
ภายใต้การเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย ที่สองประเทศทั้งไทยและญี่ปุ่นต่างก็มีพระมหากษัตริย์ และพระจักรพรรดิ พระองค์ใหม่ขึ้นครองราชย์
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้นำแคมเปญ New Shades of Bangkok & I-San ไปโรดโชว์ยังประเทศญี่ปุ่น นำโดยนายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านการสื่อสารการตลาด และนายกฤษณะ แก้วธำรงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณา และประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ร่วมกับสำนักงาน ททท. ในนครโอซากา นาโกยา และโตเกียว โดยมีคณะจากประเทศไทยกว่า 100 คน เดินทางโปรโมตการท่องเที่ยวไทยในแคมเปญใหม่ Amazing New Thailand...Bangkok & I-San หรือ New Shades of Bangkok & I-San
การโปรโมตในครั้งนี้ มีเป้าหมายเชิญชวนชาวญี่ปุ่นเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ยังประเทศไทยเพิ่มขึ้น
การเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เต็มไปด้วยบรรยากาศของงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอันเป็นสิริมงคลแก่ประเทศชาติ และประชาชน โดยเฉพาะที่กรุงเทพมหานคร ที่ตั้งเมืองหลวงของประเทศไทย และเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมมหาราชวัง สถานที่ในพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ของประเทศไทย พระนามพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิร เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10
การจัดงานเฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนชาวไทย รวมทั้งชาวต่างประเทศ ได้มีโอกาสชมการสืบทอดพระราชพิธี อันมีมาแต่โบราณกาลในการขึ้นครองราชย์ของพระมหากษัตริย์ และได้มีโอกาสชื่นชมความสวยงามตระการตาของพระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งต่างๆ และพระอารามหลวง ซึ่งเป็นมรดก ทางวัฒนธรรม และศิลปะล้ำค่าของประเทศไทย ตลอดจนถึงขบวนเสด็จพระราชดำเนินทางสถลมารคเลียบพระนครตามแบบพระราชประเพณีโบราณด้วย
นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ในโอกาสนี้ ททท.ตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นขึ้นอีกราว 200,000 คนจากปี 2561 ที่มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางเข้ามาเที่ยวยังประเทศไทย 1.6 ล้านคน เป็น 1.8 ล้านคนในปี 2562
ส่วนปี 2020 ประเทศไทยอาจได้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นรุ่นใหม่ๆ ที่อยากเข้ามาศึกษามรดกล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทย และสถานที่ ท่องเที่ยวตามเส้นทาง ในขบวนเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ของประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านคน
โดยเหตุที่สังคมญี่ปุ่นได้เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบแล้ว หากไม่ปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวตามกระแสการบริโภคที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย คนรุ่นใหม่ หรือคนในเจเนอเรชันใหม่ อาจไม่เข้ามาเที่ยวประเทศไทยเหมือนกับที่คนในรุ่นพ่อแม่ของพวกเขาชอบก็เป็นได้
“ททท.ได้เพิ่มสีสัน และความทันสมัยในแคมเปญใหม่ของการท่องเที่ยวตามรอยพระราชพิธีบรมราชาภิเษกด้วยการสอดแทรกสินค้า และบริการที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้สอดรับกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ทั้งในเรื่องของสนามแข่งรถ สนามกอล์ฟ และวิถีชีวิตเรียบง่ายของผู้คนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ผนวกรวมเข้าไว้เป็นแพ็กเกจเดียวกันด้วย”
