เปิดโผ "นายกฯ" ในดวงใจคนไทย แนะ "รัฐบาลใหม่" กระจายรายได้-ลดเหลื่อมล้ำ

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เปิดโผ "นายกฯ" ในดวงใจคนไทย แนะ "รัฐบาลใหม่" กระจายรายได้-ลดเหลื่อมล้ำ

Date Time: 25 มี.ค. 2562 05:01 น.

Summary

หาก “การเลือกตั้ง” ที่จะเพิ่งผ่านมานี้ ไม่มี “เซอร์ไพรส์” หรือ “ความยุ่งยาก” เกิดขึ้น อีกไม่กี่วันนี้ “พวกเรา” คงจะได้เห็นโฉมหน้าของ “รัฐบาลใหม่”

Latest

ไทยปิดดีล EFM 2026 สวยหรู ดึง 10 กองถ่ายต่างชาติเข้าไทยลงทุนทะลัก

หาก “การเลือกตั้ง” ที่จะเพิ่งผ่านมานี้ ไม่มี “เซอร์ไพรส์” หรือ “ความยุ่งยาก” เกิดขึ้น อีกไม่กี่วันนี้ “พวกเรา” คงจะได้เห็นโฉมหน้าของ “รัฐบาลใหม่” และ “นายกรัฐมนตรีคนใหม่” ชัดเจนขึ้น

ท่ามกลางความคาดหวังของ “คนไทย” ทั้งประเทศ ที่ต้องการให้ “นายกรัฐมนตรีคนใหม่” จากระบอบประชาธิปไตยเต็มใบ มาช่วยแก้ไขปัญหา “เศรษฐกิจไทย” ที่ต้องการแรงขับเคลื่อนใหม่ เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของคนทั้งประเทศให้เท่าเทียมกันมากขึ้น ขณะที่ต้องการเห็นความสงบแทนความขัดแย้งในสังคมไทย ดังนั้น ไม่ว่าใครที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ล้วนมีงานหนัก และความยากลำบากรออยู่

ในช่วงเวลาเช่นนี้ “ทีมเศรษฐกิจ” ได้สัมภาษณ์ 12 ตัวแทนของคนไทยจากหลากหลายอาชีพ ถึงความคาดหวังในนโยบายการทำงาน และเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาปากท้องต่อ “รัฐบาลใหม่” ขณะเดียวกัน ยังได้บอกกับเราถึง “คุณสมบัติ และความคาดหวัง” สำหรับ “นายกรัฐมนตรีในดวงใจ” ซึ่งทั้งหมดนี้เป็น “ข้อเท็จจริง” ของประเทศไทย ที่มาจากทุกระดับของสังคมไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลใหม่ ควรจะรับฟัง

ไพบูลย์
ไพบูลย์

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท หลักทรัพย์ทิสโก้ และประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย

รัฐบาลหน้ามีแนวโน้มสูงจะเป็นรัฐบาลผสมที่มาจาก 4-5 พรรค ดังนั้น “นายกรัฐมนตรี” จำเป็นต้องมีประสบการณ์ทางการเมืองสูง มีภาวะผู้นำ และมีบารมีมากพอที่จะเป็นที่ยอมรับของทุกพรรคร่วมรัฐบาล ไม่เช่นนั้นจะได้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ ขาดเอกภาพ ทำงานได้ไม่เต็มศักยภาพ และมีโอกาสอยู่ไม่ครบ 4 ปี

“ขณะเดียวกัน นายกฯต้องเข้าใจเศรษฐกิจดี เพราะต้องบริหารบ้านเมืองในช่วงเศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงขาลง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับประเทศที่พึ่งพาการส่งออกและท่องเที่ยวสูงมากอย่างไทย อีกทั้งไทยยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้ต้องแก้ไขอีกมาก”

