู่ดีกินดี เพื่อให้เกิดการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมที่ยั่งยืน
ในปีนี้ SACICT ได้ขยายชุมชนหัตถกรรมเพิ่มขึ้น 13 ชุมชน ทำให้ขณะนี้มีชุมชนหัตถกรรมภายใต้การส่งเสริมสนับสนุนของ SACICT รวมทั้งสิ้น 37 ชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งแต่ละแห่งมีความโดดเด่นแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทางวัฒนธรรม หรือวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่มีความหลากหลาย รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงเกษตร แต่จุดเด่นของชุมชนหัตถกรรมทุกแห่งที่นักท่องเที่ยวพลาดไม่ได้คือการสัมผัสและได้เรียนรู้ ทดลองทำงานศิลปหัตถกรรมที่มีภูมิปัญญาอย่างใกล้ชิด เป็นแหล่งเรียนรู้งานหัตถศิลป์ผ่านการท่องเที่ยววิถีชุมชนและอัตลักษณ์ของชุมชนโดยรอบ เพื่อให้งานหัตถศิลป์เป็นเครื่องมือสร้างรายได้ผนวกกับการท่องเที่ยวนอกเหนือจากอาชีพหลัก เกิดการกระจายรายได้ สร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจฐานรากผ่านแนวคิดเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน
“ในช่วงนี้ที่ชาวบ้านในหลายพื้นที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง ไม่สามารถทำการเกษตรได้ พื้นที่ทางการเกษตรในหลายจังหวัดเสียหายไม่สามารถเพาะปลูกได้ หรือในช่วงที่ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ SACICT ขอเชิญชวนคนไทยและผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว ได้ลองไปสัมผัสกับเสน่ห์ในวิถีของชุมชนหัตถกรรม เกิดประสบการณ์ในการทำงานหัตถศิลป์ เติมพลังและค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ๆ จากการเรียนรู้กับงานหัตถศิลป์ที่มีภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาจากเหล่าครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ลองมาสัมผัสด้วยตนเองแล้วจะหลงรักชุมชนหัตถกรรมที่เต็มไปด้วยไมตรีจิตและเอกลักษณ์ที่น่าหลงใหล และยังเป็นการแบ่งปันช่วยเหลือในช่วงที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนเป็นการช่วยคนไทยด้วยกันค่ะ”
“ชาวบ้านในชุมชนหัตถกรรมเกิดความตื่นตัวในการรวมกลุ่มเพื่อทำงานศิลปหัตถกรรม สร้างชิ้นงานหัตถศิลป์ใหม่ๆ ที่มาจากภูมิปัญญาดั้งเดิม และต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์ มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ พร้อมจะถ่ายทอดวิธีการ กระบวนการในการทำงานศิลปหัตถกรรมให้แก่คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และสืบสานองค์ความรู้ที่มีมาจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์รักษาไว้ให้คงอยู่คู่สังคมไทย โดย SACICT ได้เพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว การบริหารจัดการ และการตลาดสู่ชุมชนหัตถกรรม มุ่งหวังให้คนในชุมชนสามารถต่อยอดและพัฒนาชุมชนในการเปิดรับนักท่องเที่ยวเพื่อเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภูมิปัญญางานหัตถกรรมและวิถีชีวิตอันดีงามท่ามกลางกระแสโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วได้อย่างลงตัว
ขณะเดียวกันคนในยุคปัจจุบันที่กำลังเผชิญกับความเครียดจากการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบและแข่งขัน ท่ามกลางการหลั่งไหลและถาโถมของเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่การดำเนินชีวิตของผู้คนอย่างรวดเร็วและง่ายดายนี้เอง จึงเป็นโอกาสดีที่จะใช้งานศิลปหัตถกรรมมาช่วยบำบัดความเครียด เป็นเทรนด์ใหม่ของการใช้ชีวิต ในการเดินทางท่องเที่ยวชุมชน ร่วมเรียนรู้ภูมิปัญญางานหัตถศิลป์และวิถีชีวิตไทย อันจะช่วยสร้างสุนทรียภาพและความงดงามในจิตใจนำกลับมาเติมเต็มในชีวิตได้” นางอัมพวันกล่าวทิ้งท้าย
แม้ปีนี้ประเทศไทยจะแล้งน้ำแต่น้ำใจจากคนไทยไม่เคยเหือดแห้ง หากคิดจะท่องเที่ยวครั้งต่อไป “ชุมชนหัตถกรรม” เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ นอกจากได้เรียนรู้และสัมผัสวิถีชุมชนที่ทำงานศิลปหัตถกรรมแล้ว ยังเป็นการและยังเป็นการแบ่งปันสร้างรายได้ สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับชาวบ้านและชุมชนด้วย