
น.ส.ทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก.เตรียมประเมินมาตรการเกี่ยวกับยางพารา ที่รัฐบาลออกมาเพื่อช่วยดันราคายางพารา 3 มาตรการ ได้แก่ มาตรการเสริมความเข้มแข็งชาวสวนยางและพัฒนาอาชีพเกษตรกรชาวสวนยาง โดยแจกเงิน 1,800 บาทต่อไร่ไม่เกิน 15 ไร่ต่อราย มาตรการโค่นยาง 400,000 ไร่ต่อปีของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และมาตรการใช้ยางมาทำถนน 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร ซึ่งจะใช้ยางพาราประมาณ 1 ล้านตัน โดย สศก.เชื่อว่ามาตรการเหล่านี้ ทำให้ราคายางแผ่นดิบรมควันปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 5-6 บาทต่อกิโลกรัม (กก.)
ด้าน น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้อำนวยการวิจัยด้านการวิจัย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า เชื่อว่าราคายางพาราจะไม่ปรับเพิ่มขึ้นจากมาตรการที่รัฐบาลดำเนินการ และคิดว่าวันนี้น่าจะหมดยุคยางพาราราคาแพงแล้ว เพราะรัฐบาลผลิตยางได้จำนวนมาก แม้จะนำไปทำถนนประมาณ 1 ล้านตัน แต่อีกประมาณ 3 ส่วน 4 ของผลผลิตในประเทศต้องส่งออก และถูกกำหนดราคาโดยตลาดโลก ราคาจะไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างมีเสถียรภาพ
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันในตลาดโลกในปี 2562 มีแนวโน้มลดลงมาอยู่ที่ 60 เหรียญต่อบาร์เรล จากปี 2561 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 70 เหรียญต่อบาร์เรล ดังนั้นราคายางน่าจะลดลงอีก ดูได้จากราคาตลาดล่วงหน้าที่มีการส่งมอบในเดือน ม.ค.-ก.พ.61 ราคาลดลงประมาณ 5% แล้ว และสินค้าที่ใช้ทดแทนยางพาราเมื่อน้ำมันลดลง ราคาจะยิ่งลดต่ำลง และผู้ผลิตก็จะหันไปใช้สินค้าทดแทนที่ต้นทุนต่ำกว่า
“ต้องยอมรับว่า จากนี้ต่อไปราคายางพาราจะไม่ปรับสูงขึ้นเหมือนในอดีต เพราะปัญหาพื้นที่เพาะปลูกในประเทศมีมาก ทำให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากกว่าการใช้ในประเทศและส่งออก”.