ส่วนทีมเศรษฐกิจในฝัน ควรประกอบด้วยบุคลากรที่เข้าใจพื้นฐานและปัญหาของเศรษฐกิจไทย เป็นนักปฏิบัติที่ขับเคลื่อนนโยบายให้สัมฤทธิผล มีคุณธรรม ไม่มีประวัติด่างพร้อยเรื่องคอร์รัปชัน เป็นที่ยอมรับของภาคธุรกิจสำหรับนโยบายอยากให้ตอบโจทย์ 5 ข้อ 1.ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ลดพึ่งพาส่งออก พัฒนาภาคบริการ และผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น 2.ปฏิรูประบบบำนาญ สร้างแรงจูงใจให้คนออมเงินระยะยาวในตลาดทุน รองรับสังคมสูงวัย 3.ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจให้โปร่งใสและเข้มแข็ง 4.ปฏิรูปกฎหมายธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐานทุกด้านรองรับยุคดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ 5.เพิ่มศักยภาพตลาดทุน ช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนไทยแข่งได้ในระดับสากล

ว่าที่ ร.อ.จิตร์
ว่าที่ ร.อ.จิตร์

ว่าที่ ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์
รองประธานกรรมการ หอการค้าไทย

“นายกฯต้องกล้าตัดสินใจ แต่ไม่ใช่โชว์เดี่ยว ต้องฟัง และร่วมกันคิด โดยเฉพาะกับทีมเศรษฐกิจ”

ขณะที่ทีมเศรษฐกิจอยากได้บุคคลที่มาจากหลากหลายกลุ่ม เกรงว่า หากเป็นพรรคพวกเดียวกัน มีความคิดเห็นเหมือนกัน จะอิงแต่ประโยชน์ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมากไป ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้อย่างแท้จริง
“ทีมเศรษฐกิจ ห่วงจะเอาพรรคพวกเดียวกันเข้ามาทำงาน จะไม่มีความเห็นหลากหลาย อยากให้ระดมทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนทุกกลุ่ม ไม่ใช่เข้ามาทำนโยบายเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน เพราะไทยเป็นทุนอุ้มรัฐ ต่างจากจีนที่รัฐอุ้มทุน จึงทำให้จีนกระจายรายได้ไปสู่ประชาชนได้ง่าย อยากให้ทีมเศรษฐกิจเห็นแก่ประเทศ กล้าทำนโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อคนทุกกลุ่ม ถ้าทำได้จะเป็นบุญกับประเทศมาก”

สำหรับนโยบายที่อยากให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการ คือ ต้องการให้มี “บิ๊กไอเดีย” ในหลายๆด้าน เช่น ภาคเกษตร ภาคบริการ การท่องเที่ยว โดยภาคเกษตร ไม่ใช่ยังทำนโยบายแบบเดิมๆ คือ รับจำนำ ให้เงินเกษตรกร หรือขายสินค้าเกษตรขั้นปฐมภูมิ อย่างข้าวสาร แต่อยากให้สนับสนุนการผลิตและการค้าไบโอเคมี หรือไบโอเทคโนโลยี นำสินค้าเกษตรมาแปรรูปให้มีมูลค่าเพิ่มให้มากขึ้น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หากรัฐบาลประกาศชัดเจน ถนนทุกสายจะมุ่งสู่อุตสาหกรรมไบโอเคมีทันที ส่วนการค้าบริการ และการท่องเที่ยว ต้องฉีกแนวใหม่ ค้าขายผ่านออนไลน์มากขึ้น

ปรีดี
ปรีดี

นายปรีดี ดาวฉาย
กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และประธานสมาคมธนาคารไทย

“ผู้นำในยุคที่ประเทศกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านเชิงเศรษฐกิจ ต้องมีวิสัยทัศน์ระยะยาว และให้ความสำคัญกับนโยบายที่ “สร้างความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง”

เนื่องจากที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยเดินหน้าได้ช้า เพราะเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างหลายด้าน ทั้งการกระจายรายได้ สังคมผู้สูงอายุ การเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ ซึ่งการแก้ปัญหาเหล่านี้ต้องใช้เวลา ดังนั้น ผู้นำและทีมเศรษฐกิจควรสานต่อนโยบายเดิมในประเด็นเหล่านี้

