
สสว. จับมือ อย. และ CENTRAL LAB THAI จัดโครงการยกระดับมาตรฐานสินค้า เพื่อช่วยสนับสนุนให้ SMEs ได้รับมาตรฐานสินค้าในกลุ่มเครื่องสำอางและอาหาร เน้นจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานสินค้า สนับสนุนการตรวจสารปนเปื้อนและสารพิษตกค้าง (Toxic)
นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจเครื่องสำอางมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังได้รับอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาดูแลสุขภาพและผิวพรรณมากขึ้น ส่งผลให้เครื่องสำอางกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ซึ่งตลาดเครื่องสำอางแนวโน้มจะมีความหลากหลายทั้งเรื่องชนิด คุณสมบัติ คุณภาพ และราคา
“เครื่องสำอางหลายยี่ห้อผลิตจากสารเคมีที่ไม่ได้สังเคราะห์โดยธรรมชาติ สารบางตัวหากได้รับในปริมาณมากเกินไปอาจมีผลกับผู้บริโภค โดยเฉพาะสารปนเปื้อนในกลุ่มโลหะหนักอย่าง สารปรอท สารสเตียรอยด์ ที่ผสมในเครื่องสำอางครีมหน้าขาวใส ไฮโดรควิโนน กรดวิตามินเอ ในกลุมผลิตภัณฑ์รักษาผิวหน้า รวมไปถึงการตรวจพบเครื่องสำอางปลอม จดแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ ไม่มีสถานที่ผลิตจริงตามที่จดแจ้ง”
จากปัญหาดังกล่าว นายสุวรรณชัย บอกว่า สสว. จึงร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) และ CENTRAL LAB THAI จัดโครงการยกระดับมาตรฐานสินค้า เพื่อช่วยสนับสนุนให้ SMEs ได้รับมาตรฐานสินค้าในกลุ่มเครื่องสำอางและอาหาร ในด้านการให้ความรู้เพื่อนำไปพัฒนาคุณภาพสินค้าทั้งกลุ่มเครื่องสำอางและอาหาร ให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยทั่วประเทศ โดยภาคเหนือจัดที่จังหวัดเชียงราย ภาคใต้จัดที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจัดที่จังหวัดนครราชสีมา ภาคกลางจัดที่จังหวัดนครปฐมกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจัดที่จังหวัดนนทบุรี
การเปิดอบรมดังกล่าว เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการโอทอป วิสาหกิจรายย่อย และบุคคลทั่วไป ที่เป็นสมาชิกของ สสว.ลงทะเบียนเข้ารับการอบรมและผ่านการคัดเลือกจำนวนรวม 1,000 ราย แบ่งเป็นกลุ่มเครื่องสำอาง จำนวน 800 ราย และฝึกอบรมกลุ่มอาหาร จำนวน 200 ราย เข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้าจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก อย.
ด้านเภสัชกรหญิง สมศรี ปรีชาทวีกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า การเลือกซื้อผู้บริโภคต้องดูฉลากตรวจสอบสินค้าก่อนเป็นอันดับแรกซึ่งวันนี้ผลิตภัณฑ์หลายชนิดสามารถตรวจสอบได้ง่ายผ่าน app ลิงก์ ที่บอกรายละเอียดการจดแจ้งกับ อย.ไว้ นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานจะต้องแจ้งส่วนประะกอบไว้ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้ง่ายว่าแพ้หรือไม่ เพราะแต่ละคนแพ้ส่วนประกอบที่ไม่เหมือนกัน ส่วนผู้ประกอบการที่เป็นตัวแทน นำเข้าเครื่องสำอางจากต่างประเทศ จะต้องผ่านกระบวนการจดแจ้ง ทำฉลากภาษาไทยกำกับให้ชัดเจน และผู้บริโภคต้องพัฒนาความรู้ให้เท่าทันผู้ประกอบการ อาทิการ ศึกษาตรวจสอบส่วนประกอบในเครื่องสำอางด้วยตนเองเพื่อดูความเหมาะสม ว่ามีสารชนิดใดบ้างที่ตนเองแพ้ และที่สำคัญในยุคนี้ต้องศึกษา พ.ร.บ.เครื่องสำอางเพื่อปกป้องตนเองด้วยเช่นกัน