
น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้ตั้งเป้าหมายให้สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (เอ็นอีเอ) หน่วยงานภายในกรม ดำเนินการพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้เป็นผู้ส่งออกผ่านหลักสูตรการพัฒนาของเอ็นอีเอในปีงบประมาณ 2562 ให้ได้ทั้งหมด 250,000 ราย เพิ่มขึ้น 10% เทียบกับปี 2561 ที่สามารถพัฒนาผู้ประกอบการได้ทั้งหมด 204,000 ราย ผ่านการฝึกอบรม 120 กิจกรรม หรือเกินกว่าเป้าหมายที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กำหนดให้พัฒนาผู้ประกอบการให้เป็นผู้ส่งออกทั้งหมด 200,000 ราย
“ในปีงบประมาณนี้จะมีการพัฒนาผู้ประกอบการผ่าน 130 กิจกรรม โดยมี 30 กิจกรรมที่จะลงไปยังต่างจังหวัด ซึ่งเป็นกลุ่มฐานรากรวมถึงจะพัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เป็นผู้ส่งออกด้วย เชื่อว่าจะได้ตามเป้าหมายที่กำหนด เพราะไตรมาส 1 (เดือน ต.ค.-ธ.ค.61) ของปีงบประมาณ สามารถผลักดันให้ผู้ประกอบการที่ผ่านการพัฒนาเป็นผู้ส่งออกได้แล้ว 3,000 ราย สร้างรายได้เข้าประเทศประมาณ 50,000 ล้านบาท”
ทั้งนี้ นอกเหนือจากการผลักดันให้เอ็นอีเอพัฒนาผู้ประกอบการไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) แล้ว กรมยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการส่งเสริมศักยภาพและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยร่วมกับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ เพื่อสนับสนุนศักยภาพเอสเอ็มอีให้พร้อมก้าวสู่เวทีการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการเอ็กซิมแบงก์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ทำโครงการประกันความเสี่ยงให้กับผู้ส่งออกรายย่อยเฟส 2 รายละ 50,000 บาท จะหมดอายุโครงการเดือน พ.ย.2562 โดยมีรายย่อยเข้าร่วมโครงการแล้ว 1,000 ราย จึงต้องการให้เอสเอ็มอีมาเข้าร่วมโครงการประกันความเสี่ยงจากการส่งออกเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มผันผวน
ด้านนายพรวิช ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการสถาบันเอ็นอีเอ กล่าวว่า แผนการทำงานเอ็นอีเอในปี 2562 จะมีโครงการและกิจกรรมฝึกอบรมกว่า 130 กิจกรรม โดยจะพัฒนาผู้ประกอบการในระดับภูมิภาคมากขึ้น และมีกิจกรรมเด่นแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ หลักสูตรระดับต้น ระดับกลางและระดับสูง เช่น หลักสูตรผู้ส่งออกอัจฉริยะ เป็นต้น.