“ยิ่งไปกว่านั้นนายกฯต้องเป็นผู้นำที่สร้างความปรองดอง สร้างความเชื่อมั่น โดยเฉพาะยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ซื่อสัตย์ บริหารงานโปร่งใส เพื่อให้การทำงานไปในทิศทางเดียวกันเร็วขึ้น”

ขณะที่นโยบายที่อยากเห็น คือ รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ด้วยการรักษาวินัยทางการเงินการคลัง เช่น ดูแลการจัดเก็บภาษี การใช้จ่ายภาครัฐ การก่อหนี้ รวมถึงนโยบายอัตราดอกเบี้ย และอัตราแลกเปลี่ยนให้สมดุลเหมาะสม เพื่อขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจโตได้ 4-5% ต่อปี นอกจากนี้ ควรมีนโยบายดูแลความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ทำให้ชุมชนและท้องถิ่นเข้มแข็ง ทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก สร้างรายได้และจัดการตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ มีทักษะและผลิตภาพแรงงานที่ดีขึ้น รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มของผลผลิตซึ่งเป็นนโยบายต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดก่อน รวมถึงควรมีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยต้องดูแลจริงจัง ไม่ให้กระทบคุณภาพชีวิตประชากร และเศรษฐกิจระยะยาว

เกรียงไกร
เกรียงไกร

เกรียงไกร เธียรนุกูล
รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

นายกรัฐมนตรีที่ต้องการ คือ มีวิสัยทัศน์ก้าวทันโลก เพื่อนำพาประเทศไทยให้หลุดพ้นจากความขัดแย้ง มีคุณธรรม เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย มีความเสียสละ ซึ่งไม่ใช่การเสียสละมาทำงานให้ประชาชน แต่ต้องเสียสละเรื่องส่วนตัวไปในทิศทางการทำงานที่ถูกต้อง รักประชาชนและไม่เห็นแก่พวกพ้อง

“การเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ให้เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกต้องดูต้นแบบอย่างนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน ที่กำหนดยุทธศาสตร์การทำงาน ทำให้จีนพลิกฟื้นจากประเทศที่พัฒนาแล้วยิ่งเป็นประเทศพัฒนามากๆขึ้นไป จนมีความแข็งแกร่ง ทั้งด้านการเมือง การทหาร และเศรษฐกิจ เป็นตัวอย่างที่ดีของผู้นำระดับโลกที่มีความถูกต้อง เด็ดขาด ใช้กฎหมายปกครองประเทศอย่างตรงไปตรงมา มีวิสัยทัศน์ เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะการทำให้เศรษฐกิจจีนเข้มแข็ง แข่งขันได้ในตลาดโลก เพราะเศรษฐกิจเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนประเทศของทุกๆประเทศ”

ขณะที่ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่ ต้องมีความรู้ สามารถนำศักยภาพด้านต่างๆของประเทศมาเป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศให้เดินต่อได้ ที่สำคัญ ต้องมียุทธศาสตร์ลดความเหลื่อมล้ำของคนในประเทศ ซึ่งเป็นโจทย์ยากและท้าทาย

“นโยบายที่ภาคเอกชนอยากเห็น คือ การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพราะไทยถูกจัดเป็นอันดับ 1 ของโลกที่มีความเหลื่อมล้ำ ถ้าไม่แก้ไข หรือแก้ไขล่าช้าไปมากกว่านี้จะขยายวงกว้างเป็นปัญหาสังคม ที่แม้ว่าทีมเศรษฐกิจจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่อง แต่หากแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่ได้ ก็เท่ากับว่าล้มเหลว”

จิรายุส
จิรายุส

นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา
คนหนุ่มรุ่นใหม่ผู้ก่อตั้ง และกรุ๊ป CEO ของ Bitkub.com

“ปัจจุบันเป็นยุค Internet Century ไม่ใช่ยุค Industrial ดังนั้น นายกฯและผู้บริหารประเทศต้องเข้าใจศักยภาพของเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”

