
มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับ “การศึกษาไทย” ว่ามีปัญหาที่ตรงไหน ทำไมเด็กที่จบออกมาแล้วจึงไม่พร้อมทำงาน คำถามเหล่านี้หลายๆ ฝ่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างรวมไปถึงหน่วยย่อยอย่างครอบครัวต่างก็ตระหนักและพยายามที่จะเพิ่มคุณภาพให้แก่นักเรียนนักศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง
“การฝึกงาน” เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ถูกยกให้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาความพร้อมในการทำงานในสนามจริง เพราะโลกปัจจุบันนี้ได้ก้าวกระโดดด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีทุกด้าน ไม่เพียงแต่ด้านการสื่อสารที่เวิล์ดไวด์ ทฤษฎีไม่สามารถตอบโจทย์อธิบายทุกสิ่งได้ การได้ลงมือทำจริง ประสบการณ์จริงกลายเป็นสิ่งที่ “จำเป็น” ในยุคนี้…ส่วนใหญ่แล้วการฝึกงานนั้นเน้นเปิดโอกาสให้แก่เด็กนักเรียนนักศึกษา แต่ครั้งนี้เป็นที่น่าจับตาว่า บริษัทเอกชน “พฤกษา” ยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมเรียลเอสเตท ได้มุ่งติดอาวุธให้แก่ “ครู” เพราะเชื่อว่า นักเรียนจะเก่งได้ต้องมีครูที่เก่ง!
โครงการ “ครูอาชีวะ 4.0 By Pruksa” เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ “พฤกษา” ผู้นำวงการอสังหาฯ ของไทย และคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านอาชีวศึกษา เพื่อเชิญครูอาชีวศึกษามาฝึกปฏิบัติงานในพื้นที่ทำงานจริง เพื่อนำความรู้ทีได้ไปปรับหลักสูตรการเรียนให้สอดคล้องไปกับแผนพัฒนาประเทศของรัฐบาลที่หวังให้ประเทศก้าวสู่ยุค 4.0 อย่างรอบด้าน
นวัตกรรมใหม่เกี่ยวกับการก่อสร้างบ้านที่ไม่มีในตำรา ประสบการณ์และปัญหาหน้างานต่างๆ ไม่เคยถูกบรรจุในหลักสูตร โรงงานและระบบการจัดการงานอย่างมืออาชีพ สิ่งเหล่านี้จะได้รับการถ่ายทอดไปสู่เหล่าคุณครูอาชีวะจากสถาบันต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อนำไปถ่ายทอดและพัฒนาหลักสูตรให้กับนักเรียน ผู้ที่จะกลายเป็นบุคลากรสำคัญของวงการก่อสร้างในอนาคต
ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการอิสระ ประธานกรรมการบรรษัทภิบาล และกรรมการสรรหาและพิจารณา บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ในฐานะบอร์ดคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) กล่าวว่า “เราเชื่อว่าถ้าครูเก่ง เด็กก็จะเก่งด้วย เพราะฉะนั้นการพัฒนาครูอาชีวะก็จะเป็นจุดสำคัญในการที่จะปรับเปลี่ยนความสามารถศักยภาพของครูให้มีศักยภาพสูงมากยิ่งขึ้น ครูสามารถนำไปปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้ทันสมัยมากขึ้น เมื่อเด็กเก่งมากขึ้น เมื่อผู้ประกอบการรับเด็กเข้ามาทำงาน ก็จะสามารถปฏิบัติงานได้ตรงกับสิ่งที่ธุรกิจต้องการ และสุดท้ายประเทศชาติจะสามารถพัฒนาตามยุทธศาสตร์ที่จะเติบโตในวันข้างหน้าด้วย”
หนึ่งในครูผู้เข้าร่วมโครงการนี้ได้แก่ อาจารย์ประวิทย์ ชูวงษ์ มหาวิทยาลัยเทคนิคลำปาง แผนกวิชาโยธา ซึ่งได้เล่าถึงประสบการณ์ว่า “ในการเรียนการสอนงานก่อสร้างทั่วๆ ไปยังเป็นระบบเก่า มีเสา มีคาน แต่โครงการนี้ทำให้เราได้เห็นถึงพัฒนาการในด้านงานก่อสร้างของพฤกษาที่ไปไกลมากๆ ทั้งเรื่องเทคนิคงานก่อสร้าง เอาผนังมาแทนการใช้เสา คาน โรงงานพฤกษา พรีคาสท์ มีนวัตกรรมงานก่อสร้างที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อธุรกิจนี้โดยเฉพาะ ช่วยลดระยะการก่อสร้างให้น้อยลง เป็น Green Factory ที่ไม่มีเศษวัสดุเหลือใช้ ระบบความปลอดภัยของการก่อสร้างที่มีสูงมาก ความรู้เหล่านี้จะช่วยให้กลับไปใช้พัฒนาการศึกษาของเราได้ เป็นโครงการที่เปิดโลกทัศน์ของครูมากขึ้น”
อาจารย์ประวิทย์ ชูวงษ์ อาจารย์มนตรี สุวรรณโน
ด้านอาจารย์มนตรี สุวรรณโน วิทยาลัยการอาชีพหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าเสริมว่า “หลังจากได้เข้าร่วมโครงการนี้ ทำให้เราได้เห็นถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีมาตรฐาน อย่างชิ้นส่วนที่ผลิตจากแผ่นพรีคาสท์ของพฤกษา นอกจากนี้ยังได้ความรู้เรื่องระบบการบริหารจัดการงานก่อสร้างในระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า “ระบบ Pruksa REM” ซึ่งเราสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่งานตอกเสาเข็มไปจนถึงขั้นตอนตรวจรับสินค้า”
“นอกจากนวัตกรรมใหม่ๆ ผมประทับใจการบริหารงานที่เป็นทีมเวิร์ก ในอนาคตผมอยากให้เด็กๆ ได้มาดูที่หน้างานจริงๆ แบบที่ผมได้เห็น เชื่อว่าหลังจากที่เขาได้เรียนรู้แล้ว จะสามารถนำไปทำงานได้ในสนามจริง” อาจารย์มนตรีกล่าวเสริม
“เรามุ่งมั่นที่จะสร้างบ้านที่มีคุณภาพด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีทันสมัยเพื่อส่งมอบบ้านคุณภาพให้กับคนไทย ควบคู่ไปกับการใส่ใจสังคม หลายปีที่ผ่านมาได้ให้เด็กนักศึกษาจากในและต่างประเทศมาดูงานที่โรงงานพรีคาสท์ที่ทันสมัยที่สุดในประเทศเป็นระยะเวลาหลายปี โดยปีนี้เราได้ติดอาวุธให้กับคุณครูอาชีวะเพื่อสร้างคุณครูให้เก่งขึ้น หวังให้ครูได้ไปต่อยอดให้แก่นักศึกษา ยกระดับมาตรฐานการเรียน พัฒนาคนทำงานในสายอาชีพก่อสร้างให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น” คุณสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารพฤกษา กล่าวถึงความคาดหวังของโครงการ
ไม่เพียงแต่ทฤษฎีที่สำคัญ แต่ประสบการณ์จริงจะนำไปสู่การพัฒนาคนทำงานคุณภาพ…หากวงการศึกษาไทยได้รับการใส่ใจจากทุกภาคส่วนแบบนี้ ประเทศไทยคงก้าวสู่ยุค 4.0 ได้อย่างทัดเทียมนานาประเทศ