
หลายปีมานี้ ญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาแปลกประหลาด แตกต่างจากที่อื่นๆ นั่นคือจำนวนบ้านร้างที่เพิ่มมากขึ้น เพราะไม่มีผู้อยู่อาศัย จนต้องติดประกาศให้ฟรี
ต้นเหตุของปัญหามาจากจำนวนประชากรที่ลดลง การเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย และคนในวัยหนุ่มสาวที่นิยมอพยพเข้าเมืองเพื่อแสวงหาโอกาส ความท้าทายใหม่ๆ
จำนวนบ้านที่มีมากกว่าคนที่จะเข้าไปอยู่ เริ่มก่อตัวเป็นปัญหาสำคัญของญี่ปุ่น นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 โดยข้อมูลจาก Japan Policy Forum ระบุว่า ในปีนั้น ญี่ปุ่นมีจำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 52 ล้านครัวเรือน แต่มีบ้านอยู่ถึง 61 ล้านหลัง เท่ากับว่ามีบ้านมากกว่า ครัวเรือน (ที่จะเข้าไปอยู่ในบ้าน) ถึง 9 ล้านหลัง
ขณะที่จำนวนประชากรของญี่ปุ่น ยังมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดย National Institute of Population คาดว่าจาก 127 ล้านคน จะลดเหลือ 88 ล้านคนภายในปี พ.ศ.2608 ซึ่งนั่นหมายความว่าจะมีคนต้องการบ้านน้อยลงไปอีก
นอกจากนั้น คนหนุ่มสาวยังไม่มีความสนใจที่จะอาศัยอยู่ในชนบท หรือแม้แต่ไกลออกไปแค่ชานเมืองโตเกียว บ้านในพื้นที่ห่างไกลจึงมีแนวโน้มกลายเป็นบ้านรกร้างมากที่สุด
รายงานเรื่อง “ท้องถิ่นที่สูญพันธุ์” หรือ Local Extinctions ซึ่ง Hiroya Masuda เขียนไว้เมื่อปี พ.ศ.2557 ระบุว่า ภายในปี พ.ศ.2583 จะมีเมืองและหมู่บ้านในญี่ปุ่นเกือบ 900 แห่ง กลายเป็นเมืองร้างและหายสาบสูญไปในที่สุด
1 ใน 900 เมืองดังกล่าว คือเมืองที่มีชื่อว่า Okumata อยู่ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางทิศตะวันตก โดยทางรถไฟราว 2 ชั่วโมง
Okumata เป็นเมืองที่กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ ในการดึงดูดคนให้เข้าอาศัยในบ้านร้างที่มีอยู่เต็มเมือง
ย้อนกลับไปราว 60 ปีก่อน Okutama ซึ่งเป็นแหล่งค้าไม้ที่สำคัญ มีจำนวนประชากรมากกว่า 13,000 คน แต่ช่วง 20 ปีให้หลัง ถูกไม้นำเข้าตีตลาดทำให้บรรยากาศซบเซา การค้าขายไม่เจริญรุ่งเรืองเช่นเดิม คนในวัยหนุ่มสาวเกือบทั้งหมดจึงอพยพไปหาโอกาสในพื้นที่ใหม่
ทำให้ปัจจุบัน Okutama มีประชากรหลงเหลืออยู่เพียง 5,200 คน มีบ้านอยู่ 3,000 หลัง ในจำนวนดังกล่าวเป็นบ้านไร้ผู้อยู่อาศัย 400 หลัง แต่มีเพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนดังกล่าวเท่านั้น ที่พอจะปรับปรุงเพื่อการเข้าอยู่อาศัยได้ อีกครึ่งหนึ่งทรุดโทรมเกินไป หรือตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
จนในปี 2557 รัฐบาลได้ผุดแผนแก้ปัญหาเมืองร้าง ด้วยการให้สินเชื่อภายใต้โครงการ Akiya Bank ช่วยสนับสนุนเงินเพื่อการซ่อมแซมบ้านให้แก่ครอบครัวที่มีเป้าประสงค์จะเข้าไปอยู่ในบ้านที่ไม่มีผู้อยู่อาศัย รวมทั้งบ้านของผู้สูงวัย
นอกจากนั้น ยังจะให้เงินสนับสนุนแก่เจ้าของบ้านที่ไม่มีผู้อยู่อาศัย ให้ยอมยกบ้านให้ผู้อื่นอยู่ต่อ เหมือนเป็นการซื้อบ้านแจก โดยสามารถสนับสนุนวงเงินให้เจ้าของบ้านสูงสุดได้ถึง 280,000 บาทต่อ 100 ตารางเมตร
คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับบ้านไปอยู่ฟรีๆ แถมสินเชื่อซ่อมแซม จะต้องมีอายุไม่เกิน 40 ปี หรือเป็นครอบครัวต้องมีลูกอายุต่ำกว่า 18 ปี อย่างน้อย 1 คน หรือต้องเป็นคู่ชีวิตที่คนใดคนหนึ่งอายุต่ำกว่า 50 ปี
นอกจากแจกบ้านฟรีแล้ว อีกหนึ่งมาตรการแก้ปัญหาบ้านร้างเมืองสาบสูญ ถูกนำมาใช้ในปี พ.ศ.2558 เมื่อรัฐบาลผ่านกฎหมายลงโทษเจ้าของที่ทิ้งบ้านร้าง เพื่อกระตุ้นให้มีการตกแต่งบ้านใหม่แล้วนำออกขายหรือไม่ก็ทุบบ้านทิ้งเสีย
อย่างไรก็ตามบทลงโทษภายใต้กฎหมายดังกล่าว ไม่รุนแรงเท่าการถูกเก็บภาษีจากการปล่อยที่ดินว่างเปล่า คนญี่ปุ่นจึงเลือกที่จะไม่ทุบบ้านทิ้ง
นอกจากนั้น ระเบียบการก่อสร้างบ้านและอาคารในชนบทของญี่ปุ่น ยังไม่รัดกุมพอที่จะคุมกำเนิดการก่อสร้างอาคารหรือบ้านใหม่ ในกรณีที่กำลังการผลิตล้นตลาดด้วย
ล่าสุดโครงการ Akiya Bank ซึ่งถูกนำไปใช้แพร่หลายทั่วญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จตามสมควร เฉพาะในเมือง Okutama มีครอบครัวย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านที่เคยร้างแล้ว 9 หลัง มีทั้งครอบครัวคนญี่ปุ่นที่เคยอยู่ในกรุงโตเกียว แล้วพบว่าพื้นที่เริ่มคับแคบไป จึงมารับบ้านแจกฟรี ที่มีอาณาบริเวณกว้างขวางกว่า แม้จะต้องขยับออกมานอกเมืองหน่อย ตลอดจนครอบครัวจากนิวยอร์ก จีน เพราะโครงการนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่คนญี่ปุ่นเท่านั้น.
ศุภิกา ยิ้มละมัย