เพราะจะเห็นได้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ประเทศพัฒนาแล้วนั้น ขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยี และเทคโนโลยีมีบทบาทกับชีวิตผู้คนและภาคธุรกิจ จึงสำคัญมากที่รัฐบาล และผู้นำต้องสนใจและให้การสนับสนุน ทั้งการใช้ sharing economy, blockchain economy, AI (ปัญญาประดิษฐ์), IOT (อินเตอร์เน็ตเป็นทุกสิ่ง) เพราะสิ่งเหล่านี้ คือ ศักยภาพแบบใหม่ที่จะเพิ่มมูลค่า และขนาดจีดีพีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

“ไทยจะเป็นผู้ตามหรือนำประเทศอื่นได้ขึ้นกับวิสัยทัศน์ของผู้นำ คลื่นของเทคโนโลยีที่โหมเข้ามารอบนี้ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและรุนแรงมาก ถ้าประเทศไหนตามไม่ทัน และไม่ใช้ประโยชน์จากมัน จีดีพี การลงทุน และ talent ต่างๆ จะไหลไปประเทศอื่นหมด”

ส่วนนโยบายการทำงาน อยากให้รัฐบาลสร้างแรงจูงใจให้เงินทุนต่างชาติและคนเก่งๆทั่วโลกเข้ามาร่วมพัฒนาธุรกิจ และสตาร์ตอัพที่คนไทยเป็นเจ้าของ ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดมาก ส่งผลให้ทั้งเงินทุน และสมองคนไทยไหลออกไปต่างประเทศ รวมทั้งต้องส่งเสริมให้คนเก่งในองค์กรขนาดใหญ่กล้าโดดออกมาเป็นสตาร์ตอัพ โดยยกเว้นภาษีให้สตาร์ตอัพ หรือเว้นหรือลดหย่อนภาษีให้คนที่ให้เงินทุนสนับสนุนสตาร์ตอัพ

สุธรรม
สุธรรม

นายสุธรรม จันทร์อ่อน
ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ปี 2561

“ในขณะนี้ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯของทุกพรรคการเมือง ยังไม่มีใครมีความสามารถพอ และแทบไม่มีความเหมาะสมเป็นนายกฯเลย เพราะคนที่จะเป็นนายกฯ และเป็นคนดีด้วยหายาก”

โดยสิ่งที่อยากเห็นในรัฐบาลใหม่ คือ ความซื่อสัตย์ จริงใจ ตั้งใจพัฒนาประเทศ ไม่ใช่มัวแต่ตามแก้ไขปัญหาเก่าๆ แต่ต้องวางแผนป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น เพราะจะทำให้ประเทศเดินหน้าได้รวดเร็ว อย่างจีนที่ปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ เหมือนจะล้าหลัง แต่ปัจจุบันก้าวขึ้นเป็นประเทศอันดับหนึ่ง มีความก้าวหน้ามากที่สุด เพราะมองปัญหา และแก้ไขไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำ

ขณะที่นโยบายที่อยากให้รัฐบาลใหม่ผลักดัน ได้แก่ 1.การศึกษา ต้องปรับให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยส่งเสริมให้คนทุกระดับ รู้เท่าทันโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคเทคโนโลยี และ 2.ปลูกฝังให้คนที่เข้ามารับราชการและทำงานการเมือง มีความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่คดโกง เพราะขณะนี้ประเทศกำลังถอยหลัง ประชาชนทั่วไปรู้ไม่เท่าทันนักการเมือง ไม่เท่าทันคนโกง

“ภาคเกษตรยังล้าหลัง เกษตรกรไทยเกือบ 100% ยากจน และมีหนี้สิน รัฐบาลควรยกเลิกนโยบายประชานิยม เลิกสร้างกระแสนิยม และมองปัญหาที่แท้จริงของประเทศ ทุกวันนี้ไม่มีใครมองถึงปัญหา แต่อาศัยปัญหานั้นมาหาเสียงให้กับตัวเอง”

โชษิตา
โชษิตา

นางสาวโชษิตา คันฉาย
พนักงานบริษัทเอกชน

“ต้องการนายกฯ และทีมเศรษฐกิจที่ตั้งใจและมีมาตรการชัดเจน จริงจัง ในการแก้ปัญหารถติด และลดความหนาแน่นแออัดในกรุงเทพฯ”

