
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยหลังเป็นประธาน พิธีลงนามเซ็นสัญญาระหว่างบริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (TPN) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PSTC กับบริษัท ไชน่า ปิโตรเลียมไปป์ไลน์ บูโร จำกัด หรือ CPP เพื่อก่อสร้างโครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มูลค่า 9,000 ล้านบาท ว่า เพื่อลดการขนส่งน้ำมันทางรถยนต์ ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม และทำให้ระดับราคาขายปลีกน้ำมันในภูมิภาคใกล้เคียงกับกรุงเทพฯและปริมณฑล และแผนในระยะยาวได้สั่งการให้กรมธุรกิจพลังงานไปศึกษาการวางท่อน้ำมันเชื่อมต่อไปยังประเทศในอาเซียน
“ผมได้สนับสนุนให้เอกชนวางท่อน้ำมัน ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นการวางท่อน้ำมันภาคเหนือ ที่เชื่อมจาก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ไปยังกำแพงเพชรและลำปาง ที่จะเปิดใช้ส่วนแรกเป็นคลังน้ำมันที่จังหวัดพิจิตร เดือน มี.ค.นี้ ส่วนท่อน้ำมันไปภาคอีสานของ TPN จะแล้วเสร็จปี 2564 ซึ่งจะมีผลให้ราคาขายปลีกที่ขณะนี้ในต่างจังหวัดเฉลี่ยจะแพงกว่ากรุงเทพฯ 30 สตางค์ (สต.) ต่อลิตร ลดลงเฉลี่ย 20 สต.ต่อลิตร และในระยะยาวระบบท่อส่งน้ำมันยังสามารถขยายจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากจังหวัดขอนแก่นไปยังจังหวัด หนองคายและเชื่อมต่อไปยังประเทศลาวได้ ซึ่งคงต้องรอการศึกษาเช่นเดียวกับภาคเหนือที่อาจต่อจากจังหวัดกำแพงเพชรแล้วเชื่อมไปยังจังหวัดตากและไปยังพม่าได้”
นายภาณุ ศีติสาร ประธานกรรมการ บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีระยะทาง 342 กิโลเมตร เริ่มจากอำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรีไปยังอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ช่วยลดปริมาณขนส่งน้ำมันทางรถบรรทุกลง 88,000 เที่ยวต่อปี ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงขนส่ง 15.4 ล้านลิตรต่อปี.