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้นำคณะสื่อมวลชนเดินย่ำรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ศูนย์รวมสุดยอดสถาปัตยกรรม และศิลปะไทย ที่สืบทอดกันมาจากสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งนำมาเป็นตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยวได้สำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่น
โดยนายธานัท ภุมรัช นักประชาสัมพันธ์ กลุ่มงานพัฒนาการท่องเที่ยว ส่วนการท่องเที่ยว สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร ได้เป็นมัคคุเทศก์ถ่ายทอดเรื่องราวให้นักท่องเที่ยวมาตามเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี
จุดเริ่มต้นของทริปนี้ที่จะทำให้คนไทยและชาวต่างชาติรู้จักชาติไทยไปจนถึงยุคเก่าก่อนได้เป็นอย่างดี คือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งอยู่ในบริเวณพระราชวังบวรสถานมงคล หรือวังหน้า สร้างขึ้นเมื่อปี 2325 ในคราวเดียวกับสร้างพระบรมมหาราชวัง พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ ประทับในกรมพระราชวังบวรสถานมงคล หรือพระมหาอุปราช 5 พระองค์ ครั้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ยกเลิกตำแหน่งพระมหาอุปราช พระราชวังแห่งนี้จึงว่างลง ในสมัยรัชกาลที่ 7 โปรดเกล้าฯ พระราชทาน จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร และประกาศเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในปี 2477
ในส่วนของพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ซึ่งแต่เดิมเป็นท้องพระโรง ใช้สำหรับเสด็จออกขุนนาง และบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆ ปัจจุบันเป็นสถานที่จัดแสดงศิลปวัตถุ โบราณวัตถุชิ้นเยี่ยมที่ค้นพบทั่วประเทศไทย ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ทวารวดี ศรีวิชัย ลพบุรี สุโขทัย ล้านนา อยุธยา ถึงสมัยรัตนโกสินทร์
โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุชิ้นต่างๆที่จัดแสดง ได้บอกเล่าถึงความรุ่งเรืองด้านศิลปะ โดยรูปแบบการจัดแสดงมีการจัดพื้นที่และแสง ได้เทียบเท่าพิพิธภัณฑ์ระดับโลก
ถ้าจะชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ให้ทั่วจะต้องใช้เวลาทั้งวัน แต่ถ้าเวลาจำกัดสามารถ เลือกชมจุดที่เป็นไฮไลต์ อาทิ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ ที่ได้อัญเชิญลงมาจากเมืองเชียงใหม่ตั้งแต่ พ.ศ. 2330 และจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง บอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติฝีมือช่างวังหน้าสมัยรัชกาลที่ 3
อีกหนึ่งไฮไลต์ คือโรงราชรถ จัดแสดงราชรถทั้ง 5 องค์ ได้แก่ พระมหาพิชัยราชรถเวชยันตราชรถ ราชรถเล็กราชรถน้อย มี 2 องค์ รวมถึงเครื่องที่ใช้ประกอบในพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รวมถึงพระราชวงศ์หลายพระองค์
จุดที่ต้องเข้าไปชมให้ได้คือ พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ ที่ประทับแบบยุโรป ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระอนุชาในรัชกาลที่ 4 ทรงดำรงพระอิสริยยศเท่าพระเจ้าแผ่นดิน ในช่วงรัชกาลที่ 4 กรุงสยาม เป็นแผ่นดินที่มีสองกษัตริย์ ใครที่อยากรู้เรื่องราวนี้ในพื้นที่ส่วนชั้นล่างของพระที่นั่งได้จัดแสดงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
ขณะที่พื้นที่ชั้นบนจัดแสดงให้เห็นทุกห้องเหมือนช่วงใช้งานจริง แบ่งเป็น 5 ห้อง ประกอบด้วย ห้องทรงพระอักษร ห้องรับแขก ห้องเสวย ห้องบรรทม และห้องแต่งพระองค์ บริเวณห้องกลางจะทำเป็นเก๋งจีนตั้งป้ายจารึกพระปรมาภิไธยแทนองค์พระบาทสมเด็จ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว สำหรับเจ้านายวังหน้าบูชาตามธรรมเนียมแบบจีน