ดังนั้น จึงอยากเห็นนโยบายพัฒนาการขนส่งสาธารณะให้มีคุณภาพดี และปลอดภัย เพื่อจูงใจให้คนลดใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ขณะเดียวกัน อยากเห็นการควบคุมอาคารสูงอย่างจริงจัง คอนโดมิเนียมที่ผุดเป็นดอกเห็ดในปัจจุบัน อีกไม่กี่ปีก็จะเก่า ทรุดโทรม เป็นทัศนียภาพที่ไม่น่าดู คุณภาพชีวิตคนในเมืองก็จะยิ่งเลวร้ายขึ้นไปอีก
“ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เป็นสัญญาณเตือนว่าเรายังจัดการเมือง ดูแลคน และสิ่งแวดล้อมไม่ดีพอ รัฐบาลใหม่จึงควรดูแลปัญหาอย่างเข้าใจและเป็นระบบ นอกจากหาเสียงเพียงฉาบฉวย ไม่เช่นนั้น เหตุการณ์แบบนี้อาจเกิดขึ้นซ้ำซากเหมือนปัญหาหมอกควันในภาคเหนือ ที่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวภาคเหนือไม่รู้จักจบสิ้น”

นอกจากนี้ รัฐบาลควรมีนโยบายดูแลคนในภาคเกษตรให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน ไม่ทิ้งถิ่นฐานเข้ามาในเมือง ซึ่งที่ผ่านมานักการเมืองหาเสียงกับราคาสินค้าเกษตรกันแทบทุกยุค แต่คุณภาพชีวิตเกษตรกรไม่ดีขึ้น ไม่ยั่งยืน จึงอยากให้รัฐบาลใหม่ลองมองด้านต้นทุนอย่างปุ๋ย ยาฆ่าแมลง พันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ ไม่ให้ถูกผูกขาดโดยเอกชนรายใหญ่ จนทำให้ราคาแพงเกินจำเป็น เป็นอีกด้านที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นได้เหมือนกัน

เหรียญทอง
เหรียญทอง

นางเหรียญทอง การบุรุษ
แม่ค้าข้าวแกงหน้าโรงงานแห่งหนึ่งย่านฝั่งธนฯ

อยากให้เศรษฐกิจดีกว่านี้ จึงอยากได้นายกฯและรัฐบาลใหม่ ที่ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นจริงๆ เพื่อให้คนหาเช้ากินค่ำ มีงาน มีเงินใช้จ่าย เพราะเศรษฐกิจดี คนงานก็ได้ทำงานล่วงเวลา ได้เงินเพิ่มขึ้น แม่ค้าก็จะได้ขายของดีๆ และอยากให้ขึ้นค่าแรงให้ลูกจ้างด้วย เขาจะได้อยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“ทุกวันนี้ราคาหมู เห็ด เป็ด ไก่ ผัก ปลา แพงขึ้นทุกวัน แต่ป้าก็ขายข้าวราดแกงให้คนงานจานละ 15-20 บาท ขึ้นราคามากก็ไม่ได้ เห็นใจคนงาน เรายอมเอากำไรน้อยลง ช่วยกัน เราอยู่ได้เพราะเขา เขาก็อยู่ได้เพราะเรา พึ่งพากัน จึงอยากให้รัฐบาลช่วยดูแลราคาสินค้าด้วย”

สุระชัย
สุระชัย

นายสุระชัย สิงห์โต
พ่อค้ากาแฟโบราณหน้าโรงงาน

“อยากได้นายกฯที่เข้าใจชีวิตของประชาชนส่วนใหญ่ที่อยู่ในระดับรากหญ้า เกษตรกร คนงานรับจ้าง หาเช้ากินค่ำ มีนโยบายดูแลคนเหล่านี้ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่เอาแต่นายทุนที่ทำให้ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนรวยห่างกันมาก”

นอกจากนั้น ขอให้เศรษฐกิจดีจริงๆ และกระจายมาถึงพวกเราด้วย เพราะถ้าเศรษฐกิจดีจริง คนชั้นกลางและรากหญ้าต้องมีเงิน มีกำลังจับจ่ายใช้สอย การค้าขายก็จะดีเป็นเงาตามตัวไปด้วย

