
นับตั้งแต่รู้ว่าคนไทยมีโอกาสเป็นเจ้าของ เลสเตอร์ซิตี้ สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกจากประเทศอังกฤษก็สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนทั้งประเทศมากอยู่แล้ว แต่เมื่อยิ่งรู้ว่า คิง เพาเวอร์ ตั้งใจที่จะให้ สโมสรเลสเตอร์ซิตี้ เป็นจุดเผยแพร่ภูมิปัญญาไทยออกไปสู่สายตาคนทั้งโลก ยิ่งเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจยิ่งกว่า
โดยภูมิปัญญาไทยล่าสุดที่ คิง เพาเวอร์เผยแพร่ผ่านสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ คือคอลเลกชั่น “Thai Natural Dye” ของที่ระลึกสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ สินค้าผ้าสีย้อมครามภูมิปัญญาจากชาวบ้านภาคเหนือของไทย เป็นคอลเลกชั่นเสื้อผ้า Ready-to-wear ในแบบ East meets West แฝงด้วยแฟชั่นแบบภูมิปัญญาไทยแท้สไตล์ชนเผ่านที่เป็นเอกลักษณ์ จาก 3 แหล่ง คือ ชุมชนปกาเกอะญอ จ.ลำพูน, เส้นใยย้อมสีจากลำพูน ต.ตะเคียนปม จ.ลำพูน และ การทอจกตามแบบเฉพาะแบบอ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
จุดเริ่มต้นของคอลเลกนี้ชั่นเริ่มจากโจทย์กับ DNA ของเลสเตอร์ ซิตี้ และ คิง เพาเวอร์ ที่ต้องการวัสดุย้อมสีจากธรรมชาติที่เป็นภูมิปัญญาจากชาวบ้านจริงๆ จนได้สีหลักสำหรับคอลเลกชั่นทั้งหมด 4 สี โดยผ่านกระบวนการย้อมแบบธรรมชาติ 2 วิธี
วิธีแรกคือการ "ย้อมร้อน" ที่ใช้ความร้อนในการดึงเอาสีออกมาจากต้นพืช และวิธีที่สอง "ย้อมเย็น" ซึ่งเป็นการดึงสีออกจากวัสดุธรรมชาติ โดยไม่ได้ผ่านกระบวนการความร้อน วิธีนี้ทำให้ได้โทนสีที่สวยงามพอเหมาะ ดังนั้นพืชหรือวัสดุจากธรรมชาติแต่ละชนิดก็จะมีกระบวนการย้อมร้อนหรือเย็นต่างกันไปเพื่อให้ได้สีเฉพาะในการย้อม
สีแต่ละสีก็มาจากวัสดุธรรมชาติ ที่แตกต่างกัน สีฟ้าและน้ำเงิน มาจากใบของต้นฮ่อม หรือ ห้อม ซึ่งเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในภาคเหนือ และต้องปลูกใกล้กับเทือกเขาเท่านั้น เพราะต้องการความชื้น และอุณหภูมิต่ำ สีที่ได้จะคล้ายคลึงกับต้นครามและใช้กระบวนการย้อมเย็นเหมือนกัน แต่ต้นฮ่อมจะดูแลยากกว่าต้นคราม รวมถึงกระบวนการย้อมจะใช้เวลานานกว่า และมีกรรมวิธีที่ซับซ้อนกว่า
ส่วนสีน้ำตาล และสีเทา มาจากผลมะเกลือ ซึ่งจะนำผ้าลงไปย้อมในน้ำที่ผ่านกรรมวิธีการกรองกากผลมะเกลือแช่น้ำด่าง โดยการย้อมจะทำให้ได้สีน้ำตาลเข้ม และสีเฉดเทา
สีส้ม มาจากต้นคำแสด และใช้วิธีการย้อมร้อน
ส่วนสีเหลือง มาจากใบเพกา ได้มาจากการนำใบสดไปต้มในน้ำเดือด จะทำให้ได้สีเหลืองมัสตาร์ด แต่ทีมดีไซเนอร์ต้องการให้สีเหลืองมีความสดเหมือนกับลูกเลมอน จึงใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านเข้ามาช่วย คือ นำสารส้มไปแกว่งตอนผสมกับน้ำด่าง
นอกจากภูมิปัญญาการย้อมสีจากธรรมชาติแล้ว ทีมดีไซเนอร์ยังต้องการนำเสนอ "การทอจก" ของไทย ซึ่งเป็นการทอผ้าแบบชุมชนทางภาคเหนือ เป็นวิธีการทำลวดลายบนผืนผ้าที่ถือว่าเป็นมรดกอันล้ำค่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของคนแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ จนออกมาเป็นโลโกที่เป็นหน้าจิ้งจอก และโลโก LCFC ซึ่งไม่ได้เป็นการทอปกติ แต่เกิดจากการทดลองหลายต่อหลายครั้งจนออกมาสวยงาม
นอกจากนี้ ยังใส่ความเป็นเอกลักษณ์ คือลายทอจก ลายดอกจัน ลายโกม ซึ่งเป็นลายทอหน้าหมอน ในคอลเลกชั่นของหมวก ซึ่งเป็นลายที่แตกต่างจากลายบนผ้าซิ่นทั่วไป เนื่องจากทางชุมชนใส่ใจและมองว่า ลวดลายบนหมวกที่จะสวมใส่บนศรีษะเรา ไม่ควรจะเป็นลายที่เหมือนกับผ้าซิ่น ที่เป็นเครื่องนุ่งห่มที่อยู่บริเวณส่วนล่างใกล้กับปลายเท้า
ทั้งหมดคือความลงตัวของการออกแบบด้วยวิธีของแนวคิดสมัยใหม่ กับวัสดุธรรมชาติ และภูมิปัญญาของคนไทย ซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่าชาวต่างชาติให้ความสนใจ และมองว่าเป็นงานที่มีคุณค่า สะท้อนรากที่มีมาอย่างยาวนานของคนไทยเรา
ทั้งนี้คอลเลกชั่น “INDIGO” ที่วางจำหน่ายประกอบด้วย
โดยวางจำหน่ายครั้งแรกในวันที 30 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป ณ เดอะ ซิตี้ แฟนสโตร์ แอท คิง เพาเวอร์ สเตเดียม เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ, คิง เพาเวอร์ สาขารางน้ำ, พัทยา, ศรีวารี, ภูเก็ต และคิง เพาเวอร์ มหานคร ภายในสนามบินดอนเมือง, สนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินภูเก็ต และสนามบินอู่ตะเภา