เส้นทางเดินเที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ เดินวันเดียวไม่มีทางหมด ถ้าให้ดีต้องวางแผนล่วงหน้า หรือเที่ยวแบบมีคอนเซปต์ตามที่กรุงเทพมหานครวางแนวทางไว้ เช่น เส้นทางที่ 1 อัญมณีแห่งราชธานีไทย ตามรอยเส้นทางเรืองรองของสุดยอดสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมตั้งแต่ยุคแรกของการก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ เส้นทางที่ 2 ชมสถาปัตย์พระราชวังแห่งพระพุทธเจ้าหลวง
เส้นทางที่ 3 ยลเมืองจากมุมสูง พระบรมบรรพต จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง) สามารถเห็นเกาะรัตนโกสินทร์ได้รอบ พร้อมได้สักการะพระบรมสารีริกธาตุ มองเห็นวัดราชนัดดาและโลหะปราสาทที่งดงาม จากนั้นไปแวะชิมร้านผัดไทยทิพย์สมัย ประตูผี และต้องลองสักครั้งกับเมนู “ไข่เจียวปู” แห่งร้านเจ๊ไฝ ประตูผี สตรีทฟู้ดเจ้าเดียวของไทยที่ได้ 1 ดาว มิชลินสตาร์ เมื่อทานอิ่มแล้วขอแนะนำให้เดินข้ามถนนไปยังวัดเทพธิดาราม กราบพระพุทธเทววิลาส (หลวงพ่อขาว) ไหว้หมู่รูปปั้นภิกษุณี 52 องค์ และชมพิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อเข้าไปยังกุฏิหลังหนึ่งที่สุนทรภู่เคยพำนักเมื่อคราวบวชเป็นพระภิกษุ มีการนำเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง ทำให้เราอยู่ในกรอบภาพที่มีสุนทรภู่นั่งเขียนกลอนอยู่ด้วย นับเป็นไฮไลต์ของที่นี่
เส้นทางที่ 4 ลัดเลาะริมน้ำเจ้าพระยา ชมความงามมหาเจดีย์ทั้งสี่องค์ ของวัดพระเชตุพน วิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือวัดโพธิ์ และต้องเข้าพระวิหารเพื่อกราบองค์พระพุทธไสยาสน์ พระนอนที่ใหญ่อันดับสาม แต่สวยงามอันดับหนึ่งของประเทศ ที่พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการ เป็นลวดลายประดับมุก ที่เพิ่งบูรณะเสร็จ สวยงามอย่างมาก และต้องไปตามหายักษ์วัดโพธิ์ตัวจริงที่ไม่ใหญ่อย่างที่คิด จะอยู่บริเวณซุ้มประตูที่พระมณฑป ส่วนที่เห็นตัวใหญ่ๆภายในวัด เป็นตุ๊กตาจีน โดยเฉพาะตัวที่แต่งกายแบบฝรั่งแต่หน้าจีน มีนามว่า มาโคโปโล
เส้นทางที่ 5 ชมอุทยานนมัสการพระอารามหลวง วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ที่ประดับด้วยหินอ่อนดูบริสุทธิ์สงบ และวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ที่ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบลายเบญจรงค์
เส้นทางที่ 6 สีสันชีวิตเก่า เริ่มต้นจากสวนสันติชัยปราการหรือป้อมพระสุเมรุ เดินเรื่อยไปได้จนถึงป้อมมหากาฬ ซึ่งเป็น 2 ใน 14 ป้อมที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 และยังเหลืออยู่ ยิ่งบริเวณป้อมมหากาฬ ชุมชนที่เคยอยู่ได้ย้ายออกจากพื้นที่ไปแล้ว ทางกรุงเทพมหานครได้ปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะ ในมุมนี้จึงเป็นจุดที่ได้เห็นกำแพงพระนครทอดยาวเหลืออยู่ บนเส้นทางนี้แนะนำให้เข้าชมพิพิธบางลำพู ชมเรื่องราวชุมชนบางลำพูในครั้งอดีต
ที่พลาดไม่ได้ ต้องไปกราบพระพุทธชินสีห์ และพระไพรีพินาศ วัดบวรนิเวศวิหาร ถ้าใครชอบเรื่องลี้ลับ บริเวณซุ้มประตูใหญ่ของกำแพงด้านหน้าพระอาราม บานประตูสลักเป็นอารักษ์ทวารบาลแบบที่เรียกว่า เซี่ยวกาง (เสี้ยวกาง) เป็นรูปเทวดาแบบจีนหนวดเครายาว เชื่อกันว่าถ้าบนอะไรแล้วก็จะได้สิ่งนั้นตามที่ขอ ใครไปแล้วเห็นถุงโอเลี้ยงหรือโอยัวะมาแขวน นั่นคือการแก้บน และใกล้กันบริเวณสะพานนรรัตน์สถาน มีศาลเจ้าพ่อหนู มีเรื่องเล่าว่า ขณะเกิดเพลิงไหม้มีเด็กคนหนึ่งขึ้นไปอยู่บนหลังคาถือธงโบกให้ลมพัดไฟไปที่อื่น จึงเชื่อว่าเป็นปาฏิหาริย์ของพระพุทธรูป จึงเรียกกันว่า เจ้าพ่อหนู มีชื่อเลื่องลือถึงความศักดิ์สิทธิ์เรื่องขอโชคลาภได้ทันใจเช่นกัน
ขณะนี้พื้นที่หลายจุดรอบเกาะรัตนโกสินทร์ มีการปรับปรุงใหม่ให้สะอาดปลอดภัย ตึกรามบ้านช่องตลอดสองข้างทาง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เสด็จ พระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค ก็ได้มีการปรับปรุงใหม่ พื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ในห้วงเวลานี้จึงเหมาะแก่การท่องเที่ยวอย่างยิ่ง.
ทีมเศรษฐกิจ