“ในฐานะที่ญาติพี่น้องเป็นเกษตรกร อยากให้รัฐบาลดูแลราคาพืชผลการเกษตร ให้ชาวไร่ชาวนาอยู่ได้ ไม่ใช่เป็นหนี้เป็นสินเพิ่มขึ้นทุกปี ช่วยส่งเสริมพัฒนาให้เกษตรกรมีผลผลิตที่ดี มีคุณภาพ ขายได้ราคา มีตลาดรองรับ ถ้าเกษตรกรอยู่ได้ คนต่างจังหวัดจะได้ไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานบ้านเรือนมาแออัดรับจ้างทำงานในเมืองใหญ่ ครอบครัวพี่น้องต้องแยกกัน นอกจากนั้นอยากให้รัฐมีสวัสดิการผู้สูงอายุและเด็กเพิ่มขึ้นด้วย”

สุดท้ายสำคัญที่สุด คือ นายกฯต้องใช้อำนาจให้ถูกทาง และต้องคุมคอร์รัปชันให้ได้ ถ้ายังปล่อยให้มีคอร์รัปชัน ผลประโยชน์ต่างๆจะไม่ตกถึงประชาชน แต่จะอยู่กับพวกพ้องนักการเมือง นายทุน และผู้มีอำนาจเท่านั้น”

วีรศักดิ์
วีรศักดิ์

นายวีรศักดิ์ วานิชด
ช่างซ่อมจักรอุตสาหกรรม โรงงานแห่งหนึ่ง

“อยากได้นายกฯและรัฐบาลที่เข้ามาทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นกว่านี้ และดีใจที่มีการเลือกตั้ง เพราะประเทศจะได้เป็นประชาธิปไตย ทำให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น เศรษฐกิจก็จะได้ดีขึ้นด้วย”

ส่วนการที่พรรคการเมืองต่างๆชูนโยบายขึ้นค่าแรงนั้น แม้ว่าจะเป็นเรื่องดีสำหรับคนใช้แรงงาน แต่ต้องเป็นการปรับขึ้นอย่างสมเหตุสมผล และเป็นไปตามกลไกเศรษฐกิจประเทศ ไม่ใช่ทำเพื่อการหาเสียง และทำให้ผู้ประกอบการหรือนักลงทุนอยู่ไม่ได้ เพราะสุดท้ายหากต้นทุนค่าแรงสูงเกินไป แต่ประสิทธิภาพ หรือผลผลิตไม่ได้ตามค่าแรง แรงงานอย่างเราอาจตกงานได้ เพราะผู้ประกอบการอาจหนีไปตั้งโรงงานในต่างประเทศที่ค่าแรงถูกกว่า
ขณะที่ในส่วนของนโยบาย “อยากให้รัฐบาลดูแลสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของกองทุนประกันสังคมให้ดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งการรักษายามเจ็บป่วย และยามเกษียณอายุ นอกจากนี้ ยังต้องการให้กระจายโอกาสในการหารายได้มาให้คนระดับกลางและล่างบ้าง เพราะช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยห่างกันเยอะมากคุณภาพชีวิตก็ต่างกัน ถ้าเม็ดเงินจากเศรษฐกิจที่ดีขึ้น กระจายไปสู่คนหมู่มาก จะได้มีเงินหมุนเวียน คุณภาพชีวิตคนส่วนใหญ่จะดีขึ้น ประเทศดีขึ้น สุดท้ายอยากฝากให้นายกฯมีความซื่อสัตย์ ไม่คอร์รัปชัน และคุมรัฐบาล รัฐมนตรีให้ทำงานอย่างซื่อสัตย์สุจริตด้วย”

พงษ์ไพโรจน์
พงษ์ไพโรจน์

นายพงษ์ไพโรจน์ เลิศสุดวิชัย
นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

“นายกฯในอุดมคติ ต้องใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นโดยไร้อคติ เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าของตนเอง คิดนอกกรอบ หัวก้าวหน้า นำเสนอความเท่าเทียมและสิทธิของมนุษย์ ไม่ว่าจะรวยหรือจน หรือต่างเพศ หลากชาติพันธุ์ ที่สำคัญต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้”

เพราะโลกในยุคโลกาภิวัตน์ ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพออกความคิดเห็น และวิจารณ์รัฐบาลโดยใช้โซเชียลมีเดีย นั่นยิ่งทำให้รัฐบาลต้องระมัดระวังมากขึ้น

ส่วนทีมเศรษฐกิจที่จะมาร่วมทีมกับรัฐบาลใหม่ ผมชอบนโยบายของพรรคการเมืองหนึ่งที่สนับสนุนให้คนไทยผลิตแอปพลิเคชันขนส่งมวลชน แทนแอปพลิเคชันของต่างชาติที่ใช้อย่างแพร่หลายในไทย นอกจากนี้ ยังมีนโยบายลดราคาน้ำมัน, ลดค่าไฟฟ้า, เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ, ส่งบันเทิงไทยไปตลาดโลก, ค้าขายออนไลน์ต้องเป็นของคนไทย ในขณะที่พรรคอื่นๆ ชูนโยบายประชานิยม เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ แต่พรรคการเมืองนี้คัดค้าน ซึ่งผมเห็นด้วยมาก เพราะการขึ้นค่าแรงแต่ไม่เพิ่มภาษี ไม่เพิ่มรายได้ของรัฐ จะทำให้เงินเฟ้อทวีคูณขึ้นแน่นอน

“ในฐานะเยาวชนอยากให้รัฐบาลปฏิรูปการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นมาตรชี้วัดคุณภาพสังคม ถ้ามีการศึกษาดี ทำโรงเรียนทุกพื้นที่ให้มีคุณภาพเท่าเทียมกัน เพิ่มเงินเดือนบุคลากรทางการศึกษา เน้นให้เด็กเข้าใจมากกว่าท่องจำ จะลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นำไปสู่การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
ได้ครับ”

กรัณย์
กรัณย์

ดร.กรัณย์ สุทธารมณ์
นายกสมาคมการค้าบิสไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัทประชารัฐรักสามัคคีเพชรบุรี (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด

“ต้องการให้นายกฯ และทีมเศรษฐกิจ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่อง ดูแลการเพิ่มราคาผลผลิตทางการเกษตรอย่างจริงจัง สร้างโอกาสจากการตั้งรัฐบาลใหม่สู่การค้าการขายกับนานาประเทศ ผลักดันเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวทุกช่องทาง ทำให้รายได้โดยรวมของประเทศสูงขึ้น คิดหารายได้จำนวนมาก มากกว่าคิดแต่จะหารายจ่ายให้กับประเทศ และขอให้นายกฯดูแลรักษาอย่าให้เกิดความขัดแย้งในสังคมไทยอีกเลย”

โดยเชื่อว่าหลังการเลือกตั้ง ประเทศไทยจะกลับมามีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การลงทุนจากต่างประเทศจะเพิ่มขึ้น โครงการระยะกลาง และระยะยาวของรัฐบาลเก่าที่ริเริ่มไว้หลายโครงการได้เห็นหลายพรรคการเมืองจะดำเนินการ หรือต่อยอดต่อไป เช่น โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) หรือโครงการที่จะช่วยผลักดันเม็ดเงินสู่ฐานราก เช่น โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

“สิ่งที่น่ากังวลสำหรับโครงการที่ต้องใช้เงินภาครัฐจำนวนมาก เพราะอาจก่อหนี้สะสมให้กับประเทศ เช่น นโยบายเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ เพิ่มค่าเบี้ยรายหัวประชาชน แต่ก็เชื่อว่านโยบายเหล่านี้จะถูกตรวจสอบจากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน แต่ถ้าจัดการนโยบายได้อย่างเหมาะสม ผสมผสานกับการดูแลราคาผลผลิตทางการเกษตรอย่างจริงจัง ก็จะช่วยสร้างกำลังซื้อให้ประชาชนในระดับฐานราก เกิดการกระจายตัวสู่เศรษฐกิจในภูมิภาค และภาพรวมได้มากขึ้น”.

ทีมเศรษฐกิจ


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